
การเมืองที่เป็นจริง
วันหยุดยาว ไม่ได้ไปเที่ยวที่ไหน จึงพักผ่อนอยู่บ้าน ใช้เวลาติดตามข่าวสารและความบันเทิง ผ่านทีวีดาวเทียมช่องต่างๆ
ค่ำวันอาทิตย์ ได้ชม ดนัย เอกมหาสวัสดิ์ นั่งพูดคุยเรื่องการเมืองกับ สุขุม นวลสกุล อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยรามคำแหง ทางช่องสปริงนิวส์ ปัจจุบัน อาจารย์สุขุมเป็นพิธีกรรายการข่าวและวิเคราะห์ข่าวการเมืองอยู่ในทีวีบางช่อง
ผมชอบคำพูดอาจารย์สุขุมที่ว่า "เลิกคิดถึงการเมืองในฝันมานานแล้ว ขอมองการเมืองตามความเป็นจริง"
เหตุที่ชอบ เพราะมันจริงใจดี ไม่ต้องมาปั้น "วาทกรรมการเมือง" ให้สวยหรูดูดี เพื่อหลอกให้ชาวบ้านร้านตลาดมาเป็น "หางเครื่อง" บนเวทีละครชิงรักหักอำนาจ
สามสี่ปีที่ผ่านมา ได้เกิดขบวนการขายการเมืองในฝันให้ชาวบ้านกันอึกทึกครึกโครม มีผู้คนวิ่งตามขบวนแห่ ด้วยความหวังว่ามันจะปรากฏเป็นจริงตามที่ "คนขายฝัน" โฆษณาป่าวร้อง
แล้วความเป็นจริงทางการเมืองไทย ก็ทำลายฝันของผู้ที่วิ่งตามขบวนแห่เสียย่อยยับ และในที่สุด มันก็ย้อนกลับไปสู่วังวนเดิมของการเมืองแบบที่มี "มือลึกลับ" คอยกำกับหรือออกแบบให้เป็นอย่างนี้อย่างนั้น
อาจารย์สุขุมมองว่า อนาคตการเมืองไทยในระยะใกล้นี้ ก็ยังหนี "มือที่มองไม่เห็น" ไม่พ้น และมือที่ว่านี้ไม่ได้มีมือเดียวดั่งที่เข้าใจกัน หากแต่เป็นทศกัณฐ์ มีสิบมือ แถมแต่ละมือก็เคลื่อนไหวด้วยตัวของมันเอง
ทุกมือต่างรู้ดีว่า เป้าหมายคืออะไร? จึงปฏิบัติภารกิจเพื่อก้าวไปสู่จุดนั้นร่วมกัน
การเมืองไทยยังจะต้องตกอยู่ในอุ้งมือทศกัณฐ์ไปอีกหลายปี จนกว่าอีกฝ่ายหนึ่งจะต้องยอมรับความปราชัย และไม่คิดจะต่อสู้อีก
แม้การเลือกตั้งครั้งหน้า พรรคเพื่อไทยจะชนะเลือกตั้ง เป็นแกนจัดตั้งรัฐบาล ก็จะบริหารประเทศกระท่อนกระแท่น และอาจมีอุบัติเหตุทำให้รัฐบาลพลิกคว่ำ โดยมือที่มองไม่เห็น
เอาเข้าจริง อาจารย์สุขุมประเมินว่า ถ้ายุบสภาวันนี้ พรรคเพื่อไทยได้ไม่ถึง 200 เสียง เพราะไม่มีจุดขายใหม่ บวกกับไร้อำนาจรัฐคอยกดดันคู่แข่ง
ในซีกฝ่ายคนเสื้อแดง อาจารย์สุขุมก็บอกว่า มีมือที่มองไม่เห็นคอยบงการเช่นกัน มันจึงทำให้แนวทางการต่อสู้ไม่เป็นเอกภาพ และนำไปสู่ความพ่ายแพ้สองปีซ้อน
อาจารย์สุขุมมองกลับที่เหตุการณ์พฤษภาเลือด ซึ่งทั้งฝ่ายกุมอำนาจรัฐและฝ่ายต่อต้าน ต่างก็มี "คนบางกลุ่ม" ที่คิดไม่เหมือนคนอื่น
"ผมดูทั้งสองฝ่ายเลยนะ ฝ่ายหนึ่งฝันเห็นเหตุการณ์ 6 ตุลา 19 ฝันเห็นถึงคนปรบมือไล่ให้ฝ่ายเข้าไปปราบ ฝ่ายหนึ่งฝันเห็นพฤษภา 35 พวกเราตายแล้วชนะ
ตรงนี้พูดตรงๆ คนเล่นเกมใจถึงจริงๆ เอาชีวิตคนเป็นเดิมพัน มันใจดำอำมหิตทั้งสองข้าง..."
คนกลุ่มนี้ มิใช่คนทั้งหมดของสองฟากฝ่าย ต้องเข้าใจในบริบทคำพูดของอาจารย์สุขุม
จะว่าไปแล้ว เรื่องที่อาจารย์สุขุมพูดถึงข้างต้นนี้ มีการพูดกันแบบกระซิบในแวดวงเล็กๆ มาตั้งแต่ครั้งสงครามราชประสงค์จบลงหมาดๆ
นักเคลื่อนไหวภาคประชาชนจำนวนหนึ่ง ก็แอบคิดเช่นนี้ แต่ไม่กล้าเปิดเผยสู่สาธารณะ เพราะเกรงว่าจะโดนจวกจากมิตรสหายว่า "ใจโหดหิน"
บังเอิญว่ามันเป็น "สูตรสำเร็จ" ที่พวกมักง่าย ชอบใช้ในการชิงอำนาจ ซึ่งเกิดดอกเกิดผลมาแล้วในอดีต จึงมีความพยายามจะออกแบบให้เป็น "เหตุการณ์มหาวิปโยค"
เหมือนประโยคที่ว่า "ใครลั่นกระสุนก่อน คนนั้นแพ้" หรือ "คนตายคนเดียว รัฐบาลก็อยู่ไม่ได้" แต่ครั้งที่ผ่านมา มันไม่เป็นแพ้ มันยังอยู่ได้ อาจารย์สุขุมจึงฝากให้คนเสื้อแดงคิด
ที่สำคัญ มองการเมืองอย่างที่มันเป็นจริง จะทำให้เราไม่หลงคารมนักต้มตุ๋น!
แคน สาริกา



