ข่าว

10ม.ค.ตัดสิน7คนไทย5วันรู้ประกัน

10ม.ค.ตัดสิน7คนไทย5วันรู้ประกัน

07 ม.ค. 2554

ศาลเขมรไต่สวน 7 คนไทยเสร็จคาดตัดสิน 10 ม.ค. "บัวแก้ว" พร้อมยื่นประกัน คาดรู้ผลไม่เกิน 5 วัน ทนายเผย "พนิช" ให้การล้ำแดนไม่ตั้งใจ "สุเทพ" แย้ม ถ้าเจอคุกเล็งขอพระราชทานอภัยโทษ โฆษกกัมพูชาย้ำสัมพันธ์ไม่สั่นคลอน ม็อบลุยทำเนียบบี้นายกฯ-กห.เร่งช่วยกลับไทย

หลังจากคนไทย 7 คน ได้แก่ นายพนิช วิกิตเศรษฐ์ ส.ส.กรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ นายวีระ สมความคิด ผู้ประสานงานเครือข่ายประชาชนไทยหัวใจรักชาติ ร.อ.แซมดิน เลิศบุศย์ นายตายแน่ มุ่งมาจน นายกชพล ชุสนะเสวี นางนฤมล จิตรวะรัตนา และ น.ส.ราตรี พิพัฒนาไพบูรณ์ ถูกทหารเขมรจับกุมเมื่อวันที่ 29 ธันวาคมที่ผ่านมา ที่บริเวณตะเข็บชายแดนบ้านหนองจาน ต.โนนหมากมุ่น อ.โคกสูง จ.สระแก้ว และควบคุมตัวไปไว้ที่เรือนจำไปรซอ กรุงพนมเปญนั้น
"พนิช"หน้าเครียดขึ้นศาล

 เมื่อเวลา 07.30 น. วันที่ 6 มกราคม คนไทยทั้ง 7 คน เดินทางออกจากเรือนจำไปรซอมายังศาลพนมเปญ ที่ห้องไต่สวนชั้น 2 โดยนายพนิชและคณะสวมชุดนักโทษกัมพูชาสีน้ำเงินมีแถบสีขาว นายพนิชสีหน้าอิดโรยและเคร่งเครียด ส่วนนายวีระมีสีหน้าเรียบเฉย ท่ามกลางญาติของคนไทย 7 คน รอให้กำลังใจ ทั้งนี้ ทางการกัมพูชาไต่สวนทั้งหมด 2 ข้อหา คือ ละเมิดชายแดนเขตทหาร และเข้าเมืองผิดกฎหมาย กระทั่งเวลา 08.00 น. เจ้าหน้าที่เริ่มไต่สวนนายพนิชเป็นคนแรก

 นายธานี ทองภักดี อธิบดีกรมสารนิเทศ กระทรวงการต่างประเทศ กล่าวว่า ศาลกัมพูชานัดไต่สวนนายพนิชและพวกรวม 7 คน วันนี้ไม่ใช่การพิพากษาคดี แต่เป็นการไต่สวนเพิ่มเติม โดยผู้พิพากษาสามารถสอบสวนคนไทยทั้ง 7 คน ได้โดยตรงและไต่สวนเป็นรายบุคคล

หึ่งเพิ่มข้อหาจารกรรม"วีระ"

 "การไต่สวนเป็นแบบปิด ทางสถานเอกอัครราชทูตไม่สามารถส่งเจ้าหน้าที่กงสุลเข้าสังเกตการณ์ได้ มีเพียงทนายความชาวกัมพูชา 2 คน ที่ทางการไทยว่าจ้างเข้าร่วมกับจำเลยทั้ง 7 คน ที่เข้าไปได้ ระหว่างนี้เป็นช่วงเวลาที่อ่อนไหวมาก ทนายไม่ต้องการให้กระทรวง รวมทั้งสถานทูตไทยให้ข่าวมาก เนื่องจากเกรงว่าจะส่งกระทบต่อคดีความ และอาจจะมีผลต่อการให้ปากคำของจำเลย ที่ยังรอการไต่สวนอยู่ ส่วนแนวทางการสู้คดี ทีมทนายกัมพูชาได้หารือกับคนไทย 7 คน อย่างใกล้ชิดแล้ว แต่ไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้” นายธานี กล่าว

 ส่วนกระแสข่าวที่ว่าอัยการกัมพูชาตั้งข้อหาเพิ่มคือ โจรกรรมข้อมูลความลับทางการทหารนั้น นายธานี กล่าวว่า เป็นเพียงกระแสข่าว กระทรวงได้รับแจ้งข้อหาที่เป็นทางการยังเป็น 2 ข้อหาเดิม คือ ข้อหาเข้าเมืองผิดกฎหมาย มีโทษจำคุก 3-6 เดือน และให้เนรเทศออกนอกประเทศ และข้อหารุกล้ำพื้นที่ทหารโดยไม่ได้รับอนุญาต มีโทษจำคุก 6-12 เดือน หรือปรับเงิน 7,500-15,000 บาท

ไต่สวนเสร็จ-ยื่นประกัน10ม.ค.

 ต่อมาอธิบดีกรมสารนิเทศให้สัมภาษณ์ว่า ทางการกัมพูชาแจ้งมายังสถานเอกอัครราชทูตไทยประจำกรุงพนมเปญว่า แม้ศาลจะปิดทำการในเวลา 17.00 น. แต่จะไต่สวนคนไทยทั้ง 7 คน ให้เสร็จสิ้นภายในวันนี้ ไม่ว่าจะใช้เวลาถึงกี่โมงก็ตาม ส่วนการยื่นประกันตัวทั้งหมดนั้น ฝ่ายไทยสามารถยื่นได้ในวันที่ 10 มกราคมนี้ เนื่องจากวันที่ 7 มกราคม เป็นวันหยุดราชการของกัมพูชา ภายหลังการยื่นประกัน คาดว่าศาลกัมพูชาจะให้เวลาพิจารณาอย่างช้าที่สุดไม่เกินวันที่ 14 มกราคม

 ส่วนในอนาคตจะมีการนำคดีความของคนไทย 7 คน ที่มีความเกี่ยวข้องกับการชี้จุดแบ่งเขตแดนกัมพูชามาเจรจาในคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย-กัมพูชา (เจบีซี) หรือไม่ นายธานีกล่าวว่า มีการพูดคุยกับทางการกัมพูชามาตั้งแต่ต้นแล้วว่า เป็นคนละส่วนกัน จะไม่นำมาเกี่ยวโยงกัน โดยการเจรจาเจบีซีครั้งที่ 4 ยังจะมีขึ้นที่กรุงพนมเปญต่อไป ส่วนการจับกุมคนไทยครั้งนี้เกิดขึ้นในพื้นที่ทับซ้อน ที่เริ่มจากการเดินลงไปในพื้นที่ที่ไม่ทราบว่าเป็นของฝ่ายใด เรื่องนี้จะไม่มีผลต่อการเจรจาเขตแดนแต่อย่างใด

"พนิช"แจงข้ามแดนไม่ตั้งใจ

 นายรส อุน ทนายความของนายพนิช ให้สัมภาษณ์สำนักข่าวต่างประเทศทางโทรศัพท์ว่า นายพนิชให้การต่อศาลว่า ได้ข้ามเข้าไปในเขตแดนกัมพูชาโดยไม่ตั้งใจ

 "นายพนิชกล่าวว่า เขาเข้าไปในเขตแดนกัมพูชา เพราะชาวบ้านคนไทยอ้างว่า นี่เป็นที่ดินของพวกเขา เขาเดินเข้าไปโดยไม่รู้ว่ากำลังเข้าไปอยู่ในเขตแดนกัมพูชา และถูกทางการกัมพูชาจับตัว" นายรส อุน กล่าว

