
นักสิทธิมนุษยชนหวั่นคดี7คนไทยชนวนวิกฤต
นักสิทธิมนุษยชนหวั่น เหตุการณ์ 7 คนไทยข้ามฝั่งเขมร เป็นชนวนเหตุ 2 ประเทศเผชิญวิกฤตทางการฑูตอีกรอบ
เมื่อวันที่ 5 ม.ค. แหล่งข่าวรายงานว่า วิทยุเอเชียเสรี หรือ RADIO FREE ASIA ของกัมพูชาได้ รายงานข่าว ว่า นักวิเคราะห์สถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างกัมพูชา - ไทย ประเมินสถานการณ์ความสัมพันธ์ของทั้งสองประเทศ อาจถึงขึ้นเผชิญกับวิกฤตทางการทูตอีกครั้งหนึ่ง โดยทั้งนี้นักวิเคราะห์ ได้ประเมินจากสถานการณ์ที่กลุ่มพันธมิตรประชาเพื่อประชาธิปไตย หรือกลุ่มเสื้อเหลือง และเครือข่ายคนไทยหัวใจรักชาติ ที่ได้มาชุมนุมที่จ.สระแก้ว เมื่อวันที่ 4 ม.ค. 54 เพื่อเรียกร้องให้กัมพูชาปล่อยตัว 7 คนไทย ที่ถูกจับในข้อหาข้ามแดนโดยผิดกฎหมาย และเกี่ยวข้องกับปัญหาด้านความมั่นคงแห่งชาติ โดยกลุ่มดังกล่าวตั้งเป้าว่าจะมีผู้ร่วมประท้วงราว 5,000 คน
ทางการกัมพูชาเองนั้นไม่ได้ให้ความสนใจต่อคำขู่ของกลุ่มผู้ประท้วงเหล่านั้นแต่อย่างใด โดยนักวิเคราะห์สถานการณ์ได้ขู่ว่า การข้ามแดนเข้ามาในฝั่งกัมพูชาอย่างผิดกฎหมายของทั้ง 7 คน ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นเจตนาที่จะให้ทางการกัมพูชาจับตัว เพื่อใช้เป็นชนวนปลุกกระแสชาตินิยมของคนไทย และจะส่งผลต่อคะแนนเสียงพรรคประชาธิปัตย์ในการเลือกตั้งปี 2554 โดยคนไทยทั้ง 7 ขณะนี้อยู่ในการควบคุมตัวชั่วคราวที่เรือนจำเปร็ยซอ ในจำนวนมี ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ 1 ท่านรวมอยู่ด้วย
นายไพ ซีพาน โฆษกสำนักนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์กับวิทยุเอเชียเสรีว่า คนไทยทั้ง 7 คนได้ข้ามมาฝั่งกัมพูชาอย่างผิดกฎหมายจริง และศาลกัมพูชาจะพิจารณาลงโทษคนไทยทั้ง 7 คนนี้ โดยหวังว่าการจับกุมตัวครั้งนี้จะไม่ก่อให้เกิดวิกฤตทางการทูตต่อกันระหว่างกัมพูชากับไทยอีกรอบ
นายอู วิเรียะ ประธานศูนย์สิทธิมนุษยชน ประเทศ กัมพูชา ก็ได้ออกมาแสดงความเป็นห่วงต่อเหตุการณ์ที่ 7 คนไทยข้ามแดนมาฝั่งกัมพูชาอย่างผิดกฎหมายโดยมีการเตรียมการล่วงหน้า เพื่อหวังคะแนนสนับสนุนพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีไทยคนปัจจุบัน เป็นหัวหน้าพรรคด้วยเช่นกัน



