ข่าว

นพดลชี้แม้วไม่ได้เคาะยิ่งลักษณ์หน.พท.

นพดลชี้แม้วไม่ได้เคาะยิ่งลักษณ์หน.พท.

07 ม.ค. 2554

“นพดล” ชี้ “แม้ว” ไม่ได้เคาะ “ยิ่งลักษณ์” นั่งหน.พท. ส่วนตัวหนุนนำพรรค เชื่อโดดเด่นกว่า “มาร์ค” “เพื่อไทย”ประเมินผลงาน 2 ปีรัฐบาลสอบตก หน.เพื่อไทยแจง 10 ปัญหาที่สุดของรัฐบาล

(7ม.ค.) นายนพดล ปัทมะ ที่ปรึกษากฎหมายพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่มีกระแสข่าวว่าพ.ต.ท.ทักษิณเคาะชื่อหัวหน้าพรรคเพื่อไทยคนใหม่คือนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร น้องสาวพ.ต.ท.ทักษิณว่า พ.ต.ท.ทักษิณไม่ได้เคาะรายชื่อหัวหน้าพรรคเพื่อไทย แต่ทุกคนในพรรคมีสิทธิที่จะแสดงความคิดเห็น โดยนางสาวยิ่งลักษณ์นั้นถือว่าเป็นคนรุ่นใหม่ มีภาพลักษณ์ที่ดี และมีประสบการณ์ในการบริหารบริษัทใหญ่ๆ เคยเป็นประธานบริษัทเอไอเอสที่มีพนักงานนับหมื่นคน

 ดังนั้นเมื่อดูคุณสมบัติการบริหารแล้วถือว่ามีมากกว่านายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีด้วยซ้ำ ส่วนบุคลิกนั้นก็มีความนอบน้อม มีมนุษยสัมพันธ์ที่ดี ส.ส.ให้ความนับถือและเชื่อใจ อย่างไรก็ตาม การคัดสรรหัวหน้าหรือผู้นำพรรคเพื่อไทยนั้นต้องเป็นไปตามกระบวนการของพรรค ซึ่งขณะนี้ยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงใดๆ หัวหน้าพรรคยังเป็นนายยงยุทธ วิชัยดิษฐ เหมือนเดิม และหากจะมีการเลือกนางสาวยิ่งลักษณ์เป็นหัวหน้าพรรคจริงก็ต้องสอบถามเจ้าตัวด้วยเหมือนกัน

 ทั้งนี้มั่นใจว่าอีกไม่นานพรรคจะตกผลึกในเรื่องนี้และนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงโครงสร้าง โดยจะมีนโยบายพรรค จากนั้นก็จะมีแม่ทัพ แล้วจึงไปทำการหาเสียง แต่เวลานี้บอกได้เพียงว่ามาตรฐานขั้นต่ำของหัวหน้าพรรคหรือผู้นำพรรคเพื่อไทยนั้น จะต้องมีความโดดเด่น มีประสบการณ์ และน่าเชื่อถือกว่านายอภิสิทธิ์ ในส่วนของการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลนั้น มีความเป็นไปได้ที่นายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย จะทำหน้าที่เป็นผู้นำการอภิปราย รวมทั้งจะถูกแนบชื่อเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีด้วย

เพื่อไทยประเมินผลงาน 2 ปีรัฐบาลสอบตก

 เมื่อเวลา 10.00 น . ที่พรรคเพื่อไทย นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย พร้อมด้วยคณะกรรมการติดตามและตรวจสอบการบริหารงานของรัฐบาล (คตร . ) ของพรรคเพี่อไทย ร่วมกันแถลงข่าวถึงการประเมินผลงานรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ในรอบ 2 ปีที่ผ่านมา ทั้งนี้ได้มีการแจกจ่ายเอกสาร   “ 2 ปีสอบตก รัฐบาลอภิสิทธิ์”   ซึ่งเป็นการรวบรวมผลงานที่ผ่านมาของรัฐบาลทั้งในด้านเศรษฐกิจ สังคม การเมือง และความมั่นคงในช่วงการบริหารงาน 2 ปีที่ผ่านมาให้กับสื่อมวลชนด้วย

