
ระดมความเห็นปรับปรุงก.ม.อบจ.ถ่วงดุลพ่อเมือง-ลั่นขึ้นตรงสำนักนายกฯ
ตรัง - นายก อบจ.ตรัง ประกาศจะไม่เป็นรองพ่อเมืองตรัง แม้อำนาจรัฐธรรมนูญ ปี 2550 จะให้อำนาจผู้ว่าฯล้นฟ้า โดยจะร่วมกับ อบจ.14 จังหวัดภาคใต้ ขอขึ้นตรงกับสำนักนายกรัฐมนตรี
นายกิจ หลีกภัย นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดตรัง (อบจ.) กล่าวระหว่างประชุมหารือประธานสภา อบจ.14 จังหวัดภาคใต้ ณ ห้องประชุมองค์การบริหารส่วนจังหวัดตรัง ว่า ปัจจุบัน อบจ.บริหารงานลำบาก เพราะรัฐธรรมนูญปี 2550 ให้อำนาจผู้ว่าราชการจังหวัดมาก จะขออนุมัติงบประมาณต่างๆ ก็จะต้องขอความเห็นชอบจากผู้ว่าฯ ทุกครั้ง และบ่อยครั้งที่ผู้ว่าฯ ไม่เห็นชอบโครงการที่นำเสนอ ก็ทำให้งานต่างๆ สะดุด ดังนั้น จึงเสนอให้ประธานสภา อบจ.ที่ร่วมประชุมนำปัญหานี้ไปหารือกับสมาชิก ส.อบจ.แต่ละจังหวัด เพื่อหารือเกี่ยวกับการปรับปรุงกฎหมาย อบจ.14 จังหวัดภาคใต้
ทั้งนี้ ตรังจะรับเป็นเจ้าภาพการประชุมในวันที่ 24 สิงหาคม 2552 เพื่อร่วมแสดงความคิดเห็น โดยเฉพาะที่ผ่านมาโครงการสร้างถนนเครือข่ายของ อบจ.ตรัง กับองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) อันเป็นที่มาของความขัดแย้งระหว่างตนกับนายสมพงษ์ อนุยุทธพงศ์ ผู้ว่าฯ ตรัง หลังมีการสร้างถนนเครือข่าย 60-40 กับ อบต.โดยใช้เงินสะสมเหลือจ่ายของ อบต. เพื่อสร้างถนนร่วมกัน และต่อมาผู้ว่าฯ ตรัง ได้ลงนามไม่เห็นด้วย พร้อมสั่งระงับการจ่ายเงินให้ อบจ.อันเป็นที่มาของความขัดแย้ง ถึงกับมีการยื่นหนังสือต่อนายชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ เพื่อขอย้ายผู้ว่าฯ ตรัง พ้นจากพื้นที่ก่อนหน้านี้แล้ว
นายชาญยุทธ เกื้ออรุณ ประธานสภา อบจ.ตรัง กล่าวว่า เพื่อแก้ปัญหา เห็นว่าควรมีการจัดตั้งสภาสมาชิกองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) เพื่อรวมตัวในการแสดงความคิดเห็นต่างๆ ที่ได้ออกมาเป็นกฎหมาย เพื่อใช้กับ อปท. เพราะเห็นว่ากฎหมายรัฐธรรมนูญปี 2550 จะให้ อปท.อยู่ในกรอบของผู้ว่าฯ อำนาจต่างๆ จะต้องผ่านการเห็นชอบจากผู้ว่าฯ ซึ่งบางครั้งความคิดเห็นของผู้ว่าฯ จะมีความเห็นที่แตกต่างจาก อบจ. ทำให้ไม่สามารถนำงบประมาณไปพัฒนาท้องถิ่นตามต้องการของสมาชิกสภาและประชาชนได้
"หากเป็นไปได้ เห็นว่างานบริหารของ อบจ.ควรจะไปขึ้นกับสำนักนายกรัฐมนตรี เพื่อไม่ต้องการให้ผู้ว่าฯ มีอำนาจมากเกินไป รวมทั้งเห็นว่าอำนาจนี้ผู้ว่าฯ ยังสามารถสั่งถอดถอนนายก อบจ.และสมาชิก หรือสั่งยุบสภา ทั้งที่เมื่อก่อนอำนาจการสั่งปลดนายก อบจ. ผู้บริหาร หรือยุบสภา อบจ. จะต้องเป็นอำนาจของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยเท่านั้น" นายชาญยุทธกล่าว



