
ศาลเขมรยันชี้ขาดคดี7คนไทยตามกม.
ปธ.ศาลพนมเปญ ยัน พิจารณาคดี 7 คนไทยตามขั้นตอนกฎหมาย เชื่อเริ่มพิจารณาภายในอาทิตย์นี้ ด้านกมธ.ชายแดน วอนกัมพูชาปล่อยตัว เชื่อใช้ Mou 43 แก้ไขปัญหา ไทย-กัมพูชาได้
(6ม.ค.) นพส.กัมพูชาใหม่ (กัมปุเจียทะเม็ย) รายงานว่า นายจิว เกง ประธานศาลกรุงพนมเปญ ให้สัมภาษณ์ว่า การพิจารณาคดีคนไทย 7 คนจะมีขึ้นวันพฤหัสบดีนี้ แต่แม้ว่าจะมีกำหนดการอย่างนั้นจริง ก็ยังไม่มั่นใจว่าจะพิจารณาคดีได้ทันหรือไม่ เพราะต้องขึ้นอยู่กับอัยการ แต่อย่างไรก็ตามคิดว่าการพิจารณาจะต้องมีขึ้นภายในสัปดาห์นี้แน่นอน
เมื่อผู้สื่อข่าว นสพ. กัมพูชาใหม่ ถามว่า ทำถูกตามขั้นตอนทางกฎหมายหรือไม่ ที่จะพิจารณาทันทีที่มีการจับกุมผู้ต้องหาทั้ง 7 คนแค่ 8 วัน นายจิว เกง ตอบว่า ตามหลักกฏหมายการจับกุมตัวต้องทำการเปิดพิจารณาคดีให้เสร็จภายใน 4 เดือนนับจากวันถูกจับ หากเป็นคดีเร่งด่วน หรืออัยการจัดทำสำนวนคดีแล้วเสร็จก็พิจารณาได้เลย ช้าหรือเร็วต้องไม่เกิน 4 เดือน
นายพลบุญ เซง แม่ทัพภาคที่ 5 เปิดเผยว่า ทหารภายใต้บังคับบัญชาของตนกำลังควบคุมพื้นที่อย่างเข็มแข็งในพื้นที่หลักเขตแดนที่ 46 ใน อ.โอโจรว จ.บันเตียเมียนเจย นอกจากนี้ทหารยังได้กระจายกำลังออกไปตามแนวชายแดนของกัมพูชา ขณะเดียวกันทหารไทยก็ได้กระจายกำลังตามแนวชายแดนพวกเขาเช่นกัน เพื่อสกัดกั้นไม่ให้กลุ่มเสื้อเหลืองยกพลมาชุมนุมบริเวณหลักเขตแดนที่ 46
“ตามคำสั่งหากพวกหัวรุนแรงรุกล้ำเข้ามาในเขตดินแดนเราก็ต้องทำการจับกุมเพิ่ม มาน้อยจับน้อย มามากจับมากเพราะถือว่าเป็นผู้รุกราน กองทัพจะใช้อำนาจในฐานะผู้ปกป้องอธิปไตย แต่หากพวกหัวรุนแรงชุมนุมที่ดินแดนเขาก็ไม่ปวดเศียรเวียนเกล้ากับพวกเขาหรอก” นายพลบุญ เซง กล่าว
เมื่อเวลา 10.00 น. มีการประชุมคณะกรรมาธิการ(กมธ.) กิจการชายแดนไทย สภาผู้แทนราษฎร โดยมีนาย นายอิทธิเดช แก้วหลง ส.ส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานกมธ. เป็นประธานในการประชุม หลังจากการพิจารณาในวาระอื่นๆไปแล้ว นายชุติเดช ปีวิเศษกุลเดช เลขานุการประจำกมธ.เสนอญัตติด่วน จากกรณีที่คนไทย 7 คนถูกทหารกัมพูชาจับกุมในข้อหาหลบหนีเข้าเมืองเพื่อขอหารือโดยเสนอว่า การแก้ไขปัญหาดังกล่าว ควรเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ หน่วยงานความมั่นคง กระทรวงการต่างประเทศ ผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว และกรมแผนที่ทหาร เข้าชี้แจง กรณีการปักปันเขตแดนว่าอยู่ที่ใด เพราะที่ผ่านมาทหารพรานไทยได้จับกุมประชาชนกัมพูชาอยู่บ่อยครั้ง รวมถึงทหารกัมพูชาก็ได้จับกุมคนไทยด้วยเช่นกัน
ขณะที่นายอารีเพ็ญ อุตรสินธุ์ ส.ส. สัดส่วน พรรคมาตุภูมิ ในฐานะรองประธานกมธ.กล่าวสนับสนุนว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นมาจากการที่ไทยและกัมพูชายังไม่มีการปักปันเขตแดนที่ชัดเจน แต่ประชาชนทั้งไทยและกัมพูชาที่อยู่ตามแนวชายแดนมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันมาตลอด
ด้านนายอิทธิเดช กล่าวว่า ที่ผ่านมานายวีระ สมความคิด แกนนำเครือข่ายคนไทยรักชาติ เคยถูกจับกุมเมื่อเดือนก.ย. 53 แต่ได้รับการปล่อยตัว และครั้งนี้ก็เกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้นอีก ทั้งนี้สาเหตุที่เกิดขึ้นเพราะพื้นที่ของไทย และกัมพูชามีพื้นที่ทับซ้อนกันถึง 13 จุด ซึ่งทับซ้อนในเขตจังหวัดสระแก้ว 10 จุด แม้ว่าจะมีบันทึกความเข้าใจระหว่างไทยกับกัมพูชาว่าด้วยการจัดทำเขตแดนทางบกพ.ศ.2543 ( MOU 43 ) ที่จะช่วยให้ความชัดเจนในเรื่องนี้ ซึ่งมีการตั้งกรรมาธิการร่วมระหว่างไทยกับกัมพูชาแล้ว แต่ก็ต้องยุติลงเนื่องจากเกิดปัญหาข้อพิพาทกรณีเขาพระวิหาร จึงทำให้การประชุมร่วมกมธ.ระหว่างไทย กัมพูชาต้องยุติลง ในข้อตกลง MOU 43 มีเนื้อบางข้อหาระบุว่า ในกรณีที่ยังไม่มีการตกลงเรื่องการปักปันเขตแดนระหว่างไทยกัมพูชาของกมธ.ร่วม จะให้สิทธิฝั่งไทยและกัมพูชาที่ครอบครองพื้นที่ทับซ้อนโดยชอบ ซึ่งหากยังไม่มีข้อตกลงการปักปันชายแดนที่ชัดเจนออกมาก็จะไม่มีใครสามรถเข้าไปชี้จุดได้ว่าพื้นที่ตรงไหนเป็นของไทยหรือกัมพูชา เชื่อว่า Mou 43 จะเป็นข้อตกลงที่จะช่วยแก้ไขปัญหาระหว่างไทยกับกัมพูชาได้
“ ผมขอให้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เร่งรัดให้มีการเจรจาเรื่องการปักปันเขตแดนโดยด่วน เพื่อแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น ผมกังวลคนที่ถูกควบคุมตัว แต่คิดว่าเป็นเรื่องเล็กน้อย ทางการกัมพูชาน่าจะปล่อยตัว ขอเป็นกำลังใจกับคนไทยที่ถูกจับกุมให้ได้รับการปล่อยตัวโดยเร็ว ” นายอิทธิเดช กล่าว



