
กระสุนจากฟากฟ้าฤามัจจุราชบนดิน
สวัสดีปีเถาะ ?!!
อันที่จริงผมกะจะเขียนถึงอนาคตของตำรวจปี 2554 ถ้าดูตามคำให้สัมภาษณ์ของ “บิ๊กน้อย” พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี ผบ.ตร. หากทำได้คงสดใสไม่น้อย
ไหนจะเรื่องพัฒนาระบบงานสอบสวนให้พนักงานสอบสวนมีความก้าวหน้าในหน้าที่การงานจนถึงระดับ ผบก.
พัฒนาโรงพักให้ทันยุคสมัยและเทคโนโลยีมากขึ้น
เปิดอัตราให้ชั้นประทวนก้าวขึ้นเป็นนายตำรวจสัญญาบัตร
หรือการทุ่มงบซื้อบ้านเอื้ออาทรทำเป็นสวัสดิการตำรวจ ฯลฯ
เอาไว้สัปดาห์หน้าค่อยมาว่ากันในรายละเอียดละกันครับ ฉบับนี้ผมค่อนข้างติดใจเรื่องการยิงปืนขึ้นฟ้าช่วงเทศกาล
ดูเหมือนเรื่องเล็กๆ นะครับ แต่ผลที่ตามมาไม่เล็กเลย
ช่วงปีใหม่ 2554 น้องมายด์ ด.ญ.กัญญารัตน์ ว่านทอง วัย 8 ขวบ ถูกกระสุนปืนเจาะตัดขั้วหัวใจ ขณะนอนหลับอยู่ในอ้อมกอดของยายที่ จ.ราชบุรี
ห่างออกไปนับพันกิโลเมตร ด.ญ.นิอิฟตีนา กือจิ วัย 6 ขวบ นอนอยู่ดีๆ ก็มีกระสุนตกทะลุหลังคาเจาะเข้าศีรษะที่ จ.ยะลา
ทั้งสองเหตุการณ์คล้ายกัน คือ มีคนเมาสุรายิงปืนฉลองปีใหม่ แล้วกระสุนก็ตกใส่ คนหนึ่งเสียชีวิต อีกคนเจ็บสาหัส
ไม่รู้วัฒนธรรมยิงปืนฉลองเทศกาลนี้มีมาแต่ไหน อย่างไร แต่ที่แน่ๆ ที่ให้เห็นถึงความเชื่อผิดๆ หลายด้าน
ด้านหนึ่งกระสุนที่ถูกยิงขึ้นฟ้าพอตกลงมาจะมีความเร็วและอานุภาพรุนแรงมากกว่าเดิมถึง 2 เท่า
ใครโดนเข้าที่สำคัญก็ไม่รอด ?!!
คดีลักษณะนี้ถ้าตำรวจทำจริงๆ คงตามตัวคนยิงได้ไม่ยาก แต่ความสูญเสียที่เกิดขึ้นแล้วต่างหากที่ยากจะเยียวยา
ที่สำคัญชี้ให้เห็นว่ามาตรการป้องกันปราบปรามอาวุธสงครามล้มเหลว
มาตรการดูแลความปลอดภัยช่วงเทศกาลพังพาบไม่เป็นท่า
สังคมไทยเผชิญกับเรื่องตลกร้ายแบบนี้มานานมากแล้ว ไม่เคยคิดจะหามาตรการป้องกันให้รัดกุม
จะว่าไปแล้วคดีน้องมายด์ น้องนิอีฟตีนา ไม่ได้ต่างไปจากคดีน้องโตมี่เลย
เพราะไม่ว่าจะเป็นกระสุนจากฟากฟ้าหรือมัจจุราชบนผืนดินก็ล้วนมาจากการปล่อยปละละเลยของตำรวจแทบทั้งสิ้น !?!
อนลัส
[email protected]



