ข่าว

ส.ว.ลุยสระแก้วยันจุด7คนไทยถูกจับไทย

ส.ว.ลุยสระแก้วยันจุด7คนไทยถูกจับไทย

05 ม.ค. 2554

“ส.ว.คำนูณ” พาส.ว.ลุยสระแก้ว ยัน จุดที่ 7 คนไทยถูกจับ “แผ่นดินไทย” เปิดชื่อเจ้าของที่ “เบ พูลสุข” คนไทยชัดเจน ชาวบ้านโชว์เอกสารสิทธิที่ดิน แต่ถูกเขมรยึดทำมาหากินไม่ได้ จี้ “นายกฯ” ลงพื้นที่พบชาวบ้านฟังปัญหาด้วยตัวเอง “สุนัย”แนะใช้“อาเซียน”แก้เหตุ“พนิช”

 (5ม.ค.) นายคำนูณ สิทธิสมาน ส.ว.สรรหา แกนนำกลุ่ม 40 ส.ว. เปิดเผยว่า วันนี้ตนพร้อมด้วยส.ว.ในกลุ่มอีก 2 คนได้เดินทางลงพื้นที่ต.บ้านใหม่นองไทร อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากจุดที่ 7 คนไทยถูกจับ ได้พบกลุ่มชาวบ้านกว่า 10 คนทั้งหมดล้วนมีเอกสารสิทธิในที่ดินที่กัมพูชาอ้างว่าเป็นของเขาทั้งนส. 3 ก. นส. 2 หรือสค 1 โดยทั้งหมดเสียภาษีให้กับรัฐบาลไทยทุกปีแต่ไม่สามารถเข้าไปทำมาหากินได้ เพราะตั้งแต่ปีพ.ศ. 2518 ยูเอ็นได้ใช้พื้นที่ดังกล่าวเป็นเขตอพยพหนีภัยสงครามของชาวเขมร แต่เมื่อสงครามจบสิ้นก็ไม่ยอมกลับประเทศ

 โดยเฉพาะในจุดที่ 7 คนไทยถูกจับนั้นเป็นของไทยแน่นอนเพราะมีหลักฐานว่าเป็นที่ดินของนายเบ พูลสุข ซึ่งปัจจุบันเสียชีวิตแล้ว ยังเหลือแต่ลูกสาว แต่ผู้นำรัฐบาลโดยเฉพาะนายกษิต ภิรมย์ รมว.ต่างประเทศ กลับไปยอมรับว่าคนไทยทั้ง 7 คนรุกล้ำเข้าในแผ่นดินกัมพูชา ปัญหาเหล่านี้เคยร้องเรียนตั้งแต่สมัยรัฐบาลทักษิณ ครั้งนั้นพล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ รองนายกรัฐมนตรี ขณะนั้นรับปากว่าจะแก้ไขแต่ก็ไม่สนใจ เคยร้องเรียนไปยังนายอลงกรณ์ พลบุตร ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ สมัยเป็นฝ่ายค้านก็ไม่มีความคืบหน้า จึงต้องไปร้องเรียนกับนายวีระ สมความคิด แกนนำเครือข่ายคนไทยหัวใจรักชาติ

 นายคำนูณ กล่าวว่า ในฐานะวุฒิสมาชิกจึงขอเรียกร้องให้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ได้ลงพื้นที่รับฟังปัญหาความเดือดร้อนของคนในพื้นที่จากการถูกเขมรรุกล้ำดินแดน แต่หากนายกฯไม่ลงพื้นที่ตนก็จะนำชาวบ้านกลุ่มนี้ไปพบนายกฯถึงทำเนียบฯจะได้ทราบข้อเท็จจริงเสียที

“สุนัย”แนะใช้“อาเซียน”แก้เหตุ“พนิช”

 นายสุนัย จุลพงศธร ส.ส.สัดส่วนพรรคเพื่อไทย ในฐานะสมาชิกกรรมมาธิการความร่วมมือไทย - กัมพูชา( JBC ) กล่าวว่า ตนขอปฏิเสธว่าทางคณะกรรมาธิการไม่ได้มีมติส่งนายพนิช เป็นตัวแทนไปกัมพูชาแต่อย่างใด คงเป็นการเดินทางไปส่วนตัว ซึ่งเรื่องนี้ตนคิดว่ามี 2 ประเด็น ที่จะต้องช่วยกันแก้คือ 1 )จะช่วยคนไทย 7 คนนี้ได้อย่างไร เนื่องจากการดำเนินการล่าช้าไปแล้ว และ 2 )เรื่องนี้เป็นการเดิมพันด้วยดินแดนพร้อมทั้งข้อกฎหมายระหว่างประเทศแล้ว

