ข่าว

อานิสงส์โครงการ"บรรเทาอุทกภัย"
แนวทางป้อง"หาดใหญ่"จมบาดาล

อานิสงส์โครงการ"บรรเทาอุทกภัย" แนวทางป้อง"หาดใหญ่"จมบาดาล

07 ม.ค. 2554

จากกรณีที่เกิดภาวะโลกร้อน ฝนตกผิดฤดูกาล ในหลายพื้นที่ภาคใต้ โดยเฉพาะ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ได้เกิดเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่มาแล้วอย่างน้อย 2 ครั้ง โดยครั้งแรกเกิดขึ้นในปี 2543 ซึ่งในครั้งนั้นได้สร้างความเสียหายอย่างย่อยยับในกลางเมืองหาดใหญ่ ซึ่งเป็นย่านธุรกิจที่ส

 หากแต่ครั้งนี้ปริมาณน้ำที่ไหลเข้าสู่ตัวเมืองหาดใหญ่ในครั้งนี้ไม่ปรากฏเกิดน้ำท่วมขังเหมือนเช่นที่ผ่านมาทั้งๆ ที่ปริมาณน้ำมีมากกว่า ทั้งนี้เนื่องมาจากผลสัมฤทธิ์ของโครงการบรรเทาอุทกภัย อ.หาดใหญ่ อันเนื่องมาจากพระราชดำริที่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้พระราชทานพระราชดำริให้กรมชลประทานร่วมกับหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง โดยการประสานงานของสำนักงาน กปร. เพื่อดำเนินการแก้ไขและบรรเทาปัญหาน้ำท่วมพื้นที่ชุมชน และพื้นที่ธุรกิจในเขต อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา

  โดยมีสาเหตุมาจากปริมาณน้ำในคลองอู่ตะเภา ซึ่งไหลผ่านตัวเมือง อ.หาดใหญ่ มีระดับสูงและล้นตลิ่ง แล้วไหลบ่าเข้าท่วมบริเวณใจกลางเมืองหาดใหญ่ และพื้นที่โดยทั่วไปเป็นบริเวณกว้าง น้ำที่ไหลบ่าเข้ามานั้นได้ท่วมพื้นที่ต่างๆ อย่างรวดเร็ว และท่วมขังทำให้สภาพเศรษฐกิจโดยส่วนรวมของ อ.หาดใหญ่ ทั้งชีวิตและทรัพย์สินของราษฎรได้รับความเสียหายอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อน

 นายโกวิทย์ เพ่งวาณิชย์ รองเลขาธิการ กปร. เปิดเผยว่า จากสถานการณ์อุทกภัยที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ในช่วงที่ผ่านมา นับว่าอยู่ในขั้นวิกฤติ เนื่องจากน้ำในหลายอำเภอได้ไหลมาบรรจบกันที่ อ.หาดใหญ่ ก่อนไหลผ่านสู่ทะเลสาบสงขลา ทำให้มีปริมาณน้ำมากกว่า 250 ล้านลูกบาศก์เมตร ซึ่งสูงสุดในรอบ 70 ปี มีปริมาณน้ำฝนมากกว่าปี 2543 ถึง 3 เท่า ส่งผลให้บ้านเรือน ชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนได้รับความเสียหาย พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้พระราชทานพระราชดำริให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณาหาแนวทาง แก้ไขและบรรเทาอุทกภัย ด้วยการขุดลอกคลองระบายน้ำที่มีอยู่ พร้อมขุดคลองระบายน้ำขนาดใหญ่เพิ่มขึ้นอีกเพื่อให้สามารถระบายน้ำและแบ่งน้ำจากคลองอู่ตะเภาที่ไหลลงมาท่วมตัว อ.หาดใหญ่ ให้ระบายลงสู่ทะเลสาบสงขลาโดยเร็ว ทั้งนี้ให้พิจารณาร่วมกับระบบผังเมืองให้มีความสอดคล้อง และได้รับประโยชน์ร่วมกันด้วย

