
ราคาอาหารแพงดันเงินเฟ้อธ.ค.พุ่ง3%เอกชนเบรกขึ้นดบ.สกัด-กนง.ทบทวนเป้าศก.ปี54ใหม่
เงินเฟ้อเดือนธันวาคม 53 พุ่ง 3% จากราคาสินค้าหมวดอาหารและเครื่องดื่มแพงขึ้น มองกรอบปีหน้าขยายตัว 3.2-3.7% ชี้ปัจจัยเสี่ยงเป็นเรื่องราคาน้ำมันและค่าเงิน รวมทั้งต้องจับตาราคาสินค้าเกษตร เอกชนติงภาครัฐไม่ควรขึ้นดอกเบี้ยดูแลเงินเฟ้อ ห่วงกำลังซื้อผู้บริโภคหด
นายยรรยง พวงราช ปลัดกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไป (เงินเฟ้อ) ในเดือนธันวาคม 2553 ขยายตัว 3% เทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2552 โดยมีปัจจัยหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของดัชนีหมวดอาหารและเครื่องดื่มที่สูงขึ้น 5.6% ขณะที่เทียบกับเดือนพฤศจิกายน 2553 ขยายตัว 0.16% ส่วนเงินเฟ้อตลอดทั้งปี 2553 ขยายตัว 3.3% เทียบกับปี 2552 ทั้งนี้ ดัชนีราคาผู้บริโภคพื้นฐานเดือนธันวาคม 2553 เมื่อเทียบกับเดือนพฤศจิกายน 2553 สูงขึ้น 0.35% แต่เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีทีผ่านมา สูงขึ้น 1.4%
สำหรับในปี 2554 กระทรวงพาณิชย์คาดการณ์ว่าอัตราเงินเฟ้อจะเพิ่มขึ้น 3.2-3.7% หรือเฉลี่ยเพิ่มขึ้น 3.4% ภายใต้สมมติฐานราคาน้ำมันดิบดูไบอยู่ที่ระดับ 78- 88 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล และอัตราแลกเปลี่ยนอยู่ที่ระดับ 28-33 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ รวมถึงรัฐบาลยังคงขยายมาตรการช่วยเหลือค่าครองชีพให้ประชาชน โดยปัจจัยเสี่ยงต่ออัตราเงินเฟ้อในปีนี้ ยังคงต้องจับตามความผันผวนของราคาน้ำมันในตลาดโลก ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน และราคาสินค้าเกษตรในตลาดโลกที่ปรับตัวสูงขึ้น
รายงานข่าวจากกระทรวงพาณิชย์ แจ้งว่า ในวันที่ 5 มกราคมนี้ จะมีการประชุมคณะอนุกรรมการน้ำมันพืช มีวาระสำคัญคือการพิจารณาปรับขึ้นราคาน้ำมันปาล์มขวด ซึ่งผู้ประกอบการเสนอขอปรับขึ้นขวดละ 10 บาท จากราคาเพดานปัจจุบันขวดละ 38 บาท
ด้านนายธนิต โสรัตน์ รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า เงินเฟ้อของไทยที่สูงขึ้น ไม่ได้เกิดจากความต้องการสินค้ามากขึ้น แต่เกิดจากต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น ซึ่งสถานการณ์เช่นนี้ ภาครัฐไม่ควรใช้นโยบายขึ้นอัตราดอกเบี้ย เพื่อดูแลเงินเฟ้อ เนื่องจากต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้นมีโอกาสที่จะลดลงในระยะยาว โดยภาคเอกชนเห็นว่ารัฐบาลควรปล่อยให้ดอกเบี้ยต่ำเพื่อให้ผู้บริโภคมีกำลังจับจ่ายมากกว่าที่จะดึงเงินเข้าสถาบันการเงินมากขึ้น และหากมีการขึ้นดอกเบี้ย ก็จะยิ่งทำให้กำลังซื้อผู้บริโภคลดลง
ด้านนายเมธี สุภาพงษ์ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายเศรษฐกิจในประเทศ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ในการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) วันที่ 12 มกราคมนี้ กนง.จะมีการทบทวนตัวเลขเศรษฐกิจประจำปี 2554 ใหม่ และธปท.จะประกาศอย่างเป็นทางการในวันแถลงข่าวรายงานแนวโน้มเงินเฟ้อวันที่ 21 มกราคมซึ่งยังบอกไม่ได้ว่าแนวโน้มจะดีขึ้นหรือลดลง