 นายยงยุทธ กล่าวว่า รัฐบาลบริหารประเทศมา  739 วัน ซึ่งพรรคเพื่อไทยได้ติดตามการทำงานของรัฐบาลและได้จัดทำ 10 อันดับปัญหาความเป็นที่สุดของรัฐบาลดังนี้  1. กู้เงินและสร้างหนี้สาธารณะมากที่สุด 2. ใช้จ่ายเงินสุรุ่ยสุร่ายมากที่สุด  3. จัดซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์จำนวนมากและไม่มีประสิทธิภาพมากที่สุด  4. มีการทุจริตเรียกรับสินบนมากที่สุด   5. การแต่งตั้งโยกย้ายราชการไม่ถูกต้อง ไร้คุณธรรมมากที่สุด  6. ปัญหาเกิดความขัดแย้งและแตกแยกในสังคมอย่างกว้างขวางมากที่สุด  7. ปัญหาประชาชนถูกฆ่าตายจากการชุมนุมเรียกร้องประชาธิปไตยมากที่สุด  8. ปัญหาการปฏิบัติ 2 มาตรฐานในกระบวนการยุติธรรมมากที่สุด  9. การใช้กลไกและหน่วยงานรัฐเป็นเครื่องมือทางการเมืองมากที่สุด   และ 10. ปัญหาความสัมพันธ์กับประเทศเพื่อนบ้าน ตกต่ำมากที่สุด

 ด้านนายสุชาติ ธาดาธำรงเวช ประธานคณะทำงานด้านเศรษฐกิจพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า  2 ปีที่ผ่านมารัฐบาลล้มเหลวในโครงการของรัฐบาล อาทิ การแจกเงิน 2 , 000 บาทให้คนที่มีงานทำอยู่แล้ว โครงการชุมชนพอเพียงที่มีการทุจริตคอรัปชั่น ขณะที่โครงการรถไฟฟรี รถเมลล์ฟรี และไฟฟ้าฟรีนั้น แม้ทำให้ประชาชนพอใจแต่เป็นการต่อยอดมาจากรัฐบาลพรรคพลังประชาชน การให้เงินครอบครัวที่ประสบภัยน้ำท่วม 5 , 000 บาทนั้น ก็มาจากคำแนะนำของพรรคเพื่อไทย นอกจากนี้ รัฐบาลยังเน้นการสร้างหนี้ภาครัฐ โดยแจกเงินหวังติดสินบนประชาชน ทำให้ประชาชนยากจน ขาดโอกาสสร้างฐานะ อีกทั้งเงินที่นำมาแจกนั้นยังเป็นเงินที่กู้มา ทำให้ประชาชนต้องแบกรับภาระในอนาคต   โดยหนี้ภาครัฐบาลเพิ่มขึ้นอีกมากมายจาก  3.4 ล้านล้านบาทจากสิ้นปี 2551  เพิ่มขึ้นเป็น  4.5 ล้านล้านบาทในสิ้นปี 2553  และยังสร้างหนี้สาธารณะเพิ่มขึ้นกว่า  1.11  ล้านล้านบาท ซึ่งอาจทำให้เศรษฐกิจล้มละลายได้