 “การบริหารจัดการน้ำเพื่อป้องกันเมืองหาดใหญ่ ได้แบ่งออกเป็น 3 แนวทางหลัก คือ ด้านต้นน้ำ บริหารจัดการน้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดกลาง จำนวน 3 แห่ง ในพื้นที่ของ จ.สงขลา ประกอบด้วย อ่างเก็บน้ำคลองสะเดา อ่างเก็บน้ำคลองหลา และอ่างเก็บน้ำคลองจำไหร ซึ่งมีความจุรวมกัน 84.161 ล้าน ลบ.ม. ด้านกลางน้ำ ให้มีการบริหารจัดการโดยให้ปริมาณน้ำในคลองอู่ตะเภาไหลผ่านตัวเมืองหาดใหญ่ได้ไม่เกิน 465 ลบ.ม./วินาที เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบกับตัวเมืองหาดใหญ่ ส่วนปริมาณน้ำที่เหลือ ให้ผันอ้อมเมืองหาดใหญ่ไปลงคลองระบายน้ำ ร.1 ออกทะเลสาบสงขลา ส่วนด้านปลายน้ำ ให้เร่งระบายน้ำลงทะเลสาบสงขลา ซึ่งขุดลอกคลองธรรมชาติสายหลักและสายรอง จำนวน 25 สาย"

 รองเลขาธิการ กปร.กล่าวอีกว่า สำหรับการบริหารจัดการน้ำโครงการบรรเทาอุทกภัย อ.หาดใหญ่ ให้ใช้ข้อมูลน้ำฝน-น้ำท่า จากระบบโทรมาตรอุทกวิทยาลุ่มน้ำคลองอู่ตะเภา ซึ่งมีจุดเฝ้าระวังเพื่อการแจ้งเตือนภัยน้ำท่วม อ.หาดใหญ่ 3 จุด ประกอบด้วย สถานี X 173 A (บ้านม่วงก็อง) อ.สะเดา, สถานี X.90 (บ้านบางศาลา) อ.คลองหอยโข่ง และประตูระบายน้ำคลองอู่ตะเภา อ.หาดใหญ่ ส่วนทางด้านโครงการชลประทานสงขลา ต้องเตรียมความพร้อมของเครื่องจักร เครื่องมือ วัสดุอุปกรณ์ต่างๆ และบุคลากร เพื่อให้การดำเนินการแก้ไขปัญหาอุทกภัยที่อาจจะเกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็ว ประกอบด้วย เครื่องสูบน้ำ 50 เครื่อง รถขุด 5 คัน รถบรรทุก 5 คัน เรือขุด 1 ลำ รถแทรกเตอร์ 4 คัน และรถเครน 2 คัน

 จากปัญหาอุทกภัยที่เกิดขึ้นอย่างรุนแรงในพื้นที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ในช่วงที่ผ่านมา สามารถบรรเทาความรุนแรง และไม่ก่อให้เกิดสภาวะน้ำท่วมขัง ก็ด้วยเป็นผลมาจากโครงการบรรเทาอุทกภัย อ.หาดใหญ่ อันเนื่องมาจากพระราชดำริที่ได้ทำหน้าที่อย่างเต็มประสิทธิภาพ โดยปริมาณน้ำจากคลองธรรมชาติทั้งหมดในช่วงดังกล่าวถูกผลักดันให้ระบายลงสู่คลองระบายน้ำในโครงการพระราชดำริ ทั้ง 5 สาย ได้อย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง ก่อนไหลลงสู่ทะเลสาบสงขลา จึงทำให้สถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่กลับเข้าสู่ภาวะปกติได้อย่างรวดเร็ว 

 “หลังจากนี้ สำนักงาน กปร. จะร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้ง จังหวัดสงขลา อำเภอหาดใหญ่ องค์การบริหารส่วนท้องถิ่น และกรมชลประทาน จะทำการประเมินผลและวิเคราะห์ต่อสภาพพื้นที่ในบางจุดที่อาจจะต้องมีการปรับปรุง เพื่อให้การระบายน้ำในระบบได้มีการทำหน้าที่ได้รวดเร็วมากยิ่งขึ้นกว่าที่ผ่านมา พร้อมทั้งจัดวางระบบของการบริหารโครงการด้านการบำรุงรักษา เพื่อให้โครงการบรรเทาอุทกภัย อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา อยู่ในสภาพพร้อมเพื่อการบรรเทาทุกข์ให้แก่ราษฎรในพื้นที่ตลอดเวลา“ นายโกวิทย์กล่าวทิ้งท้าย

 โครงการบรรเทาอุทกภัย อ.หาดใหญ่ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ นับเป็นแนวพระราชดำริในการป้องกันน้ำท่วมและย่นระยะเวลาเมืองหาดใหญ่ ศูนย์กลางธุรกิจในภาคใต้ให้รอดพ้นจากความเสียหายทั้งชีวิตและทรัพย์สินและช่วยบรรเทาทุกข์ให้แก่ราษฎรในพื้นที่ได้อย่างมั่นคงและยั่งยืนสืบไป

"ทีมข่าวเกษตร"