
ผู้รับเหมาซ้อนแผนจับทุจริต..นายกคูคต
ถึงแม้ว่า "นายเมธา ใจบริสุทธิ์" นายกเทศมนตรีเมืองคูคต จะจำนนต่อหลักฐาน ซึ่งเป็นเงินสดกว่า 3 หมื่นบาท แล้วยังปฏิเสธว่าไม่ได้เรียกรับผลประโยชน์ พร้อมใช้ตำแหน่งหน้าที่การงานและตำแหน่งปลัดเทศบาลประกันตัวออกไป
การจับกุมครั้งนี้ เชื่อว่านายกเทศมนตรีเมืองคูคต ต้องลำบากใจในการต่อสู้คดี เพราะหลักฐานเป็นเงินสด 34,660 บาท ที่ถูกถ่ายเอกสารและซองกระดาษสีน้ำตาล สำหรับบรรจุเงินสดที่ถูกทำตำหนิเขียนที่มุมซองว่า "งานโรงสูบน้ำ ชุมชนซอยแข็งขัน 4 ยอดเช็ค 1,155,078 บาท 3% 34,652 บาท" ถูกบันทึกลงไว้ในบันทึกประจำวันของ บก.ปปป. ก่อนเข้าทำการจับกุม หลังจากที่ นายเจริญ โชคทวีวิศาลกุล อายุ 38 ปี เจ้าของบริษัทสันฐิตาจำกัด ซึ่งเป็นบริษัทรับเหมาก่อสร้างทั่วไป เข้ายื่นซองกระดาษสีน้ำตาลที่บรรจุเงินสดไว้ให้แก่นายเมธา ในห้องทำงาน ภายในสำนักงานเทศบาลเมืองคูคต อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี
แผนการจับกุมครั้งนี้ เกิดขึ้นเมื่อไม่กี่เดือนที่ผ่านมา เมื่อ นายเจริญ เข้าพบกับ พ.ต.อ.วีระพันธ์ ทันใจ ผกก.2 บก.ปปป. เพื่อขอหารือ หลังจากถูกกลั่นแกล้งจากผู้ที่เกี่ยวข้องในการตรวจงาน หลังจากประมูลงานชนะเข้าไปก่อสร้างโครงการโรงงานสูบน้ำ
"ผู้เสียหายเข้ามาปรึกษาหารือ เพราะทนไม่ไหวจากการที่ถูกอ้างว่ากลั่นแกล้ง ทำนองว่า งานไม่สมบูรณ์จนกระทั่งเสียค่าปรับ ซึ่งผู้เสียหายอ้างว่าบริษัทอื่นๆ ก็ถูกกระทำ ก็เลยบอกไปว่า ให้ไปรวมกันมาแจ้งความ แต่การจับกุมต้องเป็นไปด้วยความรอบคอบ ผู้เสียหายต้องให้ความร่วมมือ นายเจริญก็ขอกลับไปคิด แล้วก็เงียบหายไป" พ.ต.อ.วีระพันธ์ ระบุ
การเงียบหายไปของนายเจริญ ทำให้ตำรวจคาดว่า นายเจริญคงไม่อยากดำเนินคดี เพราะยังไงต้องประกอบอาชีพรับเหมาก่อสร้าง ต้องประมูลงานตามสถานที่หน่วยงานราชการต่างๆ ในอนาคต แต่แล้วช่วงสายวันที่ 5 มกราคม 2554 นายเจริญได้เข้าพบ พ.ต.อ.วีระพันธ์ อีกครั้ง พร้อมขอร้องทุกข์เพื่อดำเนินคดีกับนายเมธา
