
นปช.ประกาศเดินขบวน9ม.ค.ธิดานำเอง
นปช. ประกาศ เดินขบวน 9 ม.ค. ธิดา นำทัพเอง ครั้งแรกหลังเลิกพรก.ฉุกเฉิน อนุเสาวรีย์ประชาธิปไตย ไปราชประสงค์ บุกทำเนียบฯ 6 ม.ค. "เสื้อแดง" โวยลั่นแกนนำอดประกัน ไม่ได้รับความยุติธรรม เปิดคลิป ตอก "พนิช" ผิดเต็มๆ ข้องใจ แผน ปชป.-พธม. จับมือกันปั่นข่าว
วันที่ 5 ม.ค. ที่ศูนย์ช่วยเหลือเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบในการชุมนุม นปช. ชั้น 5 ศูนย์การค้าอิมพีเรียลเวิลด์ ลาดพร้าว นางธิดา ถาวรเศรษฐ รักษาการประธานกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) พร้อมด้วยคณะกรรมการบริหาร แถลงว่า นปช.ยืนยันจะจัดการชุมนุมใหญ่ในวันที่ 9 ม.ค.นี้ต่อไป โดยจะรวมตัวกันที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย เวลา 15.00 น.จากนั้น 17.00 น.เคลื่อนขบวนไปยังสี่แยกราชประสงค์ เพื่อจุดเทียนรำลึกการเสียชีวิตของคนเสื้อแดงเวลา 19.00 น. และแยกย้ายกันเวลา 20.00 น. ขอให้ออกมากันให้มากที่สุดเป้าหมาย คือ เรียกร้องให้ปล่อยตัวแกนนำ นปช.และคนเสื้อแดงที่ถูกคุมขังอยู่ทั่วประเทศ ยืนยันว่าจะจัดชุมนุมต่อสู้เรียกร้องอย่างนี้ทุกเดือนจนกว่า คนเสื้อแดงจะได้รับความยุติธรรมและได้ประชาธิปไตยคืนมา ซึ่งนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ เลขาธิการ นปช.ได้ฝากบอกมาว่า แกนนำทุกคนที่อยู่ในเรือนจำ มีขวัญกำลังใจดีที่จะต่อสู้เพื่อความยุติธรรม และสิทธิที่จะได้รับการประกันตัว ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 39 และมาตรา 40
นางธิดา กล่าวว่า แม้วันนี้ศาลจะปิดปากนายจตุพร พรหมพันธุ์ รองประธาน นปช.ไม่ให้พูดความจริง แต่ ยังมีเสื้อแดงมากกว่า 10 ล้านปาก ที่จะนำความจริงการเข่นฆ่าประชาชนของรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ไปเปิดเผยเพื่อหยุดยั้งวงจรอุบาทว์ ขณะนี้ตนได้นำหนังสือไปถึงศาลอาญาระหว่างประเทศ ณ กรุงเฮก ประเทศเนเธอแลนด์ เพื่อขอให้ส่งพยานมาสังเกตการณ์การพิจารณาคดีและไต่สวนคดีของ นปช. หรือ คนเสื้อแดงในศาลไทย เนื่องจากเพื่อป้องกันแนวโน้มความไม่เป็นธรรมระหว่างการพิจารณาคดี รวมทั้งช่วยเผยแพร่ข้อความเท็จจริงและความคืบหน้าของคดีให้โลกได้รับรู้อย่างตรงไปตรงมา เพื่อประชาชนคนไทยรู้สึกว่าได้รับการพิจารณาคดีอย่างเป็นธรรมตามหลักประชาธิปไตย
นางธิดา กล่าวอีกว่า สำหรับการให้ช่วยเหลือแกนนำและคนเสื้อแดงออกจากคุกนั้น คงต้องมีการหารือกับฝ่ายกฎหมายอีกที แต่ในระหว่างนี้ นปช.จะเดินหน้าปรับโครงสร้างองค์ใหม่ เพื่อสามารถขับเคลื่อนต่อไปอย่างเป็นระบบ โดยเบื้องต้นได้แต่งตั้ง นพ.เชิดชัย ตันติศิริน อดีตผู้สมัคร ส.ส.ขอนแก่น และนางอาภรณ์ สาราคำ ภรรยานายขวัญชัย ไพรพนา ประธานชมรมคนรักอุดร เป็นตัวแทนคนเสื้อแดงภาคอีสาน ในคณะกรรมการกลาง นปช. รวมทั้งได้การดำเนินการจัดตั้งกรรมการนปช. ระดับภาค จังหวัด เขต อำเภอ และตำบลให้เสร็จภายในสิ้นเดือน ม.ค. 54 นี้ เพื่อนำไปปรับโครงสร้าง นปช.ครั้งใหญ่ในเดือน ก.พ. 54 นี้
