ข่าว

กัมพูชาส่ง7คนไทยขึ้นศาลไต่สวนแล้ว

กัมพูชาส่ง7คนไทยขึ้นศาลไต่สวนแล้ว

06 ม.ค. 2554

ทางการกัมพูชาส่ง 7 คนไทย ขึ้นศาลไต่สวน ข้อหาหลบหนีเข้าเมืองแล้ว "กษิต" เผย ช่วยเหลือคนไทยทุกคนเท่าเทียมกัน

(6ม.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทางการกัมพูชาได้ส่งคนไทยทั้ง 7 คน ไปขึ้นศาลในกรุงพนมเปญในช่วงเช้าวันนี้ เพื่อไต่สวนข้อหาหลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฏหมาย โดยคนไทยทั้ง 7 คน แต่งกายในชุดนักโทษที่ทางเรือนจำจัดให้  

นายกษิต ภิรมย์ รมว.ต่างประเทศ ให้สัมภาษณ์กรณีมีข่าวว่ากระทรวงการต่างประเทศ ตั้งใจจะช่วยเฉพาะนายพนิช วิกิตเศรษฐ์ ส.ส.กทม.พรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งเป็นหนึ่งในคนไทย 7 คนที่ถูกทางการกัมพูชาจับกุม ว่า ตนขอปฏิเสธสิ้นเชิง เพราะกระทรวงการต่างประเทศมีหน้าที่ช่วยเหลือคนไทยที่ตกทุกข์ได้ยาก ซึ่งเป็นกิจการงานกงสุลและเป็นสิ่งที่อยู่ในรัฐธรรมนูญ และเป็นถ้อยแถลงนโยบาย ดังนั้นเรื่องนี้ถือเป็นภาระหน้าที่ของกระทรวงการต่างประเทศที่ต้องปกป้องคุ้มครอง ช่วยเหลือคนไทยที่ตกทุกข์ได้ยาก และต้องทำอย่างเท่าเทียม ไม่เลือกปฏิบัติใดๆทั้งสิ้น ทั้ง 7 คนไปด้วยกันและถูกจับด้วยกัน ทนาย 2 คนที่เราว่าจ้างก็ทำหน้าที่เป็นทนายให้กับทั้ง 7 คน

 เมื่อถามว่าทำไมจึงมีการแยกพิจารณาเป็นรายบุคคล นายกษิต กล่าวว่า เรื่องนี้เป็นกระบวนการของศาลกัมพูชา เพราะกัมพูชาใช้ระบบไต่สวน ซึ่งศาลสามารถไต่สวนผู้ถูกกล่าวหาได้โดยตรง โดยเมื่อวันที่ 30 ธ.ค.2553 ได้มีการสอบถามเบื้องต้นกับทั้ง 7 คนแล้ว และในวันนี้ (6ม.ค.) จะสอบถามรายบุคคลในรายละเอียด จึงต้องมีการไต่สวนทีละคน ซึ่งเมื่อสอบปากคำเสร็จ ก็สามารถยื่นขอประกันตัวได้ทันที

 ต่อข้อถามว่ามีการวิจารณ์ว่าผลการตัดสินคดีนี้ ขึ้นอยู่กับสมเด็จฯฮุน เซน นายกรัฐมนตรีของกัมพูชา นายกษิต กล่าวว่า เป็นคนละเรื่องกัน เช่นเดียวกับกรณีของวิคเตอร์ บูท เราต้องดูว่าศาลตัดสินอย่างไร ส่วนขั้นสุดท้ายว่าศาลจะตัดสินใจส่งตัวอย่างไรนั้นก็เป็นเรื่องฝ่ายบริหาร แต่ถ้าได้รับการประกันตัวต้องอยู่กัมพูชาต่อไป โดยให้ทางสถานเอกอัครราชทูตไทย ประจำกรุงพนมเปญ ให้การรับรอง หรือทางศาลอาจตัดสินใจให้ปล่อยตัวก็ได้ เพราะมันมีหลายขั้นตอนด้วยกัน ซึ่งขึ้นกับว่าเขาตั้งเงื่อนไขอย่างไร อย่างไรก็ตามตนไม่ทราบรายละเอียดในการจัดลำดับไต่สวนคนไทยทั้ง 7 คนอย่างไร

 เมื่อถามว่ามีความจำเป็นที่นายกษิต ต้องไปกัมพูชาอีกหรือไม่ นายกษิต กล่าวว่า ต้องดูสถานการณ์ ตนได้รับมอบให้ไปกัมพูชาอีกครั้งเพื่อพบกับสมเด็จฯฮุน เซน ต้องดูความพร้อมของท่าน และดูคดีต่างๆเหล่านี้ เพราะไม่ต้องการให้มีความข้องใจใดๆ เพราะมีข่าวออกไปถึงสิ่งที่ตนพูดในที่ประชุมครม. ซึ่งเป็นข้อมูลที่ไม่ตรง มีการบิดเบือนทำให้เกิดความเข้าใจผิด ซึ่งล่าสุดตนได้ชี้แจงต่อสถานเอกอัครราชทูตกัมพูชาประจำประเทศไทยให้ทราบ และให้เอกอัครราชทูตไทยประจำกรุงพนมเปญ ไปชี้แจงกัมพูชาว่ามีบางสื่อบิดเบือนว่าตนจะทุบโต๊ะ ซึ่งไม่ใช่นิสัยของตนที่จะมีปักธง เราเห็นตรงกันว่าต้องรักษาความสัมพันธ์ให้ดีที่สุด ให้มีความคืบหน้า และไม่อยากให้มีการโยงเรื่องหนึ่งกับอีกเรื่องหนึ่ง

 “หน้าที่ของกระทรวงการต่างประเทศคือการส่งเสริมความสัมพันธ์ที่ดี ไม่ได้มีหน้าที่เพิ่มปัญหา แต่ทุกอย่างก็ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ เพราะไม่สามารถตัดสินใจโดยรัฐบาลหรือกระทรวงฯมันขึ้นกับชาวไทย และต้องดูองค์รวมทั้งหมดด้วยเหตุผล ด้วยสติ จึงอยากวิงวอนให้ทุกหมู่เหล่าอย่าไปทำอะไรที่ทำให้เกิดความเข้าใจผิดโดยใช่เหตุ เราต้องห่วงหัวอกของทั้ง 7 คนเป็นสำคัญ ต้องมีความยับยั้งชั่งใจ ช่วยให้บรรยากาศมันดี เสริมสร้างความเข้าใจ มากกว่าทำให้เกิดความเข้าใจผิดหรือมีการตีความที่ทำให้เกิดการกินใจโดยใช่เหตุ” นายกษิตกล่าว

 นายกษิตกล่าวต่อไปว่า ในวันที่ 11 ม.ค.นี้ นายอัษฎา ชัยนาม ประธานคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วม(เจบีซี)ไทย-กัมพูชา จะเดินทางไปยังกัมพูชา เพื่อหารือกับฝ่ายกัมพูชาถึงรายละเอียดต่างๆที่สามารถดำเนินการได้ขณะที่บันทึกการประชุมทั้ง 3 ฉบับยังไม่ผ่านการพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎร