ข่าว

เจ้าสัวเหลือกินเหลือใช้ ร่ำรวยปี 2554

เจ้าสัวเหลือกินเหลือใช้ ร่ำรวยปี 2554

08 ม.ค. 2554

พระเจ้าศรีธรรมไตรปิฎก (พญาลิไท) ทรงสร้างพระพุทธชินราช พร้อมกับพระพุทธชินสีห์ และ พระศรีศาสดา โดยใช้ช่างจากฝีมือดีจากเมืองศรีสัชนาลัย และเมืองหริภุญชัย ขณะที่หล่อพระพุทธรูปทั้งสามองค์ ปรากฏว่า หล่อพระพุทธชินสีห์ และพระศรีศาสดา ทั้งสององค์สำเร็จด้วยดี

  ช่วงที่หล่อพระพุทธชินราช ทองคำที่เทลงเบ้าหล่อแล่นไม่ตลอดทั้งองค์ ช่างต้องสร้างแม่พิมพ์หล่อใหม่อีก 2 ครั้ง แต่ไม่สำเร็จ พระอินทร์จึงแปลงกายเป็นชีปะขาว ลงมาช่วยหล่อเป็นครั้งที่ 3 จึงสำเร็จ เป็นพระพุทธรูปที่มีพุทธลักษณะงดงามมากที่สุดบนแผ่นดินสุวรรณภูมิ

 เสร็จจากการสร้างพระพุทธชินราช พระพุทธชินสีห์ และพระศรีศาสดาแล้ว พญาลิไทมีรับสั่งให้ช่างหล่อพระ นำเศษทองสัมฤทธิ์ที่เหลือทั้งหมด มาหลอมรวมกันแล้วหล่อเป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย ขนาดหน้าตักกว้าง ๑ ศอกเศษ และตั้งชื่อพระพุทธรูปองค์นี้ว่า พระเสสันตปฏิมา หรือ หลวงพ่อพระเหลือ

 แล้วยังมีทองสัมฤทธิ์เหลืออีก ช่างจึงนำมาหล่อพระสาวกยืนอีก 2 องค์ พญาลิไท จึงนำพระเหลือมาประดิษฐานไว้ที่วิหารหลังเล็ก หน้าประตูทางเข้าโบสถ์พระพุทธชินราช ในสมัยโบราณเมื่อเข้าไปกราบพระพุทธชินราชเสร็จแล้ว ก่อนกลับทุกคนต้องเข้าไปกราบพระเหลือ เพื่อขอบุญบารมีพระเหลือ ให้เกื้อหนุนจนมีเงินทองเหลือกินเหลือใช้

 ชาวพิษณุโลกจึงตั้งชื่อพระเหลือว่า เจ้าสัวเหลือกินเหลือใช้ พ่อค้านักธุรกิจที่ทำการค้าติดขัด ข้าราชการที่ต้องการความก้าวหน้าในหน้าที่การงาน ต้องนำดอกไม้ธูปเทียนทองคำเปลว และขนมที่มีชื่อขึ้นต้นว่า "ทอง" เช่น ทองหยิบ ทองหยอด ทองเอก ไปกราบบูชาเจ้าสัวเหลือกินเหลือใช้ จะได้มั่งมีศรีสุขตลอดปี 2554

ก๋วยเตี๋ยวหมูตุ๋นไม้แบบ เผ็ดอร่อยสุดในพิษณุโลก
 คนเมืองเพชร ชอบชีวิตอิสระ จึงผจญภัยกระจายไปทำมาหากินทุกจังหวัดทั่วประเทศ คุณพิเชษฐ์ เทอดตระกูลรัตน์ ออกจากเพชรบุรี ดั้นด้นไปใช้ชีวิตที่นครสวรรค์ ลงทุนทำการค้าหิ้วตะกร้าไปซื้อกับข้าวทุกวัน ได้พบสาวห้าวขายหมูอยู่ในตลาด คุณสมร กนกมหกุล พูดจาโผงผางปากกับใจตรงกัน ช่างถูกใจนักเลงเมืองเพชรจริงๆ

 ทั้งคู่ตกลงใช้ชีวิตทำธุรกิจร่วมกันอยู่นาน จนเกิดน้ำท่วมใหญ่เมืองปากน้ำโพ การค้าเสียหายแทบจะหมดตัว พิเชษฐ์จึงพาอาซ้อขึ้นไปไหว้หลวงพ่อพระพุทธชินราชที่พิษณุโลก ก่อนกลับตั้งใจอธิษฐานกับหลวงพ่อพระเหลือ ขอปักหลักตั้งต้นชีวิตใหม่ที่เมืองสองแคว หวังทำมาหากินให้เหลือกินเหลือใช้ เหมือนชื่อหลวงพ่อพระเหลือ