 “ต้องนำความจริงมาพูดกัน ไม่ใช่ไปข่มขู่ ผมว่าวันนี้คุณอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ควรลดบทบาทลง หยุดพูด เพราะภาพมันฟ้องอยู่แล้ว เรื่องนี้ควรที่จะจัดการโดยเร็วตั้งแต่ต้น เพราะไม่ได้มีผลแค่ว่าใครต้องติดคุกเท่านั้น แต่มีผลถึงการเป็นพยานในการต่อสู้เรื่องเขตแดนในอนาคตด้วย เพราะอะไร วันนี้เราปล่อยให้ไปขึ้นศาลแล้ว ถ้าขอกลับมาได้โดยยอมรับคำพิพากษาก็จะเกิดปัญหาทันที เพราะว่าเขตแดนที่ปักหลักเขตที่เห็นในภาพ ตรงนั้นไม่ใช่เขตแดนจริงตามที่ได้ข้อมูลจากทางราชการ แต่เป็นการปักเขตแดนในสมัยสงคราม ซึ่งยังไม่มีการวัดเขตแดนจริง ถ้ารัฐบาลดำเนินการพลาด เรื่องนี้ก็จะคล้ายกับเขาพระวิหาร”นายสุนัย กล่าว

 นายสุนัย กล่าวอีกว่า หากให้นายอภิสิทธิ์ หรือนายกษิต ภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เป็นผู้ที่ไปเคลียร์นั้น ตนเชื่อว่าไม่มีทางสำเร็จแน่ เนื่องจากทั้ง 2 คนนี้ เป็นบุคคลที่เคยมีข้อพิพาททางใจ แล้วจะไปข้อร้องอะไรได้ แถมยังพูดใน ครม.ว่า ถ้าไม่ปล่อยตัวจะมีการทบทวนความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ เรื่องนี้ก็ทำให้ยิ่งแย่กันไปใหญ่ ซึ่งตนขอเสนอวิธีแก้ 2 วิธีคือ 1 )การใช้อาเซียนในการประสาน โดยสามารถใช้แบบลับๆไปก่อนโดยไม่ต้องเปิดประเด็น ในเมื่อเลขาฯอาเซียนก็คือ คนของพรรคประชาธิปัตย์อยู่แล้ว เพราะเรื่องนี้มีผลกระทบต่ออาเซียนอยู่แล้ว 2 ) ต้องพูดความจริงกันและอาจจะให้กรรมาธิการร่วมฯเป็นผู้ประสานก็ได้ เพราะต้องเจรจาสัมพันธ์ที่ดีกันอยู่แล้ว และเนื่องจากประธานกรรมาธิการก็คือ คนของพรรคประชาธิปัตย์อีกด้วย

 นายสุนัย ยังกล่าวต่อว่า วิธีคิดของนายกฯมีปัญหาที่สุด และครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่เกิดความผิดพลาด นายกฯมีฐานะทางอายุไม่มาก ประกอบกับนายกฯไม่ใช้คนที่มีประสบการณ์สูงภายในพรรคเลย ส่วนใหญ่ใช้ผู้ที่มีประสบการณ์น้อยทั้งนั้น ใช้คนไม่รอบคอบ หากเรื่องนายพนิชเป็นการผิดพลาดครั้งแรกก็คงไม่เป็นไร แต่ก่อนหน้านี้ก็เคยมีกรณีที่ส่งนายศิริโชค โสภา ไปคุยกับวิคเตอร์บู๊ทในเรือนจำก็ล้มเหลวไปแล้ว แสดงให้เห็นว่านายกฯจะใช้คนรุ่นเดียวกัน ที่ขาดประสบการณ์เข้าไปทำงานและก็เกิดความเสียหาย แล้วกรณีที่มีคลิปออกมานายกฯยังจะมีการบอกว่าเป็นเรื่องของการตัดต่อ เรื่องนี้นายกฯควรที่จะเงียบดีกว่า และก็หาทางเจรจาและก็ให้จบลงได้ ไม่อย่างนั้นคดีเดินไปก็ต้องมีปัญหาในข้อกฎหมายอีก

 เมื่อถามว่าหากเข้าสู่กระบวนการของการพิจารณาไปแล้วจะมีปัญหาในการเจรจาเรื่องเขตแดนในอนาคตหรือไม่ นายสุนัย กล่าวว่า แน่นอน อย่างที่บอกว่าดินแดนตรงนั้นเข้าปักเขตขึงลวดหนามตอนที่รบกัน เพื่อกั้นเขตไว้ แต่กรณีนี้เป็นการคบเด็กสร้างบ้าน เดินเข้าไปอย่างหน้าตาเฉย ตนบังเอิญเจอ ส.ส. พรรคประชาธิปัตย์ มีหลายคนก็บอกว่านายพนิช อ่อนหัดจริงๆ เป็นถึง ส.ส. แต่กลับให้กลุ่มพันธมิตร ใช้ประโยชน์ตนเอง ส่วนวิธีการใช้คนไปทำงาน โดยปกตินายกก็สามารถใช้ได้ ไม่เว้นแม้แต่งานลับนั้น ตนถือว่าทำได้แต่ต้องไม่ละเมิดกฎหมายอันไม่ชอบ โดยเฉพาะกฎหมายระหว่างประเทศเป็นเรื่องละเอียดอ่อน ถ้าเป็นสหรัฐอเมริกา ควรต้องลาออกแล้ว เพราะมีการทำผิดหลายรอบ แสดงให้เห็นว่าไม่มีทักษะ หรือมีทักษะแต่ไม่เป็นตัวของตัวเองนี่คือปัญหา