
รายงาน-นองเลือด ?..สนองตัณหา "แม้ว"
การเปิดศึก...ครั้งสำคัญของ "น.ช.ทักษิณ ชินวัตร" ที่ท้าชน พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ พล.อ.พิจิตร กุลละวณิชย์ ชาญชัย ลิขิตจิตถะ องคมนตรี อักขราทร จุฬารัตน ประธานศาลปกครองสูงสุด และอานันท์ ปันยารชุน อดีตนายกฯ
รวมทั้งกระบวนการยุติธรรม กองทัพ พรรคร่วมรัฐบาล ทุนขั้วตรงข้ามและพันธมิตรฯ นั้น
"บุคคลชั้นนำ" ของเมืองไทยในวันนี้ ซึ่ง "คนหน้าเหลี่ยม" พาดพิงและพยายามปลุกเร้ามวลชนคนเสื้อแดงให้ออกมาสู้เพื่อประชาธิปไตยและล้มอำมาตยาธิปไตยในวันที่ 8 เมษายน เพราะบุคคลและขบวนการข้างต้นอยู่ในระบบอำมาตยาธิปไตย ซึ่งเป็นศัตรูขั้วตรงข้ามของ "ระบอบทักษิณาธิปไตย" กันถ้วนหน้า
...ซึ่งคนเสื้อแดงต้องทลายทิ้งแบบไม่ให้เหลือซากโดยเร็วที่สุด
การดับเครื่องชนของคนไกลบ้านที่ "ซัดทอด-พาดพิง-ใส่ความ" แบบฝ่ายเดียวเช่นนี้ มันอาจทำให้หลายฝ่ายกังวลว่า เลือดอาจนองแผ่นดินอีกคราว
เพราะคนเสื้อเหลือง รวมทั้ง "คนรักป๋า" ในหลายจังหวัดเตรียมรับมือและพร้อมที่จะไปเจอกันยังจุดนัดพบในวันที่ 8 เมษายนนี้แล้ว
สถานการณ์ในวันและเวลาดังกล่าวมิอาจคาดคิดได้ว่า อะไรจะเกิดขึ้นบ้าง..???
เวลาอันน้อยนิดที่ขวัญใจคนเสื้อแดงคนนี้ รวมทั้ง "สามเกลอหัวขวดและคณะ" พยายามปลุกปั่นป่วนเมืองในหลายรูปแบบ โดยชูประเด็นจุดกระแสการสร้างกระบวนการประชาธิปไตยและ "ความยุติธรรมแบบแม้วๆ" ผ่านวิดีโอลิงก์ซึ่งเป็นเครื่องมือสำคัญของสงครามโฆษณาชวนเชื่อจากแดนไกลนั้น
"ทักษิณ" ใช้มันเพื่อปลุกระดมคนเสื้อแดงให้กระทำการตามจุดประสงค์ของการชุมนุมแบบไม่ต้องห่วงชีวิต
แต่เจ้าตัว กลับไม่เคยพูดถึงความผิดพลาดของตัวเองแม้แต่น้อย แต่กลับเน้นชัดขั้วตรงข้ามว่า มีส่วนทำลายบ้านเมืองอย่างยิ่ง
และมิเคยตอบหลายคำถามที่ฝ่ายตรงข้ามถามกลับไปเลยว่า... "ไปทำอะไรให้ใครต่อใครมา คนจึงเกลียดทั้งเมือง"
ซึ่งปรากฏการณ์หนึ่งที่มิอาจมองข้ามและเป็นสิ่งบ่งชี้ว่า "ดีเดย์แดงเดือด" จะสัมฤทธิผลหรือไม่ คือการประมวลภาพของสื่อมวลชนและหน่วยข่าวกรองหลายสำนักให้ "ตัวเลข" คนเสื้อแดงตั้งแต่วันที่ 26 มีนาคม ซึ่งมีจำนวนลดลงเรื่อยๆ จากเป้าหมาย "สามแสนชีวิต" ในการบุกบ้านสี่เสาเทเวศร์
...มันสื่อความเช่นใด ?
