
ส่าหรีเมดอินไชน่าถล่มตลาดอินเดียกระเจิง
นิวเดลี-เจ้าของกิจการผลิตส่าหรีไหมในรัฐพาราณสีร้องรัฐบาลช่วยปกป้องกิจการเก่าแก่หลายร้อยปี หลังถูกส่าหรีราคาถูกจากจีนตีตลาด
สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานเมื่อพุธ (5 ม.ค.) ว่าผู้ผลิตเครื่องแต่งกายประจำชาติของผู้หญิงอินเดีย หรือส่าหรี กำลังเผชิญกับแรงกดดันจากการส่งออกส่าหรีราคาถูกเข้ามาตีตลาดในประเทศ และได้วอนรัฐบาลกลางช่วยปกป้องธุรกิจผลิตส่าหรีที่อยู่คู่กับประวัติศาสตร์ประเทศนานหลายร้อยปี
นายรัชนี แกนท์ ผู้อำนวยการสมาคมฮิวแมน เวลแฟร์ กล่าวว่า อุตสาหกรรมส่าหรีของอินเดียเผชิญกับความเสียหายมาโดยตลอดนับตั้งแต่มีการนำเข้าส่าหรีจากจีน ช่างฝีมือที่มีประสบการณ์การทอผืนส่าหรีนานหลายทศวรรษนับแสนคน ต้องผันตัวเองไปเป็นแรงงานราคาถูก บางรายต้องปั่นสามล้อเลี้ยงชีพ นับตั้งแต่ปี 2546 ธุรกิจผลิตส่าหรีทอมือในรัฐพาราณสีประมาณ 60% ต้องปิดตัวลง และสถานการณ์รุนแรงขึ้นใน 2550 เมื่อกระแสส่าหรีราคาถูกจากจีนที่มีราคาจำหน่ายเพียง 2,500 รูปี (ประมาณ 1,650 บาท) เข้ามาตีตลาดส่าหรีทอมือจากรัฐพาราณสีมีราคาจำหน่ายเริ่มต้นที่ 4,000 รูปี
รัฐพาราณสีเป็นแหล่งผลิตส่าหรีทอมือคุณภาพสูงของอินเดียเป็นที่ต้องการของว่าที่เจ้าสาวที่จะเข้าพิธีแต่งงาน และเป็นธุรกิจที่ดำเนินการต่อเนื่องมานานหลายร้อยปี
ผู้ผลิตส่าหรีในรัฐพาราณสีกล่าวว่า โรงงานในจีนสามารถผลิตผืนผ้าไหมจำนวนมากเพื่อการส่งออกมายังอินเดีย เพราะได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาล นอกจากนั้นยังมีการเลี่ยงการนำเข้าชุดส่าหรีด้วยการนำเข้าในรูปแบบผืนผ้าที่จะนำมาใช้ตัดเป็นชุดส่าหรี และลักลอบนำเข้าผ่านทางประเทศเนปาล
ตัวเลขการนำเข้าส่าหรีจากจีนอย่างเป็นทางการในช่วงปี 2551-2553 คิดเป็นมูลค่า 6,400 ล้านรูปี มีการขยายตัวปีละ 23%
รัฐบาลอินเดียได้ใช้กฎหมายป้องกันการทุ่มตลาดสำหรับสินค้าผ้าไหมและจดลิขสิทธิ์ส่าหรีผ้าไหมในปี 2552 เพื่อปกป้องธุรกิจการผลิตส่าหรีทอมือในรัฐพาราณสี แต่มาตรการดังกล่าวไม่สามารถก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงใดๆ ได้แม้แต่น้อย



