ข่าว

"ช่วยมากกว่าทำเสียหาย"

"ช่วยมากกว่าทำเสียหาย"

06 ม.ค. 2554

หลังจาก "อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ" นายกรัฐมนตรี แถลงยอมรับว่าได้มอบหมายให้ "พนิช วิกิตเศรษฐ์" ส.ส.กทม.พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะหนึ่งในคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย-กัมพูชา หรือเจบีซี ให้ประสานงานกับกลุ่มคนที่มีความข้องใจเกี่ยวกับเรื่องปัญหาของไทยและกัมพูชา เพื่อที

 โดย "นายกฯ อภิสิทธิ์" แถลงว่า "พนิช" รายงานให้ทราบว่าจะไปจ.ปราจีนบุรี เพราะมีประชาชนที่ประสบความเดือดร้อนในเรื่องของที่ทำกินกับการอยู่ที่บริเวณชายแดน จึงจะไปลงพื้นที่เพื่อดูแลในเรื่องนี้ แต่ไม่ใช่ไปจ.สระแก้ว

 การเปลี่ยนเส้นทางจาก "ปราจีนบุรี" ไปจ.สระแก้วและถูกจับของคณะ "พนิช" ครั้งนี้มีเบื้องหน้าเบื้องหลังหรือไม่อย่างไร

 เพราะจุดที่ "ถูกจับกุม" ในครั้งนี้เคยเป็นพื้นที่ที่ "วีระ สมความคิด" แกนนำกลุ่มคนไทยหัวใจรักชาติ เคยถูกจับกุมมาก่อนเมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2553 และถูกปล่อยตัวกลับมา

 และช่วงหนึ่งในคลิปวิดีโอของ "วีระ" เคยพูดทำนองว่า อยากให้ทหารกัมพูชาจับเพื่อให้ขยายผลจนกระทั่งเดินทางมาพร้อมกับคณะของ "พนิช" ในครั้งนี้ และถูกจับกุมที่บ้านหนองจาน ต.โนนหมากมุ่น จ.สระแก้ว ซึ่งเป็นดินแดนติดต่อกับประเทศกัมพูชา เมื่อวันที่ 29 ธันวาคม 2553 จนถูกมองว่าเป็นการเดินไปให้ทหารกัมพูชาจับกุมเพื่อขยายผลจนเป็นเรื่องระดับชาติหรือไม่

 "ไชยวัฒน์ สินสุวงศ์" แกนนำกลุ่มคนไทยหัวใจรักชาติ ที่นำกลุ่มเครือข่ายคนไทยหัวใจรักชาติประมาณ 400-500 คน เดินทางไปที่บริเวณตะเข็บชายแดนบ้านหนองจาน ต.โนนหมากมุ่น อ.โคกสูง จ.สระแก้ว เพื่อให้ทางการกัมพูชาปล่อยตัว 7 คนไทยที่ถูกจับกุม พร้อมกับเรียกร้องให้ทหารกัมพูชาออกจากดินแดนของประเทศไทย บอกว่า ไม่รู้เรื่องที่ "วีระ" จะลงพื้นที่พร้อมกับ "พนิช" เนื่องจากตนเองอยู่ที่นครราชสีมา แต่มีคนใกล้ชิดวีระโทรศัพท์มาแจ้งให้ทราบว่าวีระถูกจับกุมที่บริเวณบ้านหนองจาน อ.อรัญประเทศ ระหว่างไปลงพื้นที่ร่วมกับพนิช

 "ไชยวัฒน์" ในฐานะที่ผู้ขับเคลื่อนร่วมกับ "วีระ" ได้เล่าถึงที่มาที่ไปก่อนที่วีระจะเดินทางร่วมไปกับคณะของ "พนิช" ในครั้งนี้ว่า คนของวีระเล่าให้ฟังว่า เรือตรีแซมดิน เลิศบุศย์ ประธานชุมชนสันติอโศก คนใกล้ชิดของ พล.ต.จำลอง ศรีเมือง ได้แจ้งกับวีระว่าทาง "พนิช" ให้มาชวน "วีระ" ร่วมเดินทางลงพื้นที่ในครั้งนี้ด้วย และให้พาไปดูพื้นที่ที่ "วีระ" เคยถูกจับ เพื่อดูว่าพื้นที่ดังกล่าวเป็นดินแดนฝั่งไทยหรือไม่

