
ปชป.แก้ตัวแทน7คนไทยเลี้ยวผิดถูกจับ
"ปชป." แก้ตัวแทน พนิช และ 6 คนไทย" ถูกเขมรจับเพราะเลี้ยวผิด แจงนายกฯ ได้รับแจ้งแค่ว่าจะไปปราจีนบุรี อ้างไม่รู้วีระร่วมทางด้วย ส่วนจงใจไปให้จับหรือไม่ให้โยนถามวีระเอาเอง
(5ม.ค.) เมื่อเวลา 11.00 น. ที่พรรคประชาธิปัตย์ นพ.บุรณัชย์ สมุทรักษ์ โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงว่า ขอเรียกร้องให้ทุกฝ่ายให้ข้อมูลเรื่องคนไทยทั้ง 7 คนที่ถูกจับในข้อหารุกล้ำดินแดนกัมพูชาเมื่อวันที่ 29 ธ.ค.ที่ผ่านมาไปในทางเดียวกัน เพราะศาลกัมพูชาจะพิจารณาคดีดังกล่าวในวันที่ 6 ม.ค.นี้แล้ว นอกจากนี้ยังอยากให้เครือข่ายคนไทยหัวใจรักชาติที่ชุมนุมอยู่ที่จ.สระแก้ว หลีกเลี่ยงการสร้างประเด็นที่อาจสร้างความขัดแย้งเพิ่มความเสี่ยงต่อการเผชิญหน้ากับทางกัมพูชาด้วย เพราะไม่เป็นผลดีต่อโอกาสที่คนไทยทั้ง 7 คนจะได้รับอิสรภาพ ทั้งนี้จากการตรวจสอบข้อเท็จจริงเบื้องต้น นายพนิช วิกิตเศรษฐ์ ส.ส.กทม. พร้อมคนไทยอีก 6 คนได้เดินผ่านจุดตรวจที่ 48 บนถนนศรีเพ็ญ ต.โนนหมากมุ่น อ.โคกสูง จ.สระแก้ว ไปตามถนนลูกรัง จากนั้นข้ามรั้วลวดหนามก่อนเดินไปถึงสามแยกที่อยู่บนเส้นประระหว่างหลักหมุดที่ 46 และ 47 ซึ่งทั้งไทยและกัมพูชาใช้อ้างอิงในการปฏิบัติงานชั่วคราว โดยคณะกรรมาธิการปักกันเขตแดนร่วมหรือเจบีซีของทั้งไทยและกัมพูชาต่างยอมรับว่าหลักหมุดทั้ง 2 หลักดังกล่าวอาจคลาดเคลื่อนจากพื้นที่จริง
นพ.บุรณัชย์ กล่าวอีกว่า จากนั้นนายพนิชและคณะได้เลี้ยวไปทางขวา ไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ ซึ่งเป็นคนละทางกับหลักหมุดที่ 46 ที่นายพนิชพูดในคลิปซึ่งปรากฎบนเว็บไซต์ยูทูบว่าจะเข้าไปตรวจสอบ ที่จะต้องเลี้ยวซ้าย ไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ เนื่องจากความสับสนทางภูมิประเทศเป็นเหตุให้นายพนิชและคณะถูกทหารกัมพูชาจับ ซึ่งจากข้อมูลพบว่าบริเวณที่โดนจับนั้นเลยเส้นประระหว่างหลัดหมุดที่ 46 และ 47 ไปเพียง 55 เมตร แต่ไม่ถึง 1 , 200 และหากยึดตามสันปันน้ำจะล้ำไปเพียง 10 เมตรเท่านั้น ทั้งนี้ข้อมูลเหล่านี้จะเป็นประโยชน์ในการต่อสู้คดีของคนไทยทั้ง 7 คนที่จะอ้างว่าคณะคนไทยดังกล่าว ผลัดหลงเข้าไป ส่วนกรณีที่มีการอ้างข้อความที่นายพนิชพูดในคลิปว่า นายกรัฐมนตรีรู้เรื่องล่วงหน้านั้น ความจริงแล้วนายพนิชได้รับเรื่องร้องเรียนว่ามีชาวกัมพูชารุกล้ำดินแดนเข้ามาในไทย นายพนิชในฐานะอดีตผู้ช่วยรมว.ต่างประเทศและกมธ.เจบีซีจึงได้แจ้งกับนายกฯว่าจะไปสำรวจพื้นที่โดยบอกว่าเป็นจ.ปราจีนบุรีแต่ไม่ใช่จ.สระแก้ว และนายพนิชก็ไม่ได้แจ้งด้วยว่านายวีระ สมความคิด แกนนำเครือข่ายคนไทยหัวใจรักชาติ จะร่วมเดินทางไปด้วย
