ข่าว

กระสุนจากฟากฟ้าฤามัจจุราชบนดิน

กระสุนจากฟากฟ้าฤามัจจุราชบนดิน

07 ม.ค. 2554

สวัสดีปีเถาะ ?!!

 อันที่จริงผมกะจะเขียนถึงอนาคตของตำรวจปี 2554 ถ้าดูตามคำให้สัมภาษณ์ของ “บิ๊กน้อย” พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี ผบ.ตร. หากทำได้คงสดใสไม่น้อย

 ไหนจะเรื่องพัฒนาระบบงานสอบสวนให้พนักงานสอบสวนมีความก้าวหน้าในหน้าที่การงานจนถึงระดับ ผบก.
พัฒนาโรงพักให้ทันยุคสมัยและเทคโนโลยีมากขึ้น

เปิดอัตราให้ชั้นประทวนก้าวขึ้นเป็นนายตำรวจสัญญาบัตร

หรือการทุ่มงบซื้อบ้านเอื้ออาทรทำเป็นสวัสดิการตำรวจ ฯลฯ 

 เอาไว้สัปดาห์หน้าค่อยมาว่ากันในรายละเอียดละกันครับ ฉบับนี้ผมค่อนข้างติดใจเรื่องการยิงปืนขึ้นฟ้าช่วงเทศกาล

 ดูเหมือนเรื่องเล็กๆ นะครับ แต่ผลที่ตามมาไม่เล็กเลย

 ช่วงปีใหม่ 2554 น้องมายด์ ด.ญ.กัญญารัตน์ ว่านทอง วัย 8 ขวบ ถูกกระสุนปืนเจาะตัดขั้วหัวใจ ขณะนอนหลับอยู่ในอ้อมกอดของยายที่ จ.ราชบุรี

 ห่างออกไปนับพันกิโลเมตร ด.ญ.นิอิฟตีนา กือจิ วัย 6 ขวบ นอนอยู่ดีๆ ก็มีกระสุนตกทะลุหลังคาเจาะเข้าศีรษะที่ จ.ยะลา

 ทั้งสองเหตุการณ์คล้ายกัน คือ มีคนเมาสุรายิงปืนฉลองปีใหม่ แล้วกระสุนก็ตกใส่ คนหนึ่งเสียชีวิต อีกคนเจ็บสาหัส

 ไม่รู้วัฒนธรรมยิงปืนฉลองเทศกาลนี้มีมาแต่ไหน อย่างไร แต่ที่แน่ๆ ที่ให้เห็นถึงความเชื่อผิดๆ หลายด้าน

 ด้านหนึ่งกระสุนที่ถูกยิงขึ้นฟ้าพอตกลงมาจะมีความเร็วและอานุภาพรุนแรงมากกว่าเดิมถึง 2 เท่า

 ใครโดนเข้าที่สำคัญก็ไม่รอด ?!!

 คดีลักษณะนี้ถ้าตำรวจทำจริงๆ คงตามตัวคนยิงได้ไม่ยาก แต่ความสูญเสียที่เกิดขึ้นแล้วต่างหากที่ยากจะเยียวยา

 ที่สำคัญชี้ให้เห็นว่ามาตรการป้องกันปราบปรามอาวุธสงครามล้มเหลว

 มาตรการดูแลความปลอดภัยช่วงเทศกาลพังพาบไม่เป็นท่า

 สังคมไทยเผชิญกับเรื่องตลกร้ายแบบนี้มานานมากแล้ว ไม่เคยคิดจะหามาตรการป้องกันให้รัดกุม

 จะว่าไปแล้วคดีน้องมายด์ น้องนิอีฟตีนา ไม่ได้ต่างไปจากคดีน้องโตมี่เลย

 เพราะไม่ว่าจะเป็นกระสุนจากฟากฟ้าหรือมัจจุราชบนผืนดินก็ล้วนมาจากการปล่อยปละละเลยของตำรวจแทบทั้งสิ้น !?!

อนลัส
[email protected]