
ฮุนเซนเฉยปล่อยคนไทยขึ้นบัญชีดำวีระ
1 สัปดาห์ที่ทหารกัมพูชาควบคุมตัว นายพนิช วิกิตเศรษฐ์ ส.ส.กรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ และนายวีระ สมความคิด ผู้ประสานงานเครือข่ายประชาชนไทยหัวใจรักชาติ และพวก รวม 7 คน มีการกล่าวอ้างว่า ทั้ง 7 คนได้ล้ำเข้าไปถ่ายภาพที่บริเวณหลักเขตแดนที่ 46 ภูมิโจกเจย (บ
มีการตั้งข้อหาข้ามพรมแดนเข้าไปในกัมพูชาอย่างผิดกฎหมาย และควบคุมตัวไว้ที่กรุงพนมเปญ
แม้ว่า รัฐบาลไทยพยายามหาทางช่วยเหลือ หลังเสร็จสิ้นการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันอังคารที่ 4 มกราคม 2554 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ได้เรียกประชุมด่วนระหว่าง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม นายกษิต ภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ และ นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม และเจ้ากรมแผนที่ทหาร เพื่อหาแนวทางในการช่วยเหลือคนไทย 7 คน ที่ถูกทางการกัมพูชาจับกุมตัวไปเมื่อวันที่ 29 ธันวาคม 2553
ทางการไทยรอดูท่าทีของกัมพูชา โดยเฉพาะ สมเด็จ ฮุนเซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ซึ่งยังเมินเฉยต่อการให้ความช่วยเหลือในเรื่องดังกล่าว แม้ว่าจะมีเสียงสะท้อนจากฟากรัฐบาลไทย ที่นายอภิสิทธิ์ กระซิบให้รัฐบาลกัมพูชานึกถึงความสัมพันธ์อันดีของทั้งสองประเทศ รวมถึง นายกษิต ภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ก็พยายามติดต่อ รมว.ต่างประเทศกัมพูชา เช่นกัน
สมเด็จอัครมหาเสนาบดีเดโช ฮุน เซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา กล่าวว่า ชาวไทยทั้ง 7 คนที่ถูกจับแม้จะมี ส.ส.อยู่ด้วยก็ตาม จะต้องถูกส่งตัวมาคุมขังที่เรือนจำไปรซอ แม้จะมีการขอร้องให้ปล่อยตัว ส.ส. แต่ทางเราไม่สามารถปล่อยได้เพียงแค่คนสองคน และตนจะไม่แทรกแซงการทำงานของศาล โดยคนไทยที่ถูกจับทั้งหมดจะถูกควบคุมตัวที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองก่อนที่จะส่งไปให้ศาลตั้งข้อกล่าวหา
ขณะนี้คนไทยทั้ง 7 คน ต่างรอลุ้นการพิจาณาตัดสินของศาลกัมพูชา เพราะหากมีความผิดฐานบุกรุกเข้าไปในอธิปไตยของกัมพูชาโดยที่ไม่ได้รับอนุญาต จะมีโทษจำคุกอย่างต่ำนานถึง 6 เดือนเต็ม
แหล่งข่าวนายทหารกัมพูชา เปิดเผยว่า ทางการกัมพูชาติดใจชื่อของ นายวีระ สมความคิด ซึ่งถูกขึ้นบัญชีดำของทางการกัมพูชา ไปพร้อมกับการเลื่อนการพิจารณาการขึ้นทะเบียบปราสาทเขาพระวิหารเป็นมรดกโลกเมื่อปีที่แล้วมาเป็นปีนี้แทน
พร้อมกับมีเสียงจากผู้นำรัฐบาลกัมพูชาออกมาในทำนองไม่พอใจในกระทำของนายวีระ และมีการเรียกสอบประวัติของนายสมคิด เพราะทางกัมพูชารู้ดีว่านายสมคิดมีเจตนาไม่ดี บุกรุกเข้ากัมพูชาถึง 4 ครั้ง และถูกจับ 2 ครั้ง แล้ว