ผู้สื่อข่าวถามว่า คลิปล่าสุดที่ปรากฏในยูทูปนั้นนายวีระพูดชัดเจนว่าจะเดินไปให้จับ นพ.บุรณัชย์กล่าวว่า เรื่องนี้ต้องรอถามนายวีระภายหลังว่าหมายความว่าอย่างไร เพราะบางช่วงในคลิปฉบับเต็มความยาว 20 นาทีกว่านั้นนายวีระก็พูดแบบทีเล่นทีจริง ส่วนภายหลังจากคณะคนไทยถูกจับนั้นก็มีผู้ชุมนุมออกมาทันทีแสดงให้เห็นว่าเป็นเกมหรือไม่ นพ.บุรณัชย์กล่าวว่า ตนไม่ทราบว่าเป็นเกมหรือไม่ แต่ไม่อยากให้เครือข่ายคนไทยฯ ที่ชุมนุมที่จ.สระแก้วให้ข้อมูลที่สร้างความสับสน และยืนยันว่ารัฐบาลไม่ได้จัดตั้งม็อบไปชนกับผู้ชุมนุมกลุ่มดังกล่าวแน่นอน
ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ตลอดเวลาของการแถลงข่าวนั้น นพ.บุรณัชย์ได้นำรูปภาพแสดงเส้นทางการเดินของนายพนิชและคณะจากจุดตรวจที่ 48 ผ่านรั้วลวดหนามไปยังสามแยกก่อนที่จะเลี้ยวผิดจนไปถูกจับในเขตที่ทหารกัมพูชาควบคุมอยู่มาแสดงกับสื่อมวลชนด้วย
เผยมีนักโทษเขมรในคุกกันทรลักษ์14คน
นายทวีวัฒน์ ทองสุข ประธานสภาทนายความ ประจำศาล จ.กันทรลักษ์ อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ เปิดเผยว่า ในรอบ 1 ปีที่ผ่านมา มีชาวกัมพูชาถูกทางการไทยจับตัวมาคุมขังไว้ที่เรือนจำกันทรลักษ์ทั้งสิ้น 14 คน ส่วนใหญ่เป็นคดีเกี่ยวกับการลักลอบตัดไม้ทำลายป่าในเขตชายแดนไทย - กัมพูชา และคดีต่อสู้ขัดขืนการจับกุมของเจ้าหน้าที่ฝ่ายไทย ซึ่งที่ผ่านมาได้มีนายเมน วันนา กงสุลใหญ่ประจำประเทศไทย สำนักงานตั้งอยู่ที่ จ.สระแก้วเดินทางมาที่สภาทนายความ ขอร้องให้ช่วยเหลือและเป็นที่ปรึกษาทางกฎหมายให้กับผู้ถูกจับกุม ซึ่งบทลงโทษที่แต่ละคนจะได้รับนั้นขึ้นอยู่กับความผิดที่กระทำ หรือขึ้นกับกรรม และกระทง รวมทั้งจำนวนของกลางที่จับได้ เช่นเลื่อยโซ่ยนต์ อาวุธที่พกพาและอุปกรณ์ในการตัดไม้ หรือขึ้นอยู่กับดุลพินิจของศาลท่านจะพิจารณาเป็นราย ๆไป
นายทวีวัฒน์ กล่าวว่า ชาวกัมพูชาทั้ง 14 คนที่ถูกจับขณะนี้ได้รับการพิจารณาลงโทษทุกคดีแล้ว ซึ่งบทลงโทษสูงสุดในคดีที่ตนรับผิดชอบมีโทษจำคุกถึง 6 ปี โดยถูกดำเนินคดีภายใต้กฎหมายของไทยและถูกควบคุมตัวที่เรือนจำกันทรลักษ์ และมีบางคดีที่ศาลนำกลับมาพิจารณาใหม่ และอาจจะได้รับการลดโทษตามที่ทางสภาทนายความฯ ได้ยื่นอุทธรณ์ไป
“การให้ความช่วยเหลือทั้งหมดนี้ไม่เกี่ยวกับเรื่องเขตแดนแต่อย่างใด แต่เป็นการให้ความช่วยเหลือตามหลักสิทธิมนุษยชน ผมจึงไม่ได้หนักใจที่จะให้ความช่วยเหลือชาวกัมพูชาที่ถูกจับในฝั่งไทย และถึงขณะนี้ก็ยังไม่มีรัฐบาลกัมพูชาหรือหน่วยไหนมาขอเจรจาเพื่อนำตัวไปดำเนินคดียังฝั่งกัมพูชา แต่ผู้ต้องขังทุกคนได้รับการดูแลเป็นอย่างดีจากเจ้าหน้าที่เรือนจำกันทรลักษ์” ประธานสภาทนายความ ประจำศาล จ.กันทรลักษ์ กล่าว