 พิเชษฐ์ กลับเมืองเพชรบุรี สั่งเพื่อนในโรงงานน้ำตาล กวนน้ำตาลโตนดบริสุทธิ์ให้ด้วย แล้วขึ้นเขาอำเภอหนองหญ้าปล้อง หาซื้อพริกกะเหรี่ยงที่ดีที่สุดในประเทศไทย ส่วนอาซ้อตระเวนเลือกเนื้อหมู หาเนื้อหมู และเอ็นหมูที่ดีที่สุด เอามาสับทำลูกชิ้นหมู เลือกเนื้อตรงขั้วปอดมาทำหมูตุ๋น และคัดเนื้อสันนอกมาหมัก ทำหมูสดหมักนุ่ม

 ได้ของดีครบแล้วทั้งคู่จึงเปิด ร้านไม้แบบ ขายก๋วยเตี๋ยวหมูตุ๋น ราดน้ำตาลโตนด ผัดกะเพราพริกกะเหรี่ยงราดข้าว ส่งกลิ่นหอมเผ็ดพริกกะเรี่ยง กระจายฟุ้งไปทั่ว เพียง 3 เดือน ร้านไม้แบบ ก็ดังเป็นที่ถูกอกถูกใจชาวสองแคว ผู้ว่าฯ ทุกคน ต้องขับรถไปกินก๋วยเตี๋ยวหมูตุ๋น ข้าราชการจากต่างถิ่นต้องไปกินผัดกะเพราให้อร่อยปาก

 ร้านไม้แบบ ขายก๋วยเตี๋ยวเอ็นหมูตุ๋น ก๋วยเตี๋ยวเห็ดหอมตุ๋น ก๋วยเตี๋ยวหมูหมักลูกชิ้น ก๋วยเตี๋ยวหมูต้มยำ และก๋วยเตี๋ยวแห้งสะดุ้ง ทุกอย่างชามละ 30 บาท พิเชษฐ์ลงมือผัดกะเพราเอ็นหมูตุ๋นให้ผมกิน กลิ่นพริกกะเหรี่ยงหอมเผ็ดแสบจมูก ผมตักราดกินกับข้าวสวยร้อนๆ อร่อยจนเหงื่อตกเต็มหัว

 ส่วนอาซ้อลงมือทำผัดไทยวุ้นเส้นใส่น้ำตาลโตนดให้หอมหวาน อร่อยจนลืมผัดไทยกรุงเทพฯ ไปเลย เท่านั้นไม่พอ อาซ้อยังผัดราดหน้าเส้นกรอบมาให้กิน ใส่หมูหมักเนื้อนุ่มอร่อยจนลืมอิ่ม ผัดกะเพรา ผัดพริก ผัดแกงป่า แกงเขียวหวานแห้งราดข้าว จานละ 25 บาท ผัดไทยวุ้นเส้น ราดหน้า ผัดซีอิ๊ว ผัดขี้เมา 30 บาท

 อร่อยเผ็ดจากพริกกะเหรี่ยงแล้ว พิเชษฐ์ เอาน้ำตาลโตนดและเผือกสด มากวนทำ ขนมหม้อแกง ตามตำราโบราณของแม่ แล้วยังมี เต้าหู้นมสด สูตรเพชรบุรีให้กินอีกด้วย ก๋วยเตี๋ยวหมูตุ๋น ผัดพริกกะเหรี่ยงเผ็ดร้อนอย่างไร ได้ขนมหม้อแกงเต้าหู้นมสดมาช่วยดับพิษร้อน จึงอร่อยปากจนผมลืมร้านไม้แบบไม่ลงครับ

 ทุกวันนี้ พิเชษฐ์กับอาซ้อ ทำก๋วยเตี๋ยวหมูตุ่นขาย จนขยายเพิ่มอีก 2 สาขา แม้จะไม่ร่ำรวยขั้นมหาเศรษฐี แต่พิเชษฐ์กระซิบบอกผมว่า ยังมีเหลือกินเหลือใช้ ตามที่อธิษฐานไว้กับหลวงพ่อพระเหลือ จึงขอให้ท่านที่ไปเที่ยวเมืองพิษณุโลก ไปกราบหลวงพ่อพระพุทธชินราช ที่วัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหารแล้ว

"อ.ไชยแสง กิระชัยวนิช"