
ปชป.ท้าพท.หาเวทีดวลกรณีคดียุบปชป.
ทีมกม.ปชป.ท้าเพื่อไทยหาเวทีดวลกรณีคดียุบ ปชป. เผยเตรียมร่อนจม.ขีดเส้นใต้คำสำคัญในคำวินิจฉัยศาล รธน.ให้ชมรมกฎหมายภิวัฒน์ เหน็บให้คิดเชิงภิวัฒน์ไม่เช่นนั้นจะพาสังคมวิบัติ แนะจับตาคดีตุลาการศาล รธน.ฟ้อง พร้อมพงศ์
(6ม.ค.) ที่พรรคประชาธิปัตย์ - นายราเมศ รัตนะเชวง คณะทำงานฝ่ายกฎหมายเพื่อต่อสู้คดียุบพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่ประธานชมรมกฎหมายภิวัฒน์ ยื่นร้องให้นายทะเบียนพรรคการเมืองพิจารณายุบพรรคประชาธิปัตย์รอบ 2 ว่า เป็นอีกกระบวนการหนึ่งที่ไม่ยอมรับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งสังคมทราบดีอยู่แล้วว่าชมรมนี้ได้ทำงานควบคู่ไปกับพรรคการเมืองใด ทั้งนี้การออกมาแต่ละครั้งก็ล้วนแต่มีการวางแผนการกันมาอย่างเป็นระบบเพื่อทำลายล้างพรรคประชาธิปัตย์ให้ได้ ทั้งๆ ที่ผลของคำวินิจฉัยผูกพันทุกองค์กร อย่างไรก็ตาม อยากแนะนำว่าให้ชมรมดังกล่าวกลับไปปรึกษานายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย ก่อนว่า น่าจะเสนอให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญในประเด็นคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญผูกพันทุกองค์กร โดยให้ยกเว้นพรรคเพื่อไทยกับพวก เพราะไม่เช่นนั้นก็จะไม่จบไม่สิ้นทั้งๆ ที่บ้านเมืองมีการปกครองโดยระบบนิติรัฐ
นายราเมศ กล่าวต่อว่า สำหรับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญนั้นมีครบทุกประเด็น ทั้งในคำวินิจฉัยกลางและคำวินิจฉัยส่วนตน ที่บอกว่ามีแค่ประเด็นนำมาเขียนเป็นของตุลาการคนเดียวในเรื่องกำหนดเวลา 15 วันนั้น เป็นการกล่าวที่ไม่ได้ศึกษาให้ดีให้ถ่องแท้ และภายในวันจันทร์ที่ 10 ม.ค. ตนจะส่งคำวินิจฉัยพร้อมกับขีดเส้นใต้ข้อความที่สำคัญไปให้ชมรมดังกล่าวด้วย รวมทั้งจะส่งบทความในหนังสือปกขาวที่ชมรมดังกล่าวเขียนเทียบกับผลคำวินิจฉัยเพื่อจะได้มีความรู้ให้กระจ่างชัดมากยิ่งขึ้น และยังจะฝากสำเนาไปให้ทีมกฎหมายพรรคเพื่อไทยอีกด้วย
นายราเมศ กล่าวอีกว่า ขอท้าพรรคเพื่อไทยกับพวกว่า จะให้ไปพบที่เวทีไหนก็ได้ตนจะอธิบายให้ทุกคนเข้าใจว่า กระบวนการยื่นคำร้องเป็นอย่างไร กระบวนการสมคบกันทำพยานหลักฐานเท็จต่างๆ เป็นอย่างไร การกดดัน กกต.เป็นอย่างไร และนายทะเบียนพรรคการเมืองยื่นคำร้องว่าอย่างไร เราต่อสู้ในประเด็นข้อกฎหมายอย่างไร ข้อเท็จจริงอย่างไร และจะอธิบายให้เห็นถึงคำวินิจฉัยของศาลที่แสดงให้เห็นว่าพรรคประชาธิปัตย์บริสุทธิ์ในทุกประเด็นที่ถูกกล่าวหาด้วย อยากให้รับฟังและศึกษากันด้วยสติและปัญญาอย่างแท้จริง หากไม่ใช้สติปัญญาในการไตร่ตรองรับรองว่าทุกเรื่องไม่มีวันจบ นักกฎหมายต้องคิดในเชิงที่ทำให้มีการภิวัฒน์จริงๆ ไม่เช่นนั้นความวิบัติก็จะเกิดขึ้นในสังคม
นายราเมศ กล่าวด้วยว่า ขอให้กำลังใจและเห็นใจ กกต.และนายทะเบียนพรรคการเมืองที่ต้องมารับภาระกับสิ่งเดิมๆ แต่ทุกคนต้องมั่นคงในหลักการของบ้านเมือง แม้ว่าที่ผ่านมาจะเจอกับกระบวนการป่าเถื่อนที่อยู่นอกเหนือกฎหมายบ้านเมืองแต่ก็ผ่านมาได้ ซึ่งเป็นสิ่งที่น่าเห็นใจ แต่อย่าหวั่นไหวกับการกระทำที่นอกกติกาของบ้านเมือง คาดว่านับจากนี้ไปจะมีกระบวนการกดดันตามมาอีกอย่างแน่นอน ทั้งนี้ตนอยากให้จับตาดูคดีอาญาที่ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญได้ยื่นฟ้องนายพร้อมพงศ์กับพวกด้วย ซึ่งจะพิสูจน์ให้เห็นถึงการแบ่งหน้าที่กันทำในสิ่งที่นอกกระบวนการยุติธรรม การข่มขู่คุกคามตุลาการเพื่อที่จะให้มีการยุบพรรคประชาธิปัตย์ให้ได้ น่าเห็นใจตุลาการทุกคนที่ต้องมาเจอกับการกระทำของคนชั่วที่สมคบกันทำในสิ่งที่อยู่นอกเหนือกติกาของบ้านเมือง อย่างไรก็ตาม อยากฝากไปถึงพรรคเพื่อไทยกับพวกด้วยว่า ทำอย่างไรก็คงจะลบล้างความบริสุทธิ์ความซื่อสัตย์ของพรรคประชาธิปัตย์ไม่ได้