แต่อย่านอนใจไปเชียว เพราะเกมที่ "คนหน้าเหลี่ยม" ลงเล่นนั้น ต้องมีการประเมินแล้วว่า ต้องคุ้มค่าความเสี่ยงในการลงทุน
แต่เกมนี้อาจจะดำเนินไปเพราะ "ลูกบ้า" เที่ยวล่าสุดที่เจ้าตัวอาจจะเสียทุกอย่างก็เป็นได้
เพราะสัญญาณหนึ่งที่พอจะจับกระแสความเหนียวแน่นได้ นั่นคือการไปร่วมงาน "วันสัญญา ธรรมศักดิ์" ประจำปี 2552 ณ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต เมื่อวันที่ 5 เมษายน ที่ผ่านมา
ซึ่งหลายบุคคลในข้างต้น รวมทั้ง อรรถนิติ ดิษฐอำนาจ องคมนตรี วิรัช ลิ้มวิชัย ประธานศาลฎีกา ชัช ชลวร ประธานศาลรัฐธรรมนูญ สุเมธ ตันติเวชกุล เลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา ในฐานะนายกสภามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และคุณหญิงจารุวรรณ เมณฑกา ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน
ภาพเหล่านี้มันสื่อสัญญาณออกไปอย่างชัดเจนอยู่แล้ว
และสิ่งสำคัญที่น่าไตร่ตรอง นั่นคือคำตอบจากเจ้าของฉายา "นักฆ่าแห่งลุ่มเจ้าพระยา” ที่กล่าวไว้ในงานนี้คือ
“ประเทศของเราถ้ามีคนดีเพิ่มขึ้น คนไม่ดีก็น่าจะลดลง พระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวให้ไว้ว่า ให้ยกย่องส่งเสริมคนดีให้มาดูแลบ้านเมือง และกีดกันคนไม่ดีไม่ให้เข้ามายุ่งหรือเกี่ยวข้องกับการบริหารบ้านเมือง หรือกิจการที่สำคัญๆ”
และในช่วงการตอบคำถามสื่อมวลชนนั้น คำถามหนึ่งที่น่าติดตามยิ่ง คือ การที่ทักษิณโจมตีประธานองคมนตรีกับพล.อ.สุรยุทธ์ มีเป้าหมายไปไกลกว่านั้นหรือไม่ พล.อ.เปรม ตอบว่า "สื่อรู้ดีกว่าผม และผมไม่ได้สนใจว่าคุณทักษิณพูดว่าอะไร เพราะบอกหลายครั้งว่า ไม่ค่อยได้ฟังด้วยซ้ำไป"
และกับคำถามเด็ดที่ว่า การที่ "ทักษิณ" มุ่งโจมตีบุคคลรอบองค์พระมหากษัตริย์ จะทำให้บั่นทอนสถาบันหรือไม่ พล.อ.เปรมพยักหน้าและตอบว่า “น่าจะเป็น”
ตรงนี้ คือ ประเด็นหลักที่ซักค้านการกล่าวอ้าง ”ความจงรักภักดี” ของน.ช.แม้วได้เป็นอย่างดี
เพราะบุคคลหนึ่งเป็นผู้ใหญ่ของประเทศซึ่งหลายฝ่ายยอมรับ ขณะที่อีกฝ่ายคือนักโทษที่หนีคดีและคาดหวังจะกลับมาเป็นใหญ่ในแผ่นดินอีกครั้งหนึ่ง
ซึ่ง "วิญญูชน" และสังคมไทยน่าจะประเมินความต้องการของ "ทักษิณ" ได้ออกแล้วว่า มาสเตอร์มายด์ (Master Mind) ตัวจริง ที่ "คนหน้าเหลี่ยม" เลียบค่ายเลาะรั้วบนสงครามข่าวสารแบบนี้
...ทักษิณหมายถึงใคร ?...และต้องการอะไร ?
สังคมไทยจะยอมให้สุดยอดปรารถนาของ"ทักษิณ"บังเกิดขึ้นจริงหรือไม่ ?
"ทุกๆ การกระทำของทุกชีวิต คือ คำตอบของอนาคตประเทศไทยว่า จะยอมให้มีการจารึกในช่วงหนึ่งของประวัติศาสตร์หรือไม่ว่า คนไทยฆ่ากันเองอีกครั้ง เพียงเพื่อตอบสนองความต้องการของ "ชายคนหนึ่ง" ที่ถวิลหาอำนาจโดยไม่สนใจสิ่งใดๆ เลย"
"สมัชชา หุ่นสาระ