ทั้งนี้ หากรายชื่อคนไทยทั้ง 7 คนที่ถูกทางการกัมพูชาจับกุมไปไม่มีชื่อของ นายวีระ สมความคิด ทางการกัมพูชาคงจะปล่อยตัวคนไทยทั้งหมดกลับสู่มาตุภูมิเรียบร้อยไปแล้ว
ขณะที่กระทรวงการต่างประเทศเตรียมให้การช่วยเหลือ คือ การเจรจาระดับสูงกับทางการกัมพูชา ควบคู่ไปกับการเข้าสู่กระบวนการของศาลกัมพูชา ซึ่งสามารถเป็นไปได้ 2 ทาง คือ การยื่นขอประกันตัว หรือการเร่งรัดให้ดำเนินคดีตามกระบวนการยุติธรรมให้เร็วที่สุด เพื่อขอลดหย่อนผ่อนโทษ โดยให้คำนึงถึงความสัมพันธ์ไทย-กัมพูชาเป็นสำคัญ
กระบวนการทางกฎหมาย แม้ว่า “รัฐบาล-กองทัพ” จะประสานอย่างไรก็คงยังไม่ประสบความสำเร็จได้ในยามนี้ แม้ว่าผู้นำกองทัพของทั้งสองประเทศ ทั้ง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กับ พล.อ.เตีย บัน รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมของกัมพูชา จะมีการยกหูถึงกัน แต่หนทางในการให้ความช่วยเหลือคนไทยก็ยังคงริบหรี่อยู่
ดังนั้น ยามนี้ “รัฐบาล-กองทัพ” จะต้องควบคุมการเคลื่อนไหวของกลุ่มคนไทยหัวใจรักชาติ เพราะหากทำให้รุนแรงขึ้นมาจะยิ่งไม่เป็นผลดีต่อคนไทยทั้ง 7 คนอย่างแน่นอน โดยเบื้องต้น นายอภิสิทธิ์ได้สั่งกำชับให้ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ให้เตรียมความพร้อมในการดูแลรักษาความปลอดภัยบริเวณตามแนวชายแดน
“พล.อ.ประวิตร ได้สั่งการผ่านมายัง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก ให้เจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบในพื้นที่คือ พล.ต.วลิต โรจนภักดี ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 2 มหาดเล็กรักษาพระองค์ (พล.2 รอ.) และในฐานะผู้บัญชาการกองกำลังบูรพา กวดขันดูแลไม่ให้การชุมนุมของกลุ่มคนไทยหัวใจรักชาติเกิดเงื่อนไขอะไรขึ้นมาในพื้นที่ เพราะจะยิ่งทำให้การแก้ไขปัญหายากขึ้น” แหล่งข่าวด้านความมั่นคง ระบุ
แหล่งข่าวด้านความมั่นคงในพื้นที่ จ.สระแก้ว บอกว่า ตอนนี้กองทัพต้องรอความชัดเจนจากรัฐบาลในการดำเนินการเรื่องนี้ให้ชัดเจน ขณะนี้ทำได้ก็แค่เพียงการดึงเกมไปเรื่อยๆ เพราะความได้เปรียบอยู่ที่ทางการกัมพูชา โดยอาจจะถึงการพิจารณาพื้นที่ทับซ้อนบริเวณปราสาทเขาพระวิหารอีกครั้งในต้นปีหน้าก็ได้ เห็นได้จากท่าทีของสมเด็จฮุน เซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ที่เพิกเฉยกับเรื่องนี้ ดังนั้นเรื่องนี้ต้องรอผลการพิจารณาของศาลกัมพูชาก่อน
น่าจะเป็นบทเรียนของคนไทยทั้ง 7 คน ที่จะต้องคิดให้รอบด้าน เพราะหากไปเล่นตามเกมที่เขาวางกับดักเอาไว้อาจจะไม่เป็นผลดีต่อใครเลยก็ได้
ทีมข่าวความมั่นคง/นันทิดา พวงทอง



