
ระนองจี้แก้ทับซ้อนไทย-พม่า ภาคประชาชนห่วงซ้ำรอยชายแดนเขมร
ระนอง-ประธานเครือข่ายภาคประชาสังคมจังหวัดระนอง เรียกร้องรัฐบาลเร่งแก้ปัญหาเขตทับซ้อนไทย-พม่า ติงที่ผ่านมาใช้สูตรของการซื้อเวลาผ่านการประชุมคณะกรรมการร่วมชายแดน ทำให้การแก้ไขอย่างเป็นทางการไม่เกิดขึ้น
นายสุชีพ พัฒน์ทอง ประธานเครือข่ายภาคประชาสังคมจังหวัดระนอง เปิดเผยว่า เครือข่ายภาคประชาสังคมจังหวัดระนอง ร่วมกับองค์กรภาคเอกชนจังหวัดระนอง กำลังกังวลต่อกรณีปัญหาเขตพื้นที่ทับซ้อนตามแนวชายแดนไทย-พม่า ด้าน จ.ระนอง ซึ่งมีอยู่เกือบตลอดแนวพรมแดน รวมถึงปัญหาเกาะแก่งหลายเกาะที่ทั้งสองประเทศยังหาข้อสรุปร่วมกันไม่ได้ ซึ่งหลายครั้งเกือบส่งผลให้เกิดปัญหาระหว่างกัน
ทั้งนี้ หากยังไม่มีการแก้ไขปัญหากรณีเขตพื้นที่ทับซ้อนที่มีอยู่หลายจุด เชื่อว่าในอนาคตจะกลายเป็นชนวนปัญหานำมาซึ่งความขัดแข้งเช่นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในแนวพรมแดนด้านประเทศกัมพูชาขณะนี้ โดยที่ผ่านมามีหลายเหตุการณ์ที่ทั้งฝ่ายไทยและฝ่ายพม่าเกิดการรุกล้ำจนมีการประท้วงผ่านที่ประชุมทีบีซี แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นก็ยังไม่ได้รับการแก้ไขที่เป็นรูปธรรม
“ก่อนหน้านี้เครือข่ายภาคประชาชนสังคมและองค์กรเอกชนได้ยื่นหนังสือต่อนายสุรพงษ์ ชัยนาม ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ระหว่างการเดินทางลงพื้นที่ จ.ระนอง เพื่อร่วมสัมมนาเรื่องเขตแดนไทย-พม่า และการดำเนินการตามมาตรา 190 ของรัฐธรรมนูญ ซึ่งหากเรื่องดังกล่าวยังไม่คืบหน้า หรือได้รับการแก้ไข ก็จะเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในระดับอื่นๆ ต่อไป”
สำหรับชายแดนด้านระนอง ที่มีปัญหาเรื่องเขตพื้นที่ทับซ้อนสำคัญคือบริเวณเกาะสามเกาะบริเวณปากแม่น้ำกระบุรีที่ทั้งไทยและพม่าต่างก็อ้างสิทธิ์ คือเกาะหลาม เกาะคัน และเกาะขี้นก เนื่องจากไม่ได้ระบุไว้ในแผนที่เขียว-แดง ที่แนบท้ายอนุสัญญาระหว่างสยามกับอังกฤษ ที่ทำขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1868 นอกจากนี้ยังมีปัญหาเรื่องเกาะตายิ้มเนื้อที่ 7 ไร่ ในแม่น้ำกระบุรี หรือแม่น้ำปากจั่น ที่บ้านหาดจิก ต.ปากจั่น อ.กระบุรี ที่พม่าก็อ้างสิทธิ์เช่นกัน ปัญหาการก่อสร้างเขื่อนกันตลิ่งบริเวณแม่น้ำกระบุรี ในพื้นที่ ต.มะมุ อ.กระบุรี จำนวน 3 จุดที่พม่าประท้วงฝ่ายไทยมาโดยตลอด ซึ่งทั้งหมดหากยังไม่มีการแก้ไขเชื่อว่าในอนาคตจะเกิดปัญหาอย่างแน่นอน
แหล่งข่าวจากคณะกรรมการเขตแดนร่วมไทย-พม่า ฝ่ายไทย กล่าวว่า เส้นเขตแดนไทย-พม่า มีความยาวทั้งสิ้น 2,401 กิโลเมตร แบ่งเป็นเขตแดนทางบก 1,687 กิโลเมตร เขตแดนในแม่น้ำ 714 กิโลเมตร ซึ่งที่จริงมีหลักเขตแดนหมดแล้ว แต่จากความไม่ชัดเจนของเขตแดนเนื่องจากแผนที่ และสนธิสัญญาต่างๆ ในอดีตยังไม่มีเทคโนโลยีที่ทันสมัย ไม่มีความละเอียด จึงทำให้แนวเขตแดนมีปัญหา รวมทั้งการกัดเซาะชายฝั่งของแม่น้ำระหว่างประเทศ