 นายสุชาติ กล่าวอีกว่า ที่ผ่านมายังพบการทุจริตอย่างกว้างขวางในโครงการต่างๆ จากผลสำรวจก็บอกว่าต้องจ่ายกันถึง  20-30%  ประเทศไทยถูกลดอันดับความน่าเชื่อถือ ไม่ได้อยู่ในรายชื่อประเทศน่าลงทุน เงินบาทแข็งค่าขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งจะมีผลกระทบต่อภาคเกษตรที่ส่งออก ขณะที่โครงการมาบตาพุดก็มีปัญหาตลอด สร้างความไม่มั่นใจต่อนักลงทุน และยังมีปัญหาต่อการประมูลระบบ  3 จี รวมทั้งปัญหาราคาน้ำมันตลาดโลกที่เพิ่มตลอดเวลา รัฐบาลได้ขึ้นภาษีน้ำมันมากมาย แต่ไม่ทราบว่าจะเตรียมการอย่างไร ทำให้ประชาชนมีสภาพที่แย่ลง และไม่ได้ดูแลรายได้ประชาชน นอกจากนี้ศูนย์วิจัยม . กรุงเทพได้ไปสอบถามความคิดเห็นด้านความพึงพอใจด้านเศรษฐกิจที่ได้เพียง 3.8  จาก 10  คะแนนเต็ม ซึ่งถือว่าตกต่ำมาก แตกต่างจากยุคพรรคไทยรักไทยเมื่อปี  2544 เป็นอย่างมาก ที่ได้คะแนนความพึงพอใจถึง  7.47 คะแนน

 ด้านนายปลอดประสพ สุรัสวดี รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า สำหรับปัญหาด้านสังคมและคุณภาพชีวิต นโยบายรัฐบาลล้มเหลวอย่างสิ้นเชิงทั้งด้านยาเสพติดที่ระบาดมากขึ้น ซื้อง่ายขายคล่องไม่เว้นแม้แต่ในคุก ปัญหาอาชญากรรมก็เพิ่มขึ้น ปัญหาผู้มีอิทธิพล มีบ่อนการพนัน หวยเถื่อนเต็มบ้านเต็มเมือง เก่งแต่ทำร้ายศัตรูทางการเมืองอย่างคนเสื้อแดง นโยบายเรียนฟรี 15 ปีก็ไม่มีความชัดเจนและขัดแย้งกับความเป็นจริงที่เกิดขึ้น โดยผู้ปกครองยังต้องจ่ายค่าแป๊ะเจี๊ยะอีก ไม่มีการกระจายความเท่าเทียมกันด้านการศึกษา ส่วนนโยบายแก้หนี้นอกระบบก็ไม่มีประสิทธิผลในการช่วยเหลือลูกหนี้ในระยะยาว นอกจากนี้ การทำงานของรัฐบาลยังขาดหลักความโปร่งใส ไร้ความสามารถ มีการโยกย้ายข้าราชการที่ไม่เป็นธรรม โดยเฉพาะในกระทรวงมหาดไทย ประเคนงบประมาณเฉพาะพื้นที่พวกพ้อง เป็นรัฐบาลที่มีการโกงมากที่สุด จึงเปรียบเหมือนรัฐบาลจอมใจโจร หากให้คะแนนคงได้เพียง  3.6 คะแนนเท่านั้น

 น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ ส.ส.กทม.พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานสำนักงานปราบโกงของพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า นโยบายด้านความมั่นคงของรัฐบาลนั้น นายอภิสิทธิ์ก็ล้มเหลวอย่างสิ้นเชิง นโยบายการแก้ปัญหา 3 จังหวัดภาคใต้ ทั้งๆ ที่พรรคประชาธิปัตย์มีส.ส.ภาคใต้มากที่สุด ทุ่มงบประมาณลงไปจำนวนมาก ใช้กฎหมายพิเศษในพื้นที่ แต่กลับยกระดับความรุนแรงและทำให้ปัญหาขยายตัวมากยิ่งขึ้น จากชนบทมาสู่เขตเมือง การประกาศใช้พ.ร.ก.ฉุกเฉินที่ยาวนานในกทม. และปริมณฑลเกินความจำเป็น ทั้งๆ ที่เหตุการณ์ยุติแล้ว ซึ่งกระทบต่อสิทธิเสรีภาพของประชาชน และใช้กฎหมายหวังมาปราบปรามประชาชนที่คัดค้านรัฐบาล เช่นเดียวกับการจัดซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์โดยไม่ได้ทำเพื่อความมั่นคง แต่เพื่อเอาใจฝ่ายทหาร ปรากฏการทุจริตในการจัดซื้อรวมทั้งเมื่อซื้อมาแล้วยังด้อยประสิทธิภาพด้วย นอกจากนี้รัฐบาลยังใช้หน่วยงานความมั่นคงเพื่อประโยชน์ทางการเมือง ดีเอสไอ และกอ.รมน.  เพื่อสร้างความมั่นคง และจัดการกับฝ่ายปฏิปักษ์รัฐบาล เป็นเครื่องมือความอยู่รอดของตัวเอง    ถือว่าด้านดังกล่าวรัฐบาลสอบตก ได้เพียง  3.5 คะแนน