 "เรื่องนี้ผมไม่ได้ฟังจากปากของคุณวีระเอง แต่คนใกล้ชิดคุณวีระมาเล่าให้ฟังอีกต่อหนึ่ง เมื่อคุณพนิช ซึ่งเป็นถึง ส.ส.และเป็นหนึ่งในคณะกรรมการเจบีซี ได้รับมอบหมายจากนายกรัฐมนตรีมาลงพื้นที่ครั้งนี้คุณวีระก็ไม่กล้าปฏิเสธ จึงเดินทางไปพร้อมกับเอกสารสิทธิในที่ดินรับรองโดยจังหวัดสระแก้วจึงถือว่าคุณวีระเข้าพื้นที่ถูกต้อง และพื้นที่ถูกจับเป็นพื้นที่จ.สระแก้วของไทย เพราะคณะของคุณวีระเดินข้ามถนนศรีเพ็ญไปไม่ถึง 20 นาทีก็ถูกจับแต่เมื่อถูกจับแล้วทหารกัมพูชาก็พาตัวทั้ง 7 คน เข้าไปยังฝั่งกัมพูชา จึงดูเหมือนว่าเราล้ำแดนแต่จริงๆ แล้วถูกนำตัวเข้าไป" แกนนำกลุ่มคนไทยหัวใจรักชาติ กล่าว

 "ไชยวัฒน์" กล่าวว่า คนที่น่าเห็นใจที่สุดในขณะนี้คือวีระ เพราะรู้ว่าถ้าเข้าไปยังพื้นที่ดังกล่าวต้องถูกจับแน่แต่ปฏิเสธส.ส.พนิชไม่ได้ เพราะข่าวที่มีการนำเสนอในขณะนี้คล้ายกับว่าวีระพาคนเหล่านั้นเข้าไปถูกจับกุม

  ส่วนคลิปเสียงของ "วีระ" ก่อนหน้านี้ที่ระบุอยากให้ถูกจับกุมเพื่อให้เรื่องขยายผล "ไชยวัฒน์" บอกว่าเรื่องเทปในอดีตก็ว่ากันไปอย่าเอามารวมกัน และอยากให้ทางรัฐบาลยื่นเรื่องนี้ต่อศาลโลกเพื่อให้เห็นว่าทางกัมพูชาทำผิด เพราะเป็นการจับกุมคนไทยในดินแดนของประเทศไทย

 การเคลื่อนไหวของ "กลุ่มคนไทยหัวใจรักชาติ" ทำให้หลายฝ่ายกังวลอาจส่งผลกระทบต่อการพิจารณาคดี 7 คนไทยที่ถูกจับกุม ซึ่งเช้าวันที่ 6 มกราคม ศาลกัมพูชานัดไต่สวนนัดแรก "ไชยวัฒน์" มองว่า การที่กลุ่มคนไทยหัวใจรักชาติออกมาเคลื่อนไหว จะส่งผลดีต่อการพิจารณาดี เพราะการเคลื่อนไหวของกลุ่มเป็นการนำข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นมานำเสนอผ่านสื่อไปสู่สายตาชาวโลก เพื่อร่วมกันกดดันการพิจารณาคดีของศาลกัมพูชาอีกครั้งหนึ่งถือเป็นการช่วยมากกว่าทำให้เสียหาย

 "การที่ผมนำมวลชนมาครั้งนี้มีทั้งประชาชนคนไทยที่รักชาติและสื่อมวลชนคณะใหญ่มาลงพื้นที่เพื่อเก็บข้อมูล และรายงานข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น เราต้องเอาความจริงมาประจาน และเรื่องนี้ได้ดังไปทั่วโลกแล้ว ทำให้กัมพูชาต้องตัดสินคดีและดูแลคนไทยทั้ง 7 คนเป็นอย่างดีถ้าไม่สำเร็จเราก็จะเคลื่อนไหวกันต่อไป" แกนนำกลุ่มคนไทยหัวใจรักชาติ กล่าวปิดท้าย

สมถวิล เทพสวัสดิ์