
นายกฯต้องชูธงนำบ่มเพาะจิตสาธารณะ
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี มอบคำขวัญวันเด็กแห่งชาติประจำปีนี้ไว้ว่า "รอบคอบ รู้คิด มีจิตสาธารณะ" ซึ่งแน่นอนว่า วลีนี้ย่อมไม่เป็นแต่เพียงถ้อยคำสวยหรูฟังดูดีหรือแสดงภูมิรู้เท่านั้น หากแต่จุดมุ่งหมายที่แท้
นายกรัฐมนตรีได้ให้คำอธิบายเอาไว้ว่า เยาวชนไทยจะต้องรอบคอบ เพราะโลกทุกวันนี้ มีทางเลือกในการรับข้อมูลข่าวสารผ่านสื่อใหม่ต่างๆ มากมาย ความรอบคอบของเยาวชนคือหนทางป้องกันการตกเป็นเหยื่อเพราะรู้เท่าไม่ถึงการณ์ จนเกิดปัญหาทั้งกับตัวเองและสังคม เมื่อเยาวชนเรียนรู้รอบด้านแล้ว ก็จะต้องรู้คิดใช้ชีวิตอย่างมีสติและไม่ประมาทเพื่อให้เกิดประโยชน์แก่ตนเองและสังคมด้วยเช่นกัน
อย่างไรก็ตาม สำหรับคำว่า มีจิตสาธารณะ ที่นายกรัฐมนตรีขยายความว่า เมื่อสังคมต้องพึ่งพิงกัน เช่นในยามมีภัยคนไทยก็ช่วยเหลือเกื้อกูลกันนั้น จึงย่อมต้องมีผู้อุทิศตนเพื่อสาธารณะ มีคำถามตามมาว่า เยาวชนจะเข้าใจและสามารถเรียนรู้ด้วยตัวเองหรือไม่ จึงเป็นเรื่องที่ทุกฝ่ายพึงร่วมกันพินิจพิจารณาว่า การสร้างจิตสาธารณะให้เกิดขึ้นในหมู่เด็กและเยาวชนไทยนั้น จะทำให้เกิดเป็นรูปธรรมได้อย่างไร
สังคมทุกวันนี้อยู่ในโลกยุคข้อมูลข่าวสาร แน่นอนว่า การอบรมบ่มเพาะเยาวชนนั้น ย่อมยากที่จะอาศัยการสอนสั่งว่ากล่าวดังเก่าก่อนเพียงด้านเดียวได้ หากแต่จะต้องประกอบขึ้นด้วยการเรียนรู้ และการ "เลือกรับสรรสาระ" อย่างรอบด้าน ซึ่งย่อมหมายความว่า การจะสร้างเยาวชนจิตสาธารณะขึ้นมาสักคนหนึ่ง จะต้องอาศัยเบ้าหลอมจากคนและสังคมรอบด้านอย่างเป็นระบบและต่อเนื่องยั่งยืน การบูรณาการกระบวนการหลอมหล่อบุคคลจิตสาธารณะจากทุกฝ่ายจึงเป็นสิ่งจำเป็นยิ่ง หากเห็นร่วมกันแล้วว่า จิตสาธารณะไม่ใช่เป็นแต่เพียงกระแส หรือการเอาอย่างตามกัน เพียงชั่วครู่ยามเพื่อให้รู้สึกดูดี
1 ทศวรรษผ่านมาแล้ว ที่สังคมไทยรับรู้คำว่า ปฏิรูปการศึกษาและการเรียนรู้ หากแต่ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมานั้น หาได้มีการดำเนินการที่เป็นรูปธรรมมากไปกว่างานประจำด้านการศึกษาที่เดินได้เองโดยอัตโนมัติภายใต้เฟืองจักรหลักของแม่พิมพ์ชุดความคิดเดิม เช่นนี้แล้ว การสร้างจิตสาธารณะอาจมีแนวโน้มจะซ้ำรอยปฏิรูปการศึกษา หากว่า นายกรัฐมนตรีไม่ได้สานต่อและลงมือสร้างกระบวนการจิตสาธารณะขึ้นมาอย่างเป็นรูปธรรม อย่างเช่น การแต่งตั้งแกนนำสร้างจิตสาธารณะพร้อมปฏิรูปเครื่องมือสนับสนุนครั้งใหญ่ เช่น แหล่งเรียนรู้ที่มีอยู่มากมายทั่วประเทศ พิพิธภัณฑ์ ห้องสมุดที่สามารถถ่ายทอดบ่มเพาะสำนึกเสียสละของคนรุ่นเก่าสู่เยาวชนของเราได้ ฯลฯ เมื่อมีผู้นำสร้างจิตสาธารณะและขบวนการเรียนรู้ร่วมกันแล้ว หนทางสร้างสังคมที่ทุกคนหรือส่วนใหญ่พร้อมอุทิศตนเพื่อส่วนรวมย่อมพอมีหวัง