หลังจากรับคำร้องทุกข์ พ.ต.อ.วีระพันธ์รายงานเหตุที่เกิดขึ้นต่อ พล.ต.ต.สุรชัย ควรเดชะคุปต์ ผบก.ปปป.ทราบ ก่อนได้คำสั่งให้เร่งสืบสวนจับกุม เมื่อนายเจริญนำเงินสด พร้อมซองเอกสารสีน้ำตาลที่บรรจุเงินสดไว้ถ่ายสำเนาทั้งหมดแล้วตำรวจนำไปจดในบันทึกประจำวัน ก่อนเดินทางไปที่สำนักงานเทศบาลเมืองคูคต หลังจากนั้นให้นายเจริญเข้าไปพบนายเมธาในห้องทำงาน พร้อมยื่นซองบรรจุเงินให้แก่นายเมธา แล้วนายเมธาก็นำเก็บไว้ในลิ้นชักโต๊ะทำงานด้านขวา พ.ต.อ.วีระพันธ์จึงเข้าแสดงตัวเป็นเจ้าพนักงาน พร้อมทั้งแจ้งให้ทราบว่า นายเจริญแจ้งความร้องทุกข์กล่าวหาว่านายเมธาเรียกรับผลประโยชน์
นายเมธาถึงกับหน้าถอดสี พ.ต.อ.วีระพันธ์จึงถามนายเจริญว่า ยื่นซองบรรจุเงินแล้วนายเมธานำไปเก็บไว้ที่ใด นายเจริญก็ตอบ ก่อนที่พ.ต.อ.วีระพันธ์บอกให้นายเมธาเปิดลิ้นชักแล้วหยิบซองกระดาษบรรจุเงินออกมา พร้อมแสดงหลักฐานธนบัตรที่ถูกบันทึกไว้ในบันทึกประจำวัน โดยขั้นตอนทั้งหมดถูกบันทึกภาพไว้เป็นหลักฐาน
พล.ต.ต.สุรชัย กล่าวว่า หลังจากพนักงานสอบสวน บก.ปปป.ควบคุมตัวนายเมธามาสอบสวน เบื้องต้นแจ้งข้อหาเป็นเจ้าพนักงานสมาชิกสภาเทศบาลเรียกรับหรือยอมจะรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดสำหรับตนเองหรือผู้อื่นโดยมิชอบ เพื่อกระทำการหรือไม่กระทำการอย่างใดในตำแหน่งไม่ว่าการนั้นจะชอบหรือมิชอบด้วยหน้าที่ ต้องโทษจำคุก 5-20 ปี หรือจำคุกตลอดชีวิต ปรับตั้งแต่ 2,000-40,000 บาท หรือประหารชีวิต และข้อหาเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 149 และ 157 ตามลำดับ
ด้านนายเมธาให้การปฏิเสธ อ้างว่า ไม่ทราบว่านายเจริญนำซองกระดาษซึ่งภายในบรรจุเงินสดจำนวนดังกล่าวมามอบให้ เนื่องจากนายเจริญบอกเพียงว่ามาเข้าพบเพื่ออวยพรปีใหม่ ไม่ทันได้ดูว่าเป็นซองอะไร เพราะสายตาไม่ค่อยดี และไม่ทันได้อ่านข้อความ ส่วนกรณีโครงการก่อสร้างที่มีการกล่าวอ้างนั้น เป็นความรับผิดชอบของฝ่ายโยธา ได้มอบหมายไปแล้ว การดำเนินการก่อสร้างเสร็จสิ้นเรียบร้อย มีการตรวจรับงาน ทราบว่ามีการสั่งปรับบริษัทผู้รับเหมารายนี้ เนื่องจากกระทำผิดสัญญาว่าจ้าง เพราะโครงการแล้วเสร็จล่าช้ากว่ากำหนด ที่ผ่านมาก็ไม่ได้เข้าไปยุ่งเกี่ยวแต่อย่างใด
พ.ต.อ.วีระพันธ์ ระบุว่า ขณะนี้ได้สอบปากคำในส่วนของผู้เสียหาย และในส่วนของผู้ถูกกล่าวหาไว้แล้ว หลังจากนี้จะนำเรื่องเสนอผู้บังคับบัญชาพิจารณาสรุปสำนวนคดีส่งไปยังคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ภายใน 30 วัน ตามขั้นตอน เพื่อพิจารณาดำเนินการต่อไป



