ข่าว

มาร์คหารือเครียดหาทางช่วย7คนไทย

มาร์คหารือเครียดหาทางช่วย7คนไทย

04 ม.ค. 2554

นายกฯหารือเครียดกับ"กษิต-ประวิตร-พีระพันธุ์"หลังประชุมครม.หาเเนวทางช่วย 7 คนไทยถูกเขมรจับ "ปณิธาน"ระบุต้องรอขั้นตอนกม.กัมพูชาเเละพยายามหาทุกช่องทางช่วยเหลือ เเต่ต้องไม่กระทบความสัมพันธ์ของสองประเทศ

 เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 4 ม.ค.หลังเสร็จสิ้นการประชุมครม.นัดแรกประจำปี 2554 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีได้เรียกนายกษิต ภิรมย์ รมว.ต่างประเทศ นายพีระพันธุ์ สารีรัฐวิภาค รมว.ยุติธรรมและพลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รมว.กลาโหมมาหารือต่อราวหนึ่งชั่วโมง โดยเป็นการหารือเกี่ยวกับแนวทางการช่วยเหลือ 7 คนไทยที่ล้ำแดนกัมพูชาไป
 
 ต่อมาเวลา 13.30 น.นายปณิธาน วัฒนายากร รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุมครม.ว่า   ครม.รับทราบการดำเนินการของกระทรวงการต่างประเทศที่เกี่ยวข้องกับการช่วยเหลือคนไทย 7 คนที่ถูกจับกุมไป แนวทางในการดำเนินการนั้นจริงๆแล้ว ปัจจุบันเรื่องนี้อยู่ในกระบวนการทางกฎหมายและคิดว่าความชัดเจนเกี่ยวกับการดำเนินคดีนั้นน่าจะอยู่ในช่วง 1-2 วันนี้

 แต่หลักปฏิบัติระหว่างสองประเทศในกรณีที่มีคนพลัดหลงเข้าไปในพื้นที่ของแต่ละประเทศที่ครอบครองดูแล หลักปฏิบัติคือหากประสานงานกันตามแนวชายแดนได้   เช่นต้นเดือนธ.ค. 2553 มีชาวกัมพูชาเข้ามาในพื้นที่ของไทย ทหารนาวิกโยธินได้ควบคุมตัวสอบสวนและส่งตัวคืน กรณีที่ประสานงานได้โดยไม่เข้ากระบวนการยุติธรรมนั้นในพื้นที่จะดำเนินการ แต่กรณี 7 คนไทยนั้น ในพื้นที่ได้ส่งไปสู่กระบวนการทางกฎหมาย ทำให้การประสานงานตามแนวปฏิบัติเดิมอาจไม่ประสบความสำเร็จเหมือนที่ผ่านมา แต่ยืนยันว่าหากเป็นไปได้อยากให้มีการประสานงานลักษณะนี้ต่อไป
 
 นายปณิธานกล่าวว่า นายกษิตรายงานต่อครม.ว่าตอนนี้อยู่ในขั้นตอนประสานงานและเป็นไปตามแนวปฏิบัติ หากคดีเดินหน้าทางกฎหมายใน 1-2 วันนี้โดยมีข้อกล่าวหาว่าเข้าเขตแดนกัมพูชาโดยไม่ได้รับอนุญาตและเป็นเขตทหาร จะมีการแต่งตั้งทนายความสองคนช่วยเหลือด้านคดี ส่วนด้านยุติธรรมนั้นจะมีการประสานกันเพื่ออำนวยความสะดวกดั่งที่เคยกระทำมาในกรณีใกล้เคียงในอดีต และประสานด้านการเข้าเยี่ยมคนไทยนับตั้งแต่วันที่ 29 ธ.ค. 2553 เป็นต้นมา เพราะวันที่ 30 ธ.ค.นั้นนายกษิตเดินทางไปประสานงานเอง และล่าสุดญาติก็เข้าเยี่ยมได้ในการนำยา อาหาร ของใช้ส่วนตัวไปให้ ซึ่งได้รับการอำนวยความสะดวกจากกัมพูชาเป็นอย่างดี
 
