
สาวซีวิค:หนูเสียใจ
สาวซีวิคตอบคำถามเพียงสั้นๆ ว่าเธอเสียใจ และจะให้สัมภาษณ์ในภายหลัง ระหว่างที่เธอและครอบครัว เดินทางมาให้ปากคำและรับทราบข้อกล่าวหาขับรถประมาทเป็นเหตุทำให้ทรัพย์สินเสียหาย มีคนบาดเจ็บ และเสียชีวิต
และข้อหาขับรถโดยไม่มีใบอนุญาตขับขี่เมื่อวันพุธที่ 5 มกราคม ขั้นตอนจากนั้นจะต้องส่งตัวเธอมายังสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน กรุงเทพมหานคร เพื่อสอบสวนและทดสอบเก็บข้อมูลด้านจิตวิทยา ทำรายงานต่อศาล โดยมีข้อต่อสู้เรื่องใบขับขี่ที่ได้จากสหรัฐ ซึ่งก็ไม่ใช่เป็นประเด็นสำคัญ มากเท่ากับศาลสังคม ที่ได้พิพากษาว่าแพรวาเป็นคนผิด และต้องชดใช้ค่าเสียหายให้คุ้มกับคุณค่าและเวลาของผู้ที่เสียชีวิตจากการกระทำของเธอ
ด้วยชาติตระกูล ฐานะทางสังคมของสาวซีวิค ทำให้เธอตกเป็นจำเลยของสังคม ในการกระทำความผิดให้บุคคลที่มีความรู้ มีอนาคต หลายคนต้องจบชีวิตไปก่อนกาลอันควรด้วยความคิดว่าเธอขาดความสำนึก และไม่ได้ใส่ใจในสิ่งที่เกิดขึ้น แม้ว่าในทางคดีแพรวาจะยังคงมีฐานะเป็นเพียงผู้ต้องหา ระหว่างการสอบสวน เป็นจำเลยที่ต้องผ่านกระบวนการพิจารณาของศาลเยาวชนและครอบครัวกลางก็ตาม เรามักจะคิดและเชื่อตามกระแสสังคม ซึ่งในกรณีนี้สื่อสังคมออนไลน์ มีอิทธิพลอย่างยิ่งในการกดดัน และสร้างการรับรู้ร่วมกัน ว่าแพรวาเป็นผู้กระทำผิด และไม่สำนึกผิด นอกจากนั้นตระกูลของเธอ ก็จะทำให้เรื่องเงียบหายไปในที่สุด
แน่นอนว่าครอบครัว ญาติมิตรผู้สูญเสียต้องเสียใจ โศกเศร้า และต้องการให้ผู้กระทำผิดรับผิดชอบชดใช้ค่าเสียหาย ซึ่งในแต่ละชีวิตประเมินค่ามิได้ แต่เพราะความหวาดระแวง และถ้อยคำที่ถูกประกอบสร้าง ถูกทำซ้ำๆ ในสื่อสังคมออนไลน์ โดยเฉพาะเฟซบุ๊กและทวิตเตอร์ มีส่วนอย่างสำคัญในการสร้างความคิดรวบยอดว่า สาวซีวิคผิด ความคิดนี้เองที่ไปครอบงำจิตใจ ไม่ให้เปิดรับความจริงที่ว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แม้จะมีการบันทึกภาพไว้ผ่านกล้องวงจรปิด หรือมีพยานบุคคลที่สามารถอธิบายได้ว่าเรื่องราวเกิดขึ้นได้อย่างไร แต่พยานหลักฐานทั้งหมดนั้น ก็มิได้อ้างอิงโดยปราศจากข้อต่อสู้เลย ศาลยังต้องพิจารณาประกอบกับเหตุผลของทุกฝ่ายอยู่ สำคัญที่สุดนั่นคือศาลจะเป็นผู้ตัดสิน
คำว่า ให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ก็เป็นประเด็นที่ชวนโต้แย้ง และมีผู้ตั้งคำถามว่าระหว่างฝ่ายกระทำกับฝ่ายถูกกระทำนั้น ทั้งสองฝ่ายควรมีสิทธิได้รับความเป็นธรรมเทียบเท่ากันหรือ หากตรรกะเป็นเช่นนี้ ก็หาจำเป็นต้องมีศาลสถิตยุติธรรมไม่ เพราะใครก็ได้สามารถตัดสินถูกผิดด้วยตัวเอง ความคิดหลายความคิด มาจากการฟัง และอ่านซ้ำๆ หากภาพหรือข้อความนั้น ไปตอบสนองอารมณ์ความรู้สึกที่เชื่อเช่นนั้นอยู่แล้ว ก็จะยิ่งเพิ่มน้ำหนักความเชื่อมากขึ้น ถึงแม้ว่าในท้ายที่สุด แพรวาจะกล่าวถ้อยคำคำว่า เสียใจออกมา เขาก็อาจไม่เชื่อว่านี่อาจเป็นความรู้สึกที่ประกอบสร้างขึ้น เพื่อลดกระแสความกดดันของสังคม ไม่ได้มาจากใจแท้จริง เมื่อตัดสินว่าสาวซีวิคผิดแล้ว สาวซีวิคก็จะต้องผิดตลอดไป