 “ การบริหารราชการแผ่นดินของรัฐบาลนี้ผิดพลาด ไม่มีประสิทธิภาพ ขาดความถูกต้องหลายประการ ในวันจันทร์ที่ 10 ม . ค . เวลา 10.00 น .  พรรคจะมีการแถลงข่าวและแจกหนังสือที่รวบรวมข้อกล่าวหาการทุจริตของรัฐบาล โดยจะชี้ให้เห็นว่าทำให้เกิดผลกระทบต่อประชาชนและเอื้อประโยชน์ต่อพวกพ้องอย่างไร”น.อ.อนุดิษฐ์กล่าว

 ส่วนนายต่อพงษ์ ไชยสาส์น ส.ส.อุดรธานี พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการต่างประเทศ สภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า ถือว่ายุคการต่างประเทศนั้นตกต่ำสุดขีด ภารกิจของนายกษิต ภิรมย์ รมว . ต่างประเทศ คือทำการไล่ล่าพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เพียงอย่างเดียว มิติกับประเทศเพื่อนบ้านถือว่าตกต่ำมากที่สุด เปลี่ยนมิตรเป็นศัตรู เช่นเดียวกับการนำผลประโยชน์ของชาติเข้าไปเสี่ยง โดยเฉพาะกรณีนายวิคเตอร์บูท ผู้ต้องหาชาวรัสเซีย ที่คนสนิทนายกรัฐมนตรีเดินทางไปพบในเรือนจำเพื่อหวังรีดข้อมูลให้ปรักปรำอดีตนายกรัฐมนตรีแต่ก็ล้มเหลว จนสร้างผลกระทบต่อความสัมพันธ์ไทย - รัสเซีย ที่มีการแทรกแซงกระบวนการส่งผู้ร้ายข้ามแดน ทำให้คะแนนที่ได้ติดลบถึง  2.7

  นายชวลิต วิชยสุทธิ์ ส . ส . สัดส่วน พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ความล้มเหลวด้านการเมืองและการส่งเสริมประชาธิปไตยนั้น โดยเฉพาะการโยกย้ายราชการในกระทรวงมหาดไทยอย่างไม่เป็นธรรม ทั้งนี้ ในการเลือกตั้งคราวหน้าพรรคเพื่อไทยมีแนวทางเรียกขวัญกำลังใจข้าราชการกลับมาอย่างแน่นอน สิ่งที่ไม่ดีไม่งามเราจะไม่ทำแน่นอน รัฐบาลไม่ฟังเสียงส่วนใหญ่ของคนทั้งประเทศ การแก้รัฐธรรมนูญก็เพื่อประโยชน์ตนเองและพรรคร่วมรัฐบาลเพื่อหวังจะได้เปรียบในการเลือกตั้ง เห็นได้จากแนวคิดลดจำนวนส . ส . พื้นที่ 400 คนเหลือ 375 คน และส . ส . สัดส่วนจาก  100 คนเพิ่มเป็น  125 คน   ดังนั้นนโยบายในด้านนี้จึงติดลบ  2.2

 ขณะที่นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ รองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า หากสรุปผลงานโดยรวมของรัฐบาลแล้วถือว่าสอบตก ในทุกโครงการ และไม่ควรอยู่บริหารประเทศต่อไป