 นายปณิธานกล่าวว่า ส่วนการล้ำพรมแดนั้น กระทรวงการต่างประเทศยืนยันกับกัมพูชาว่า คณะที่เข้าไปนั้นโดยเฉพาะนายพนิช วิกิตเศรษฐ์ ส.ส.กทม. พรรคประชาธิปัตย์ ไม่มีเจตนาล้ำพรมแดนเข้าไป นอกจากจะไปประสานงานการเข้าไปติดตามเรื่องที่ประชาชนในพื้นที่ร้องเรียนว่าไม่สามารถทำกินในที่ดินได้ จึงเข้าไปดูข้อเท็จจริงในด้านหลักหมุดและจุดต่างๆ   นายพนิชคงเชื่อว่าตรงนั้นเป็นเขตแดนไทยและไม่มีเจตนาที่จะทำสิ่งใดที่กระทบกระเทือนความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศ หลักสำคัญที่สุดที่กระทรวงการต่างประเทศรายงานกับครม.คือการดำเนินการเรื่องนี้ต้องรักษาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศที่ดี    จำเป็นต้องให้ข้อมูลที่ถูกต้องและประสานงานอย่างต่อเนื่อง ส่วนเรื่องข้อเท็จจริงว่า การเข้าไปและโดนจับกุมพื้นที่ใดนั้น   เมื่อวันที่ 31 ธ.ค.ที่ผ่านมาได้มีคณะของกระทรวงการต่างประเทศและกระทรวงกลาโหมเข้าไปตรวจสอบในเรื่องพิกัดการถูกจับกุม โดยกรมแผนที่ทหารจะยืนยันเรื่องนี้อีกครั้งในวันนี้และน่าจะสรุปได้

   นายปณิธานกล่าวว่า สภาพโดยทั่วไปนั้น เข้าใจกันดีอยู่ว่าตามแนวชายแดนนั้น   มีการล้ำแดนไปมาเป็นระยะและชัดเจนว่าสองประเทศพยายามกันคนออกไปเพื่อให้การปักปันเขตแดนบริเวณนี้เป็นไปด้วยดีตามบันทึกข้อจดจำ แต่หากไม่สามารถกันคนออกไปได้ก็ขอให้คงสภาพเดิมไว้ก่อนเพื่อให้การปักปันดำเนินไปได้ ข้อตกลงเหล่านี้ดำเนินไปได้ดีพอควร และอยู่ในช่วงแรกๆ ฉะนั้นเส้นแบ่งจุดหรือพิกัดหรือหลักหมุดนั้น ยังไม่มีการตกลงอย่างเป็นทางการ

   นายปณิธานกล่าวว่า นายกฯยังกล่าวกับครม.ถึงกรณีคลิปวีดีโอของนายพนิชว่า   จริงๆนายกฯแจ้งกับสื่อมวลชนและประชาชนไปแล้วว่าทราบว่า   นายพนิชจะเดินทางเข้าพื้นที่ตามแนวชายแดน แต่นายกฯไม่ทราบว่าจะเข้าไปในบริเวณไหน จนนายพนิชพยายามติดต่อประสานเข้ามาในกรณีที่เป็นข่าวและยังแจ้งให้ทราบว่า นายพนิชจะเข้าไปในบริเวณนั้นและจะขอให้มีการประสานงานกับตำรวจตระวเนชายแดน เมื่อนายพนิชโทรศัพท์เข้ามาแล้ว นายกฯแจ้งว่า เลขานุการส่วนตัวของนายพนิชไม่สามารถติดต่อกับเลขานุการส่วนตัวนายกฯได้ในช่วงที่ประสานงานกัน แต่นายกฯรับทราบโดยทั่วไปว่ามีการเข้าไปและประสานงานกันเพื่อไปดูเรื่องร้องเรียนของประชาชน

 “ สรุปโดยรวมคือเราคงต้องใช้เวลาและความพยายามประสานงานเพื่อไม่ให้กระทบกระเทือนความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ตอนนี้แนวโน้มยังต้องรอความชัดเจนของกระบวนการยุติธรรมของกัมพูชา แต่กระทรวงการต่างประเทศรายงานให้ครม.ทราบถึงหลายขั้นตอนในการประสานงานในเชิงความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ กฎหมาย การอำนวยความสะวดกและตรวจสอบข้อเท็จจริง ความก้าวหน้ากจะแจ้งให้รัฐบาลทราบต่อๆไป ตรงนี้เป็นสิ่งที่นายกษิตรายงาน โดยคืนนี้นายกษิตจะออกรายการโทรทัศน์ทางสถานีโทรทัศน์ช่อง 11 เพื่อชี้แจงกับประชาชนในสิ่งที่กระทรวงการต่างประเทศและกระทรวงกลาโหมดำเนินการ     และจากนั้นนายกฯได้ตอบคำถามและชี้แจงเพิ่มเติมกับครม. ” นายปณิธานกล่าว