
หวังม็อบ9ม.ค.ไม่แรงหลังไม่ได้ประกัน
สุเทพ หวังม็อบ 9 ม.ค.ไม่แรง หลังศาลไม่ให้ประกัน 7 แกนนำ นปช. ยังไม่คิดใช้พรก.ฉุกเฉินอีก แนะ นปช.ยื่นขอประกันตัวใหม่ อ้างความผิดร้ายแรงทำให้ศาลไม่ให้ประกัน ยัน "ปชป." ไม่ได้เปรียบพรรคอื่นเรื่องเพิ่ม-ลดสัดส่วนส.ส. อ้างในพรรคยังมีความเห็นเเตกต่าง
(5ม.ค.) เมื่อเวลา 08.30 น. นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีด้านความมั่นคง กล่าวถึงกรณีที่ศาลไม่ให้ประกันตัว 7 แกนนำนปช.ทำให้เป็นห่วงกันว่าอาจจะมีผลทำให้การชุมนุมวันที่ 9 ม.ค.ของกลุ่มเสื้อแดงมีความรุนแรงขึ้นว่า เรื่องนี้คาดการณ์ไม่ได้ และอยากให้ปล่อยเป็นเรื่องของกระบวนการยุติธรรมปกติ เรื่องการประกันตัวเมื่อยืนคราวนี้ไม่ได้ คราวหน้าก็ยื่นใหม่ได้ และก็ต้องไปแสดงเหตุผลให้ศาลเข้าใจ
ทั้งนี้การที่ศาลจะวินิจฉัยอย่างไรก็ต้องมีดุลพินิจของศาล ก็ต้องว่าไปตามกระบวนการ ตนคงไปแสดงความเห็นแทนศาลไม่ได้ ส่วนการเตรียมรับมือกับการชุมนุมนั้น ก็คาดการณ์ในทางที่ดีไว้ก่อน ซึ่งเชื่อว่าการเคลื่อนไหวแม้ว่าจะมีขึ้นก็น่าจะอยู่ในขอบเขตที่กฎหมายอนุญาต เพราะทุกฝ่ายก็ตระหนักแล้วว่าการกระทำการใด ๆ ที่ฝ่าฝืนกฎหมายมีแต่จะทำให้เกิดผลเสียหายทั้งต่อผู้กระทำและทั้งต่อบ้านเมือง
เมื่อถามว่า ในส่วนของรัฐบาลได้มีส่วนในการสนับสนุนเรื่องการประกันตัวแกนนำนปช.อย่างไรบ้าง เพราะมีการวิจารณ์ถึงความไม่จริงใจในเรื่องนี้ของรัฐบาล นายสุเทพ กล่าวว่า สื่ออย่าตีความผิดไป เจตนาของรัฐบาลชัดเจนว่าให้เจ้าหน้าที่ของหน่วยงานที่มีหน้าที่รับผิดชอบได้พิจารณาร่วมกัน ผู้ต้องหาที่ไม่ใช่คนที่เป็นตัวการที่กระทำความผิดเสียหาย ร้ายแรง เป็นคนที่ไป และไปทำความผิดและความผิดนั้นไม่ใช่ความผิดที่ร้ายแรง ถ้าเห็นว่าการที่พวกเขาประกันตัวแล้ว พวกเขาไม่หลบหนี้หรือไม่สร้างปัญหาอะไร ก็ให้เจ้าหน้าที่ไปประสานงานกันและให้ความเห็นผ่านอัยการไปและไม่คัดค้านการประกันตัวของคนเหล่านี้ แต่สำหรับกรณีของคนที่เป็นตัวการใหญ่ ๆ ความผิดที่สำคัญที่ร้ายแรงก็ต้องว่าไปตามเหตุผลอีกเหตุผลหนึ่ง
เมื่อถามว่าเรื่องนี้ทางคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงฯที่มีนายคณิต ณ นคร เสนอความเห็นต่อรัฐบาลไปแล้วว่าควรมีการปล่อยตัว แต่ทำไมยังไม่สามารถปล่อยได้ นายสุเทพ กล่าวว่า ก็ทำไปแล้ว ที่ผ่านมาก็ดำเนินการปล่อยผู้ต้องหาที่มีข้อหาธรรมดาไปหลายคนแล้ว เมื่อถามว่าฝ่ายความมั่นคงประเมินหรือไม่ว่าหากการชุมนุมกลุ่มคนเสื้อแดงวุ่นวายจนเกินที่กฎหมายธรรมดาจะรับมือได้ อาจประกาศใช้ พ.ร.ก.บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินอีกครั้งหนึ่ง รองนายกฯ กล่าวว่า ยังยืนยันใช้กฎหมายปกติอยู่
ยัน"ปชป."ไม่ได้เปรียบพรรคอื่นเรื่องเพิ่ม-ลดสัดส่วนส.ส.