เขมรส่ง7คนไทยนอนคุกต่อ

 ต่อมาเวลา 19.30 น. คณะคนไทยทั้ง 7 คน ได้เดินออกจากศาล นำโดยนายพนิช โดยกล่าวกับผู้สื่อข่าวไทยที่ไปรายงานที่กัมพูชาสั้นๆว่า ยังไม่ทราบขั้นตอนต่อไป แต่ขอบคุณที่ให้กำลังใจ ขณะที่นายวีระกล่าวว่าพวกเขาพยายามยัดข้อกล่าวหาให้เรา

 หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่เรือนจำเปรย์ซอควบคุมชายไทย 5 คนกลับไปขังต่อ หลังจากก่อนหน้านี้คุมตัวหญิงไทย 2 คน กลับเรือนจำไปแล้ว และคาดว่าศาลกัมพูชาจะมีการตัดสินในวันที่ 10 ม.ค.หรือหากมีประเด็นที่จะใต่สวนต่อก็จะมีการใต่สวนก่อนตัดสิน

เขมรยันสัมพันธ์ไม่สะเทือน

 นายกอย เกือง โฆษกกระทรวงต่างประเทศกัมพูชา กล่าวว่า คดีของนายพนิชเป็นคนละส่วนกับความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างกัน และปฏิเสธที่จะคาดการณ์ว่า คนไทยกลุ่มนี้จะได้รับอนุญาตประกันตัวหรือไม่ หรือนายกรัฐมนตรีฮุน เซนแห่งกัมพูชา จะร้องขอให้มีการอภัยโทษภายหลังการตัดสินคดีแล้วหรือไม่

 "ขณะนี้เรื่องอยู่ในมือของศาล เราไม่สามารถแสดงความเห็นได้มากไปกว่านี้" นายกอย เกือง กล่าว

 ด้าน หนังสือพิมพ์กัมพูชาใหม่ (กัมปุเจียทะเมย) รายงานบทสัมภาษณ์นายจิว เกง ประธานศาลกรุงพนมเปญ ว่า การพิจารณาคดีคนไทย 7 คน ตามหลักกฎหมายการจับกุมต้องทำการเปิดพิจารณาคดีให้เสร็จภายใน 4 เดือน นับจากวันถูกจับ หากเป็นคดีเร่งด่วน หรืออัยการจัดทำสำนวนคดีแล้วเสร็จก็พิจารณาได้เลย ช้าหรือเร็วต้องไม่เกิน 4 เดือน

 สื่อฉบับดังกล่าวอ้างคำสัมภาษณ์ของนายพลบุญ เซง แม่ทัพภาคที่ 5 ระบุว่า ทหารภายใต้บังคับบัญชากำลังควบคุมพื้นที่อย่างเข้มแข็งบริเวณหลักเขตแดนที่ 46 ใน อ.โอโจวโรว จ.บันเตียเมียนเจย นอกจากนี้ทหารยังกระจายกำลังออกไปตามแนวชายแดนกัมพูชา ขณะเดียวกันทหารไทยก็กระจายกำลังตามแนวชายแดนของพวกเขาเช่นกัน เพื่อสกัดกั้นไม่ให้กลุ่มผู้ชุมนุมปักหลักที่บริเวณหลักเขตแดนที่ 46

 “ตามคำสั่ง หากพวกหัวรุนแรงรุกล้ำเข้ามาในเขตดินแดน เราก็ต้องทำการจับกุมเพิ่ม มาน้อยจับน้อย มามากจับมาก เพราะถือว่าเป็นผู้รุกราน กองทัพจะใช้อำนาจในฐานะผู้ปกป้องอธิปไตย แต่หากพวกหัวรุนแรงชุมนุมที่ดินแดนเขา ก็ไม่ปวดเศียรเวียนเกล้ากับพวกเขาหรอก” นายพลบุญ เซง กล่าว

