
ตำรวจร่วมมวลชนลดอาชญากรรม (ตอนตำรวจเดินดิน)
บทวิเคราะห์ผลการศึกษาวิจัยเชิงปฏิบัติการเรื่อง การศึกษารูปแบบและวิธีการนำพลังมวลชนร่วมลดอาชญากรรม ซึ่งได้รับทุนสนับสนุนจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) เกิดขึ้นจากการนำข้อมูลที่บันทึกจากการสังเกต สัมภาษณ์
พูดคุยกับบุคคลและกลุ่มบุคคลต่างๆ จำนวนมากและหลากหลาย การเก็บข้อมูลถูกกระทำไปพร้อมๆ กับการสังเคราะห์ วิเคราะห์ ตรวจสอบข้อมูลจนกระทั่งความคิดตกผลึกได้ข้อสรุปเพื่อนำเสนอต่อผู้นำระดับนโยบาย เพื่อพิจารณาดำเนินการใช้ประโยชน์จากผลงานวิจัยให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชนและประเทศชาติต่อไป
ผู้นำมีผลสำคัญต่อการสร้างพลังมวลชนเพื่อป้องกันและลดอาชญากรรม เสียงของผู้นำสะท้อนวิธีคิด และวิธีการที่ผู้นำใช้เป็นหลักสำคัญในการปฏิบัติงาน “ผมเดินดิน ข้าวหม้อแกงหม้อ ผมเอาไปให้เขา เขาก็รู้สึกดี เขาบอกว่า ไม่เคยมีผู้กำกับคนไหนทำแบบนี้ แค่นี้ผมก็ได้ใจเขาแล้ว” ผู้กำกับหนุ่มไฟแรงบอกเล่าวิธีการสร้างพลังมวลชน
กระเช้าของขวัญที่วางอยู่เต็มห้องระบุชื่อชุมชนที่ผู้กำกับเตรียมนำไปมอบให้ในช่วงเทศกาลปีใหม่ “ปกติมีแต่ชาวบ้านเอามาให้ผู้กำกับ แต่ผมไม่ต้องการอย่างนั้น แม้กระทั่งลูกน้อง ผมบอก ไม่ต้องเอามาให้ผม ให้ไปทำงาน ผมจะพิจารณาความดีความชอบจากผลงาน ไม่ต้องมาดูแลผม” ผู้กำกับยืนยันว่า เมื่อคนทำงานได้ดี ใครๆ ก็อยากทำงาน “แต่สำนักงานตำรวจแห่งชาติไม่ใช่อย่างนั้น คนที่ขึ้นไปเป็นใหญ่เป็นโตไม่ใช่คนทำงาน ไม่รู้งาน ดูได้จากการสั่งงานก็รู้แล้วว่า ผู้นำทำงานเป็นหรือเปล่า”
“พื้นที่รับผิดชอบทั้งใหญ่ทั้งซับซ้อน ปัญหาอาชญากรรมมีโอกาสเกิดขึ้นสูงมาก สายตรวจ กำลังตรวจอยู่ เดี๋ยววิทยุแจ้งมาแล้ว ให้ไประงับเหตุที่โน่นที่นี่ ระงับเหตุเสร็จกลับมาตรวจต่อสักพักวิทยุมาอีกแล้วมีเหตุให้ไประงับอีก มันเป็นอยู่อย่างนี้ แล้วถ้าไม่มีมวลชนมาร่วมจะมีพลังในการป้องกันอาชญากรรมได้อย่างไร”
“ผู้กำกับบางคนเขาอาจมองว่า อาสาฯคือประชาชนชั้นสอง เข้ามาเพื่อหวังผลประโยชน์แอบแฝง ต้องการเพียงแค่แต่งกายตามแบบตำรวจ ซึ่งส่วนหนึ่งก็เป็นเช่นนั้น แต่มันไม่ใช่ทั้งหมด แต่เมื่อเปรียบเทียบกันแล้ว ข้อดีที่มวลชนเข้ามาร่วมงานกับเรามีมากกว่า”
ผู้กำกับแสดงความเห็นว่า “รัฐบาลคิดผิดมากๆ ที่จำกัดและลดอัตรากำลังตำรวจในสภาพสังคมปัจจุบันที่ประชาชนต้องการความปลอดภัยสูงมาก” พลังมวลชนกลายเป็นพลังที่สำคัญที่จะช่วยเราป้องกันและลดอาชญากรรมได้ในสภาพที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติมีปัญหา อุปสรรคและข้อจำกัดด้านกำลังพล “สำหรับผม สำคัญมาก ผมให้เกียรติประชาชนที่มาร่วมงานกับตำรวจ เขามาช่วยเรา เราต้องดูแลเขา ผมไม่ได้ให้เขาทำงานร่วมกับเราเท่านั้น แต่ผมมีระบบรางวัลให้เขาไม่แตกต่างไปจากตำรวจ ทุกบาททุกสตางค์กลับคืนสู่ระบบหมด นายบางคนอมได้แม้กระทั่งเงินลูกน้อง ผมคิดว่า อาหารของนกกระจอก นกกระจิบ อย่าไปแย่งเขากิน ถ้าเราอยากเป็นราชสีห์”
“ผมปิ๊งมากเลยโครงการนี้ แต่ก่อนมีแต่เทวดาสั่งมา แต่โครงการนี้ให้ความสำคัญกับรากหญ้า พวกผมอยากให้นายทำความเข้าใจ เปิดเลนนี้ให้พวกเราวิ่ง เพราะมันตรงเป้าหมายกับภารกิจของตำรวจในการลดอาชญากรรม มันบูรณาการได้กับหลายๆ โครงการที่มีอยู่แล้ว แต่ ปัญหาอยู่ที่นายจะเปิดใจยอมรับความคิดของคนอื่นหรือเปล่า เพราะวัฒนธรรมองค์กรตำรวจนั้น นายจะคิดใหม่ ทำใหม่ ไม่ต่อเนื่อง เพราะนายไม่เปิดใจ...ไม่มีใครเขาอยากเห็นเราเด่นเกิน”?
ผศ.ดร.ปนัดดา ชำนาญสุข