นายสุเทพ กล่าวถึง การประชุมของคณะกรรมาธิการพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยที่มีการหยิบยกร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 93 – 98 ที่ว่าด้วยเขตเลือกตั้ง ขึ้นมาพิจารณา และมองว่า การกำหนดเขตและจำนวนส.ส.จะทำให้พรรคประชาธิปัตย์ได้เปรียบพรรคอื่น เพราะมีการลดจำนวนส.ส.ในพื้นที่ภาคเหนือและภาคอีสานลงนั้นดูเหมือนเป็นการเข้าล็อกพรรคประชาธิปัตย์ว่า คงไม่ได้เข้าล็อกพรรคประชาธิปัตย์ แต่ร่างการเเก้ไขรัฐธรรมนูญที่คณะกรรมการชุดนายสมบัติ ธำรงธัญวงศ์ เป็นประธาน เสนอมาเป็นอย่างนั้น และมีการพิจารณารับหลักการแบบนั้น สมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ ก็ยืนยันว่าจะขอยึดแนวทางดังกล่าว ก็ต้องว่ากันไป
เมื่อถามว่าพรรคร่วมรัฐบาลติงมาว่า การกลับไปใช้แบบ ส.ส.เขต 375 + ส.ส.สัดส่วน 125 จะทำให้ส.ส.พรรคอื่นถูกตัดไป แต่ทางพรรคประชาธิปัตย์ในภาคใต้ถูกตัดไปแค่ 4 คน นายสุเทพ กล่าวว่า ทุกครั้งที่มีการเปลี่ยนแปลงก็จะมีทั้งคนที่ชอบและไม่ชอบ ในพรรคประชาธิปัตย์ ก็จะมีทั้งคนชอบและไม่ชอบ ทุกคนมีสิทธิแสดงความคิดเห็น อย่าไปเคร่งเครียดจนเสียสุขภาพ ตนยืนยัน ได้ ว่า พรรคประชาธิปัตย์ไม่ได้คิดเรื่องความได้เปรียบ เสียเปรียบ เมื่อถามว่า อีกกี่ปีการเมืองไทยจะหลุดจากน้ำเน่า เพราะที่ผ่านมามีส.ส.เน่าๆมาก นายสุเทพ กล่าวว่า ก็ขึ้นมาเยอะ พ้นมาเยอะแล้ว และเป็นเรื่องที่ต้องทำต่อไป
อบต.ไร่รถวอนรัฐบาลเพิ่มเบี้ยยังชีพ
นายวรภพ ฉิมพันธุ์ นายก อบต.ไร่รถ อ.ดอนเจดีย์ จ.สุพรรณบุรี เปิดเผยว่า ตนและทีมบริหารสนองนโยบายจากกระทรวงมหาดไทย เกี่ยวกับการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดในพื้นที่ที่มีการแพร่ระบาดการยาเสพติด ทาง อบต.ไร่รถ จึงได้ร่วมกับเจ้าหน้าที่สาธารณสุขอำเภอดอนเจดีย์ เจ้าหน้าที่ตำรวจ ดำเนินการทำบ้านตัวเองให้สะอาดโดยการตรวจปัสสาวะแบบปูพรมใน อบต.ไร่รถ ตั้งแต่ตัวผู้บริหารไปจนถึงพนักงานใน อบต.ไร่รถ ทุกคนในส่วนของฝ่ายปกครองได้มอบให้กำนัน ต.ไร่รถ
ดำเนินการตามขั้นตอนนี้ เนื่องจากเรามีการประสานงานและพร้อมใจกันที่จะทำโครงการนี้เพื่อที่จะเป็นแนวทางในการปฏิบัติหน้าที่ และอีกประการหนึ่งถ้าเราจะไปดำเนินการเกี่ยวกับเรื่องการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดถ้าเราไม่กวาดบ้านล้างบ้านตนเองให้สะอาดก็จะเป็นข้อครหานินทาได้ และหลังจากที่ตรวจปูพรมแล้วจะมีการสุ่มตรวจในกรณีที่ต้องสงสัย ถ้าเจอสารเสพติดก็จะดำเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมายหรือส่งไปบำบัดตามขั้นตอน
"อยากแนะนำให้รัฐบาลทำเรื่องเบี้ยยังชีพ ที่เดิมให้รายละ 500 บาทเป็น 1,000 บาท ตรงนี้น่าจะทำก่อนนอกจากนี้รัฐบาลยังมองข้ามเรื่องเงินอุดหนุน งบประมาณที่จะให้องค์การบริหารส่วนตำบลนั้นได้บริหารพื้นที่ ในกรณีที่ 25 เปอร์เซนต์ ของงบประมาณของประเทศที่จะจ่ายให้กับองค์การบริหารส่วนตำบล ให้บริหารให้กับประชาชนที่มีความเดือดร้อน และต้องการให้พัฒนาในท้องถิ่นท้องที่แต่ละตำบลของประเทศไทยยังมีความสำคัญมากกว่า"นายวรภพ กล่าว และว่า
ทั้งนี้ ขณะนี้องค์การบริหารส่วนตำบลต่างๆทั่วประเทศ ได้รับเงินอุดหนุนจากรัฐบาลนั้นไม่ถึง 25 เปอร์เซนต์ ด้วยซ้ำ จาก 35 เปอร์เซนต์ที่ตั้งไว้ ส่วนการเพิ่มค่าตอบแทนจริงให้กับผู้บริหาร ตนจะเอาในส่วนนี้มอบให้กับสาธารณะประโยชน์ในตำบลเพื่อให้ประชาชนได้รับผลประโยชน์จากเงินเดือนที่เราได้รับเพิ่มจากเดิมอย่างไรก็ตาม อยากให้"รัฐบาละมองเห็นความสำคัญที่ได้ประกาศเป็นนโยบายของรัฐบาลว่าประชาชนต้องมาก่อน