"มาร์ค"ถกเข้ม"สุเทพ-กษิต"

 เมื่อเวลา 16.00 น. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เรียกนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี นายกษิต ภิรมย์ รมว.ต่างประเทศ นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รมว.ยุติธรรม และนายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต เลขานุการ รมว.ต่างประเทศ เข้าพบที่ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล เพื่อติดตามความคืบหน้าการให้ความช่วยเหลือคนไทย 7 คน โดยใช้เวลาหารือ 1 ชั่วโมง หลังจากนั้นนายสุเทพและนายกษิตเดินลงมาพร้อมกัน และขึ้นไปยังห้องทำงานของนายสุเทพ ที่ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล เพื่อหารือกันต่อ โดยทั้งสองปฏิเสธให้สัมภาษณ์

 นายชวนนท์ กล่าวว่า นายกฯ ไม่กังวลกับปัญหานี้ และติดตามความเคลื่อนไหวที่เกิดขึ้นจากกรุงพนมเปญ เพราะการพิจารณาของศาลกัมพูชายังไม่แล้วเสร็จ และวันนี้เป็นเรื่องการไต่สวนเพิ่มเติมและยืนยันสำนวน เราต้องรอดูว่า การตั้งข้อหาจะเป็นข้อหาเดิมทั้งหมดหรือไม่ และสถานเอกอัครราชทูตไทยประจำกรุงพนมเปญยืนยันว่าศาลจะพิจารณาให้เสร็จทั้งหมดในวันนี้

 เมื่อพิจารณาเสร็จหมดแล้วจะประเมินท่าที โดยจะรอดูว่าทุกคนมีข้อหาใดบ้าง และดูแนวทางการขอยื่นประกันตัวต่อไป แต่ขณะนี้ไม่สามารถตัดสินอะไรได้ รวมทั้งยังไม่สามารถยื่นขอประกันตัวด้วย เพราะกระบวนการไต่สวนและประกันตัวของกัมพูชาจะเป็นคนละวันกัน เนื่องจากหลังการไต่สวนแล้ว ก่อนขอประกันตัวต้องเตรียมเอกสารให้ตรงกับข้อกล่าวหาจึงจะยื่นขอประกันตัวได้ และวันที่ 10 มกราคม น่าจะมีความชัดเจนเรื่องการยื่นขอประกันตัว

 นายชวนนท์กล่าวถึงการขอพระราชทานอภัยโทษว่า ผู้ที่จะดำเนินการคือรัฐบาลกัมพูชา ส่วนจะมีการดำเนินการไปทั้ง 7 คน เลยหรือไม่นั้น ควรรอดูว่าคดีของคนไทยแต่ละคนนั้นมีความแตกต่าง หรือเหมือนกันอย่างไรบ้าง รวมทั้งต้องรอผลการตัดสินออกมาก่อนจึงจะดำเนินการได้ หากข้อหาของแต่ละคนไม่เหมือนกัน โอกาสการประกันตัวก็แตกต่างกัน

เล็งขอพระราชทานอภัยโทษ

 ก่อนหน้านี้ นายสุเทพให้สัมภาษณ์ว่า เชื่อว่าการดำเนินคดีของศาลคงเป็นไปด้วยความรวดเร็ว เชื่อว่าสมเด็จฮุน เซน และรัฐบาลกัมพูชา ย่อมเห็นความสำคัญของมิตรไมตรี และสัมพันธภาพที่ดีระหว่าง 2 ประเทศว่าเรื่องใหญ่ แต่เมื่อทุกอย่างเข้าสู่กระบวนการพิจารณาของศาลแล้ว ก็ต้องรอให้สิ้นสุดกระบวนการของศาลเสียก่อน เมื่อจบกระบวนการของศาลแล้ว เราก็จะดำเนินการต่อไป