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในช่วงที่นางธิดา กำลังแถลงถึงเรื่องที่ศาลไม่ให้ประกันตัวแกนนำเสื้อแดงนั้นปรากฎว่าคนเสื้อแดงกว่าร้อยคนที่นั่งฟังการแถลงข่าวแสดงความไม่พอใจอย่างเห็นได้ชัดมีการตะโกนหลายครั้งว่า ไม่ได้รับความยุติธรรม จนนางธิดาต้องบอกให้ใจเย็นๆ จากนั้นได้มีการเปิดคลิปของนายพนิช วิกิตเศรษฐ์ ส.ส .กทม. พรรคประชาธิปัตย์ และคณะที่เผยแพร่ในเว็บไซต์ยูทูป ให้คนเสื้อแดงได้ชมท่ามกลางเสียงโจมตีนายพนิช ที่เดินเข้าเขตกัมพูชาโดยไม่ได้รับอนุญาต
นางธิดา กล่าวว่า ไม่ทราบว่าเป็นความจงใจ หรือ ร่วมมือกันกับกลุ่มพันธมิตรฯ และไม่รู้ว่าใครหลอกใคร แต่ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม กรณีนี้แสดงให้เห็นว่า พรรค ปชป.ไม่ต้องการให้พันธมิตรฯหายไป จึงจุดกระแสเพื่อเรียกให้กลุ่มพันธมิตรฯ ออกมาต่อต้าน แม้ว่า กลุ่มพันธมิตรเหลืออยู่เพียงหลักร้อยก็ตาม
ด้านนายวรวุฒิ วิชัยดิษฐ์ กล่าวว่า ในนาม นปช.รู้เสียใจและเข้าใจความทุกข์ยากของคนที่ต้องติดคุก รวมทั้งครอบครัวที่ได้รับผลกระทบต่อเหตุการณ์ครั้งนี้ ในฐานะ เป็นคนไทยด้วยกันขอแสดงความเห็นอก เห็นใจที่คนไทยทั้ง 7 คน ต้องถูกจองจำทั้งที่ไม่มีความผิดชัดเจน อย่างเช่น นปช.รู้สึกไม่พอใจที่คนเสื้อแดงจำนวนมากต้องถูกจองจำ ทั้งที่ไม่ปรากฎความผิดชัดเจน
นายวรวุฒิ กล่าวว่า ในวันที่ 6 ม.ค . เวลา 10.00 น. ตนและคณะกรรมการ นปช.จะได้ยื่นหนังสือถึงนายอภิสิทธิ์ เวชชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ให้ดำเนินการเอาผิดกับบุคคลตามที่วิกิลีกส์ระบุ ซึ่งหากหลังจาก นปช.ยื่นหนังสือแล้วยังไม่มีความคืบหน้าใด นปช.จะยื่นดำเนินคดีกับนายอภิสิทธิ์ ฐานความความผิดอาญา ม. 157 ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่
“สุนัย”แจงไปอเมริกาเพื่อหาทางออกประเทศ
นายสุนัย จุลพงศธร ส.ส.สัดส่วนพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ตนมีกำหนดการเดินทางไปพบคนไทยในประเทศสหรัฐอเมริกาในการบรรยายเรื่อง “ ทางออกวิกฤตการเมืองไทยกับบทบาทของคนไทยในต่างแดน ” ในวันที่ 06 ม.ค. 54 นี้ โดยระบุว่าการเดินทางไปครั้งนี้ไม่ได้ไปในนามพรรคเพื่อไทย แต่เป็นเรื่องของคนไทยในสหรัฐอเมริกาที่เชิญตนไป ซึ่งตอนแรกจะไปแบบเงียบๆ แต่ปรากฏว่าเจ้าหน้าที่กระทรวงการต่างประเทศไทยประจำสหรัฐอเมริกาก็โทรศัพท์ไปสอบถามผู้ที่เชิญตนว่ามีอะไรรับลมคมในหรือไม่ ดังนั้นเพื่อให้เกิดความสบายใจของ ศอส . และฝ่ายความมั่นคง จึงเดินทางไปอย่างเปิดเผย โดยจะไปทั้งหมด 6 รัฐ ทั้งรัฐนิวยอร์ค รัฐชิคาโก รัฐ Wisconsin รัฐฟอร์ริดา รัฐเท็คซัส และรัฐแคลิฟอร์เนีย
“เรียกร้องให้กระทรวงการต่างประเทศส่งคนไปฟังเลย ถ้าคิดว่าระแวงสงสัย ไม่ต้องไปพูดข่มขู่ วันนี้ประเทศไทยมีวิกฤตจะออกอย่างไร คนไทยในต่างประเทศจะแสดงออกอย่างไร ขณะนี้คนไทยในต่างประเทศน่าจะมีบทบาทสำคัญมากมาย เพราะในประเทศนั้นสามารถใช้อำนาจเผด็จการได้โดยง่าย พอประกาศภาวะฉุกเฉินก็ถูกปิดปาก ปิดตาหมด ซึ่งถ้าเป็นแบบนั้นการใช้อำนาจที่ไม่เป็นธรรมคนไทยในต่างประเทศก็จะไม่ถูกปิดหูปิดตา”นายสุนัย กล่าว



