ข่าว

จ่อเช็ก"มือถือ"สาว17ปีคลายปม...วินาทีอุบัติเหตุ

จ่อเช็ก"มือถือ"สาว17ปีคลายปม...วินาทีอุบัติเหตุ

06 ม.ค. 2554

“ขอโทษค่ะ หนูเสียใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น มันเป็นอุบัติเหตุ...” ประโยคสั้นๆ ที่เด็กสาววัย 17 ได้ส่งสารไปถึงผู้ที่เสียชีวิตและบาดเจ็บจากโศกนาฏกรรม 9 ศพ หลังจากเธอและครอบครัว พร้อมด้วยทนายความ เดินทางมายังบช.น. เพื่อขอมอบตัวและรับทราบข้อกล่าวหาใน 2 ข้อหา คือ

 ภายใน "พื้นที่หวงห้าม" ที่ดัดแปลงห้องประชุมเป็นห้องสอบสวน สาว 17 ปีซึ่งยังเป็นผู้เยาว์ที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ ต้องมีพ่อแม่ ทนายความ ตลอดจนพนักงานอัยการ นักจิตวิทยา หรือนักสังคมสงเคราะห์ มาอยู่ต่อหน้าพนักงานสอบสวนด้วย ทั้งนี้ การสอบปากคำเด็กสาววัย 17 ปี พนักงานสอบสวนได้ตั้งประเด็นคำถามพื้นฐานทั่วไป ด้วยการสอบถามชื่อ นามสกุล อายุ ที่อยู่ ชื่อบิดา มารดา รวมถึงข้อมูลบุคคลทั่วๆ ไป และการแจ้งข้อกล่าวหาครั้งนี้ มีการตั้งประเด็นคำถามของพนักงานสอบสวน เพื่อให้สาว 17 ตอบไว้ 3 ข้อ คือ  ประเด็นแรก มีใบขับขี่หรือไม่? ประเด็นที่ 2 ก่อนเกิดเหตุทำอย่างไร? และคำถามสุดท้าย หลังเกิดเหตุทำอย่างไร? 

 "คดีนี้ผู้ถูกกล่าวหาได้ให้การที่เป็นประโยชน์ต่อการสอบสวนว่า ก่อนและหลังเกิดเหตุเป็นอย่างไร ส่วนรายละเอียดของการสอบสวนไม่สามารถเปิดเผยได้" แหล่งข่าวในชุดสอบสวน ระบุ 

 อย่างไรก็ตาม หลายฝ่ายมีการตั้งข้อสังเกตว่า ในห้วงเวลาของการเกิดอุบัติเหตุ ซึ่งเป็นช่วงหัวค่ำการจราจรไม่ติดขัด รถยนต์ฮอนด้าซีวิคที่ผู้ถูกกล่าวหาขับขี่มานั้น เกิดอะไรขึ้นภายในรถก่อนเกิดอุบัติเหตุครั้งนั้น แหล่งข่าวในชุดสอบสวน กล่าวว่า คงไม่สามารถระบุได้ว่า ก่อนเกิดอุบัติเหตุ ผู้ขับขี่ทำอะไรอยู่ที่ไม่สามารถควบคุมรถยนต์ได้ตามปกติวิสัยของผู้ขับขี่ที่มีสติ อีกทั้งถ้าหากผู้ถูกกล่าวหาจะให้การอย่างไร พนักงานสอบสวนก็ยังไม่สามารถพิสูจน์ได้!!

 ประเด็นข้อสงสัยถึงสิ่งที่เกิดขึ้นภายในรถยนต์ฮอนด้าซีวิคที่กำลังขับมาด้วยความเร็วสูง อาจเป็นไปได้หรือไม่ว่า เธออาจกำลังก้มหยิบสิ่งของ ดูข้อความผ่านโปแกรมสนทนาโต้ตอบทันที (BBM) จากโทรศัพท์มือมือถือ หรืออาจกำลังคุยโทรศัพท์มือถือ ฯลฯ ซึ่งประเด็นเหล่านี้อาจเป็นชนวนของการเกิดอุบัติเหตุในเสี้ยวนาทีนั้น "คม ชัด ลึก" สอบถามไปยัง พล.ต.ต.อำนวย นิ่มมะโน รอง ผบช.น. ซึ่งทำหน้าที่ดูแลงานสืบสวน บอกเพียงว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น คงเปิดเผยอะไรไม่ได้ แต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นการกระทำโดยประมาท ขณะนี้กำลังอยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐานทั้งหมด ทั้งในห้วงเวลาก่อนเกิดเหตุจนถึงนาทีที่เกิดอุบัติเหตุ

 "ความประมาทที่เกิดขึ้นครั้งนี้ ปัจจัยที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุมาจากความประมาท แต่กรณีของสาววัย 17 ปีคนนี้ ชุดสอบสวนกำลังปรึกษาหารือว่า จะทำหนังสือไปยังผู้ให้บริการด้านโทรศัพท์เคลื่อนที่ เพื่อขอตรวจสอบการใช้โทรศัพท์มือถือในวันเกิดเหตุย้อนหลังในช่วงก่อนเกิดอุบัติเหตุของสาววัย 17 ปีคนนี้ ก่อนที่จะเกิดอุบัติเหตุ เธอได้พูดคุยโทรศัพท์มือถือหรือไม่ เพราะหลักฐานจากกล้องวงจรปิดระบุวันและเวลาอย่างชัดเจน หากนำมาเปรียบเทียบแล้วพบว่ามีการใช้โทรศัพท์มือถือก็จะมีการแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติมว่า ใช้โทรศัพท์ระหว่างขับขี่ ก็จะรู้ว่าก่อนอุบัติเหตุเกิดขึ้นเพราะอะไร" พล.ต.ต.อำนวย กล่าว

 ผู้เชี่ยวชาญด้านโทรศัพท์มือถือรายหนึ่ง เปิดเผยถึงขั้นตอนการขอตรวจสอบการใช้โทรศัพท์มือถือของลูกค้าว่า หากพนักงานสอบสวนทำหนังสือมาเพื่อขอตรวจสอบตามขั้นตอนของกฎหมาย ทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะพิจรารณาดำเนินการให้ตามขอบเขตของกฎหมาย ซึ่งจะสามารถตรวจสอบได้ทั้งข้อมูลการโทรเข้าและโทรออก ว่ามีโทรศัพท์เข้ามากี่โมง หรือโทรศัพท์ออกกี่โมง รวมถึงการตรวจสอบการส่งข้อความสั้น (เอสเอ็มเอส) ข้อความภาพ (เอ็มเอ็มเอส) ก็สามารถตรวจสอบได้เช่นกัน ซึ่งพนักงานสอบสวนต้องนำวันเวลาจากกล้องวงจรปิดมาเทียบค่ามาตรฐานให้ตรงกับเวลาโลก เมื่อเปรียบเทียบได้แล้วนำข้อมูลวันและเวลาจากกล้องวงจรปิดกับโทรศัพท์มือถือมาดูกัน

  อย่างไรก็ตาม แต่หากเป็นการส่งข้อความผ่านผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือ (BBM) นั้น ผู้เชี่ยวชาญด้านโทรศัพท์มือถือยอมรับว่า ผู้ให้บริการหมายเลขโทรศัพท์เคลื่อนที่ไม่ได้สามารถดำเนินการตรวจสอบให้ได้ เนื่องจากเซิร์ฟเวอร์ขนาดใหญ่ที่รองรับการแชทลักษณะนี้อยู่ที่ต่างประเทศ