 ส่วนการดูแลความเรียบในพื้นที่ตามแนวชายแดนไทยด้าน จ.สระแก้ว ทางผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว แม่ทัพภาคที่ 2 รวมทั้งเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายได้ทำหน้าที่แก้ไขปัญหาและสถานการณ์ไว้ได้ และดีใจที่ไม่เกิดปัญหาระหว่างคนไทยด้วยกัน ที่สำคัญไม่ทำให้ปัญหาระหว่างประเทศบานปลาย

 เมื่อถามว่า มีข่าวว่าทางรัฐบาลได้หารือกันแล้ว และเตรียมการดำเนินการในช่องทางเพื่อขอพระราชทานอภัยโทษ นายสุเทพกล่าวว่า เป็นช่องทางหนึ่งในกรณีที่ศาลกัมพูชามีคำพิพากษาลงโทษ ก็ต้องดำเนินการขอพระราชทานอภัยโทษตามขั้นตอน

ตลาดชายแดนหงอย

 ส่วนความไหวในพื้นที่ชายแดน อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองสระแก้ว และทหารพรานร้อย ทพ.1206 ตั้งจุดตรวจค้นอย่างเข้มงวดบริเวณหน้าด่านพรมแดนอรัญประเทศ ตามปกติ มีเพียงประชาชนชาวเขมรในตลาดปอยเปตจับกลุ่มวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับการไต่สวนคดีของคนไทยทั้ง 7 คน ขณะที่ตลาดโรงเกลือ ซึ่งเคยคลาคล่ำไปด้วยนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาหาซื้อสินค้ามือสอง อยู่ในสภาพเงียบเหงา นักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาในตลาดบางตา

“ปฐมพงศ์”ยุทหารสู้

 ช่วงบ่ายวันเดียวกัน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.อ.ปฐมพงศ์ เกษรศุกร์ ประธานองค์กรอุณาโลม และประธานที่ปรึกษาสมาคมทหารผ่านศึกพิการแห่งประเทศไทย พร้อมด้วยทหารผ่านศึกประมาณ 100 คน เดินทางไปยังทำเนียบรัฐบาล ยื่นข้อเรียกร้องถึงนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี และคณะรัฐมนตรี ผ่านเจ้าหน้าที่ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ พร้อมทั้งอ่านแถลงการณ์เรียกร้องรัฐบาล 3 ข้อ คือ 1.นายกรัฐมนตรีต้องแสดงความกล้าหาญในการเป็นผู้นำที่มีอุดมการณ์เพื่อชาติ และยุติความสับสนวุ่นวาย ยุติการแสวงหาผลประโยชน์โดยมิชอบ 2.สนับสนุนกองทัพไทยให้ปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างชัดเจน ตามรัฐธรรมนูญ 3.ดูแลทุกข์สุขของประชาชน ขจัดความเดือดร้อนและความอยุติธรรม ที่เกิดจากการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่รัฐ

 พล.อ.ปฐมพงศ์ กล่าวว่า ขณะนี้รัฐบาลและกองทัพไทยอยู่ในสภาพอ่อนแอ ไม่มียุทธศาสตร์ที่เข้มแข็งในการปกป้องดินแดนปล่อยให้สมเด็จฮุน เซน จับคนของเราไป ทั้งที่ดินแดนตรงนั้นไม่ใช่ของกัมพูชา ต้องโทษผู้นำเหล่าทัพ โดยเฉพาะ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รมว.กลาโหม ที่ไม่เคยออกมาแสดงท่าทีที่เข้มแข็งให้สมเด็จฮุน เซน เกรงกลัว

 "โดยเฉพาะระหว่างที่ศาลกำลังพิจารณาต้องข่มขู่กลับไปบ้าง หากเอาแต่เจรจาทางลับเราจะเสียเปรียบตลอด หากทำให้ประเทศมีศักดิ์ศรีไม่ได้ ก็ควรจะไปขายเต้าฮวย ตามคำแนะนำของ พล.ร.อ.บรรณวิทย์ เก่งเรียน จะให้เวลารัฐบาลไม่นานนัก หากยังไม่สั่งการทหารให้ชัดเจนผมจะพาทหารพิการ แขนขาขาดไปยังพื้นที่แสดงให้เห็นว่าเราพร้อมปกป้องอธิปไตยไทยแทนประชาชนไทยทั้งประเทศ" พล.อ.ปฐมพงศ์ กล่าว

ม็อบปักหลักรอ7คนไทย

 ต่อมาเวลา 14.00 น. นายไชยวัฒน์ สินสุวงศ์ และนายสมบูรณ์ ทองบุราณ แกนนำเครือข่ายประชาชนไทยหัวใจรักชาติ เดินทางมาสมทบกับกลุ่มของ พล.อ.ปฐมพงศ์ และพล.ร.อ.บรรณวิทย์ เก่งเรียน ประธานสมัชชาประชาชนแห่งประเทศไทย ทำให้จำนวนผู้ชุมนุมมีจำนวนมากขึ้น แต่ยังคงอยู่ที่หลักร้อยคน มีการขึ้นป้ายผ้าทวงคนไทยกลับสู่มาตุภูมิ พร้อมทั้งตั้งโรงครัวทำอาหารแจกจ่ายผู้ชุมนุม

 นายไชยวัฒน์ ชประกาศว่า จะปักหลักชุมนุมอยู่ที่หน้าทำเนียบรัฐบาลจนกว่าคนไทย 7คน จะได้รับการปล่อยตัวให้กลับมาด้วยความสวัสดิภาพ สมศักดิ์ศรีของความเป็นไทย โดยจะยื่นหนังสือประท้วงนายอภิสิทธิ์ที่ไปยอมรับว่าคนไทยล้ำเข้าไปในแดนของกัมพูชา ทั้งที่ประชาชนในบริเวณนั้นมีเอกสารสิทธิในการถือครองที่ดินตามกฎหมาย รวมทั้งจะไปประท้วงสถานทูตกัมพูชาประจำประเทศไทยและองค์กรกาชาดสากล ให้ยุติการพิจารณาคดีนี้ในกัมพูชา เพราะถือว่าขัดต่อหลักสากล สนธิสัญญาเจนีวา เรื่องนี้ไม่ใช่การจับคนไทยล้ำแดน แต่เป็นการที่ทหารเขมรรุกเข้ามาจับคนไทยในดินแดนของไทย

 "ส่วนจะยกระดับไปสู่การขับไล่รัฐบาลหรือไม่นั้น ขอถามกลับว่า รัฐบาลแบบนี้จะเก็บทำพ่อหรือ" นายไชยวัฒน์ กล่าว

พธม.ปัดส่งคนติดคุกหวังเรียกม็อบ

 พล.ต.จำลอง ศรีเมือง แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย กล่าวว่า หากรัฐบาลดำเนินการตามที่เสนอก่อนหน้านี้ 3 ข้อ คือ 1.ถอนตัวออกจากคณะกรรมการมรดกโลก 2.ยกเลิกเอ็มโอยู 2543 และ 3.ผลักดันชาวกัมพูชาที่รุกล้ำเข้ามาในแผ่นดินไทยออก เหตุการณ์จับกุมคนไทยทั้ง 7 คน คงไม่เกิดขึ้น

 ส่วน 1 ใน 7 คนถูกจับกุมคือ ร.ต.แซมดิน ซึ่งมีความใกล้ชิดกับ พล.ต.จำลองนั้น พล.ต.จำลอง ปฏิเสธว่า ไม่ทราบเรื่องการลงพื้นที่ของคณะดังกล่าว ไม่มีใครแจ้งให้ทราบ ซึ่งในความเป็นจริงแล้วก็ไม่มีความจำเป็นต้องมาบอก หรือให้ร่วมประชุมวางแผนด้วย

