ข่าว

 ลิงแก้แห

ลิงแก้แห

06 ม.ค. 2554

กลางปีที่แล้วเมื่อมีข่าวเด็กท้องในวัยเรียนเกิดขึ้น บรรดานักวิชาการหัวทันสมัยทั้งหลายก็ออกมาแสดงความคิดเห็นกันยกใหญ่ว่า ต้องเปิดโอกาสให้เด็กผู้หญิงที่ตั้งท้องเหล่านั้น มีโอกาสได้เรียนหนังสือเช่นเด็กปกติทั่วไป จึงเรียกร้องให้สังคมและสถานศึกษาทั่วไป จัดหาที

ครั้งนั้นผมก็ได้แสดงความเห็นไปแล้วว่าอย่าไปดิ้นรนกันมากเลย  เพราะเด็กที่ตั้งท้องก็สามารถเรียนหนังสือได้อยู่แล้ว ที่อยู่ในระดับสามัญศึกษาก็เรียนตามช่องทาง กศน.  ที่เรียนในระดับอุดมศึกษาก็ดร็อปพักการเรียน หรือเรียนที่มหาวิทยาลัยเปิด เช่นรามคำแหงและสุโขทัยธรรมาธิราช

 การเปิดช่องว่างให้เด็กตั้งท้องเข้าไปเรียนร่วมกับเพื่อน จะทำให้เด็กที่เรียนอยู่ด้วยเกิดความคุ้นชินกับการตั้งท้อง จนอาจจะเห็นเป็นเรื่องธรรมดาที่สามารถตั้งท้องเมื่อไหร่ก็ได้ หรือเด็กที่ตั้งท้องอาจจะถูกเพื่อนๆ ล้อเลียนจนเสียสุขภาพจิตทั้งเด็กในท้องและตัวแม่เองก็เป็นได้ แถมความเครียดจากการเรียนและการต้องดูแลบำรุงท้องแรก ยิ่งจะส่งผลให้เกิดผลร้ายต่อเด็กในท้อง มากกว่าที่จะไปใช้ชีวิตอยู่กับผู้ปกครองที่คอยช่วยดูแลและบอกเล่าวิธีการที่ถูกต้อง

 ถ้าคิดว่าแก้ไขอะไรไม่ได้ก็ต้องเปิดรับจนหมด อีกหน่อยพอลูกสาวเริ่มโตเป็นสาวขึ้นมา นักวิชาการหัวสมัยใหม่ทั้งหลายก็คงต้องคิดว่า เมื่อลูกเป็นสาวก็ต้องมีเพศสัมพันธ์และไม่สามารถห้ามปรามหรือปิดกั้นได้ ครั้นจะปล่อยให้ไปใช้บริการตามโรงแรมม่านรูดก็กลัวสกปรกหรือถูกแอบถ่ายคลิปไว้แบล็กเมล์ ดังนั้น จัดการบอกกับลูกเสียเลยว่า เมื่อจะมีเพศสัมพันธ์ให้มาขอยืมห้องนอนของพ่อแม่ก่อนก็ได้นะ อย่างนั้นหรือ

 ก่อนสิ้นปีเพียงไม่กี่วันก็เกิดข่าวในทำนองเดียวกันขึ้นมาอีกแล้วว่า มีผลวิจัยชี้ว่าจำนวนของแม่ที่อยู่ในวัยรุ่นไปทำคลอดที่โรงพยาบาลของรัฐมากที่สุด อยู่ที่จังหวัดในภาคกลางเป็นส่วนใหญ่ เช่น พิจิตร นครสวรรค์ กำแพงเพชร ชัยนาท สิงห์บุรี ฯลฯ บรรดานักวิชาการหัวกระป๋องความคิดสำเร็จรูปก็ออกมากระดี๊กระด๊ากันใหญ่อีกครั้ง

 โดยไม่ได้มีการบอกกล่าวเล่าสิบว่าบรรดาแม่อายุน้อยเหล่านั้น เป็นแม่ที่คลอดลูกทั้งที่ยังสวมชุดนักเรียนอยู่ หรือว่าเป็นแม่วัยรุ่นที่คลอดลูกแบบหาพ่อไม่ได้ หรือมีลูกเพราะความใจแตกหรือด้วยเหตุผลอื่น   

 แต่จากการที่ผมเกิดและใช้ชีวิตอยู่กับชนบทของไทย ทางแถบภาคกลางตอนบนและตอนกลางมานานมาก ทำให้ผมตั้งข้อสังเกตว่าคนไทยทางแถบภาคกลางเหล่านั้น มีลูกมีผัวกันตั้งแต่อายุยังน้อยมาตั้งแต่โบราณกาลนานมาแล้ว ผู้หญิงอายุประมาณสิบเจ็ดสิบแปดปี ผู้ชายพอบวชสึกออกมาผมบนหัวยังยาวไม่เต็มเส้นก็แต่งงานแต่งการกันแล้ว

 เหตุผลเพราะพื้นที่ภาคกลางเหล่านั้นมีความอุดมสมบูรณ์ดีมาก การเพาะปลูกข้าวได้ผลดีจึงมีความจำเป็นต้องใช้แรงงานสำหรับทำนามาก  ผู้หญิงจึงมีโอกาสเรียนหนังสือน้อยเพราะต้องออกมาช่วยพ่อแม่ทำนา  และเมื่อเป็นสาวมีคนมาชอบก็แต่งงาน เพื่อจะได้ลูกเขยมาเป็นกำลังอีกทางหนึ่ง 

 เพราะธรรมเนียมคนไทยแต่งงานแล้วฝ่ายชายต้องเข้ามาอยู่บ้านฝ่ายหญิง เรียกกันว่าแต่งเอาเขยเข้าบ้านนั่นเอง การที่ผู้หญิงแถบนั้นจะมีลูกตั้งแต่อายุยังน้อย จึงไม่น่าจะเป็นเรื่องแปลกจนต้องทำดัดจริตตื่นตกใจกันยกใหญ่    

 ก่อนที่จะตีโพยตีพายกรี๊ดกร๊าดหาทางแก้ไข ทั้งที่คนในพื้นที่เขาไม่ได้คิดว่ามีปัญหาอะไร ควรที่จะศึกษาดูข้อเท็จจริงตั้งแต่ต้นจนจบ ทั้งภาคสังคม ประเพณี และวัฒนธรรม อย่าเอาความคิดของตนเองที่อยู่ต่างท้องถิ่น ไปคิดแทนและตัดสินคนที่เขาอยู่ต่างถิ่นต่างประเพณีกับท่าน มิฉะนั้นแล้วท้ายที่สุดก็จะกลายเป็น “ลิงแก้แห ยิ่งแก้ยิ่งยุ่ง” ไปเปล่าๆ ครับ

พัฒนเดช  อาสาสรรพกิจ