ข่าว

ปัญหาไทย-ปัญหากัมพูชา

ปัญหาไทย-ปัญหากัมพูชา

05 ม.ค. 2554

ปัญหาระหว่างไทยกับกัมพูชาที่เป็นเสมือนเรื่องราวที่ไม่มีวันจบนี้ ก่อนอื่นผมคิดว่าเราควรจะต้องย้อนมาดูปมปัญหาว่า แท้จริงแล้วมันเป็นปัญหาระหว่างไทยกับกัมพูชา หรือปัญหาระหว่างคนไทยด้วยกันเอง เพื่อจะได้แก้ไขให้ถูกจุด

 ปัญหาหรือความขัดแย้งระหว่างประเทศเพื่อนบ้านนั้นเป็นเรื่องปกติที่เกิดขึ้นโดยทั่วไป แต่การจะหาทางระงับปัญหาหรือขยายความขัดแย้งนั้นเป็นอีกกรณีหนึ่ง ซึ่งขึ้นอยู่กับปัจจัยร่วมหลายประการของคู่กรณี แต่ปัจจัยหลักที่จะนำไปสู่การคลี่คลายหรือความรุนแรงก็คือทัศนคติและมายาคติของประชาชนทั้งสองชาติ ซึ่งความแตกต่างของคติทั้งสองประการอยู่ที่ ทัศนคติเกิดจากความคิดความเห็นของคนในสังคม ส่วนมายาคติเกิดจากการสร้างภาพที่ชักนำหรือโน้มน้าวจิตใจให้เชื่อตามหรือคล้อยตาม ซึ่งปกติการสร้างภาพทางมายาคติมักจะเป็นการกระทำโดยรัฐหรือผู้นำทางจิตวิญญาณ เพื่อเหตุผลทางด้านการเมืองหรือเรียกร้องความศรัทธา

 การแก้ไขปัญหาระหว่างประเทศนั้น โดยทั่วไปจะมีหน่วยงานที่ดูแลรับผิดชอบโดยตรง เช่นกระทรวงการต่างประเทศ รวมทั้งสภาความมั่นคงแห่งชาติ เป็นต้น ซึ่งหน่วยงานเหล่านี้จะมีกระบวนการดำเนินการต่างๆอันได้แก่ มีระเบียบพิธีปฏิบัติ และมีกลไกปฏิบัติแบบสากล เช่น การเจรจาโดยตรง การนำเรื่องเข้าสู่การหารือในองค์การระหว่างประเทศทั้งระดับภูมิภาคและระดับนานาชาติ ฯลฯ ทั้งนี้ก็เพื่อการอยู่ร่วมกันโดยสันติ และหลีกเลี่ยงความรุนแรงต่างๆ

 อย่างไรก็ตาม การเจรจาใดๆ ที่ไม่มีประชาชนในประเทศสนับสนุนอยู่เบื้องหลัง ก็ยากที่ผู้ทำหน้าที่ในการเจรจาจะทำให้คู่เจรจาเชื่อถือหรือรับฟังคำพูดของตนได้ ดังนั้น สิ่งแรกที่จำเป็นจะต้องทำให้เกิดขึ้นให้ได้ก่อนการเจรจา ก็คือการทำความคิดเห็นของคนในชาติให้ตรงกันเสียก่อน แม้ว่าระหว่างคนไทยด้วยกันเองนั้น เราอาจจะมีความคิดเห็นที่แตกต่างกันในเรื่องหนึ่งๆ ได้ แต่นั่นก็ควรให้เป็นปัญหาเฉพาะภายในบ้าน แต่เมื่อใดก็ตามที่ออกไปอยู่นอกบ้านแล้ว จะต้องพูดให้เป็นเสียงเดียวกัน และต้องปล่อยให้คนที่มีหน้าที่หรือได้รับมอบหมายเป็นผู้พูดเพียงคนเดียว

 ความสัมพันธ์ที่ลุ่มๆ ดอนๆ ระหว่างไทยกับกัมพูชา และปัญหาที่วนไปวนมาเหมือนแผ่นเสียงตกร่องนี้เราคงต้องยอมรับความจริงว่า สาเหตุหนึ่งนั้นมาจากปัญหาระหว่างคนไทยด้วยกันเองที่มีความเห็นที่ต่างกันนับแต่เรื่องการที่กัมพูชาจะขึ้นทะเบียนเขาพระวิหารเป็นมรดกโลก ปัญหาเรื่องพื้นที่ซ้ำซ้อน และการทำบันทึกความเข้าใจ (เอ็มโอยู) ฯลฯ ซึ่งแทบทั้งหมดนี้ เป็นเพราะรัฐบาลไม่ได้สร้างความเข้าใจที่ถูกต้องกับประชาชน หรือรับฟังความคิดเห็นของประชาชนก่อนที่จะดำเนินการในเรื่องซึ่งมีความละเอียดอ่อนและกระทบกระเทือนต่อความรู้สึกของประชาชน

 ดังนั้น เมื่อเกิดปัญหาขึ้น คนไทยจึงมองไปคนละทิศละทาง พูดไปคนละอย่างสองอย่าง และหาทางแก้ไขปัญหาไปตามหนทางและความถนัดของแต่ละคน ไม่รวมถึงการ “เอาหน้า” หรือ “หักหน้า” กันเอง อีกต่างหาก

 เคยสังเกตไหมครับว่า ทุกครั้งที่เกิดปัญหากับกัมพูชา สิ่งที่ตามมาก็คือความขัดแย้งของคนไทยด้วยกันเอง และเคยถามตัวเองไหมครับ ที่เราเรียกว่า “ปัญหากัมพูชา“ นั้น แท้จริงแล้วเป็นปัญหาระหว่างไทยกับกัมพูชา หรือปัญหาระหว่างคนไทยด้วยกันเอง ?

 และเคยคิดไหมครับว่า เราควรจะแก้ไขปัญหาระหว่างคนไทยอย่างไร ก่อนที่จะคิดไปแก้ปัญหากับกัมพูชา ?