 “มีความพยายามโยงว่าผมมีส่วนในการวางแผนเรื่องนี้ เพื่อสร้างประเด็นให้คนออกมาร่วมชุมนุมใหญ่ในวันที่ 25 มกราคมนี้ ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่จริงแม้แต่น้อย ไม่มีประเด็นใดที่เกี่ยวข้องด้วยเลย ผมคงไม่ใจร้ายถึงขนาดวางแผนให้คนไทยถูกจับไปตกระกำลำบากเพื่อหวังผลใดๆ” พล.ต.จำลองกล่าว

"ตู่"โชว์คลิป21นาทีซัด"มาร์ค"รู้เห็น

 เมื่อเวลา 11.00 น. นายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย แถลงถึงเหตุการณ์ทหารกัมพูชาจับกุมคนไทย 7 คน พร้อมเปิดคลิปวิดีโอที่อ้างว่าเป็นฉบับเต็มความยาว 21 นาที เนื้อหาในคลิปเป็นภาพขณะที่นายพนิช นายวีระ และพวก รวม 7 คน เดินเข้าไปในชายแดนไทย-กัมพูชา และถูกทหารกัมพูชาจับกุม

 นายจตุพร กล่าวว่า คลิปนี้เป็นอันเดียวกับที่นายกษิตได้ดูเป็นคนแรก โดยนายฮอร์ นัมฮง รมว.ต่างประเทศกัมพูชา เป็นผู้เปิดให้ดู ซึ่งนายกษิตรู้ชัดเจนว่า นายพนิช นายวีระ และร.ต.แซมดิน รุกล้ำเขตกัมพูชาอย่างชัดเจน สิ่งที่เห็นอย่างชัดเจน คือ ขณะที่นายพนิชเดินร่วมกับนายวีระด้วยความไม่มั่นใจ เพราะมีความเชื่อว่า ถ้าโดนจับตำรวจตระเวนชายแดน (ตชด.) จะมาช่วยเหมือนกับทุกครั้ง แต่ปรากฏว่า ตชด.ไม่มาตามนัด และจุดที่ถูกจับเป็นเขตกัมพูชาอย่างชัดเจน กรมแผนที่ทหารก็ระบุว่า 7 คนไทยรุกล้ำเข้าไปในเขตกัมพูชาประมาณ 55 เมตร มองว่าล้ำเขตนิ้วเดียวก็ผิดแล้วทั้งฝ่ายไทยและกัมพูชา

 นายจตุพร กล่าวอีกว่า ในคลิปนายพนิชพูดชัดว่า นายกฯ รู้คนเดียว แล้วนายอภิสิทธิ์ก็รีบออกมาระบุว่าคลิปเป็นการตัดต่อ ส่วนนายสุเทพก็ขานรับ มองว่าเป็นสูตรสำเร็จในประเทศไทย ในคลิปมีป้ายกัมพูชาเต็มไปหมด จะอ้างว่าหลงทางไม่ได้ เพราะในคลิปก็บอกชัดเจนว่าเดินข้ามเขตไทยแล้ว นายพนิชไม่ได้หลงทาง แต่รัฐบาลต่างหากที่หลงทาง นายอภิสิทธิ์ควรยืดอกแสดงความรับผิดชอบตั้งแต่แรกที่ถูกจับ และรีบเจรจากับสมเด็จฮุน เซน ก่อนที่เรื่องจะเข้าสู่กระบวนการศาล ป่านนี้คงจบแล้ว เรื่องนี้ทุกคนรู้อยู่เต็มอก ที่เป็นอย่างนี้เพราะรัฐบาลต้องการหาทางออกให้กลุ่มพันธมิตร ที่จะชุมนุมในวันที่ 25 มกราคมนี้ แต่ลืมนึกไปว่าไปก่อเหตุในประเทศเพื่อนบ้าน