ข่าว

จ่อฟ้องไชยวัฒน์ปูดประวิตรให้จับไทย

จ่อฟ้องไชยวัฒน์ปูดประวิตรให้จับไทย

04 ม.ค. 2554

กลาโหมโต้ “ไชยวัฒน์” มั่วข้อมูล"ประวิตร"ไฟเขียวเขมรจับ 7 คนไทย จ่อถกกรมพระธรรมนูญฟ้องร้องกลับ ยันฝ่ายมั่นคงไม่นิ่งนอนใจ “กมธ.ตป."เตรียมเรียกปลัดบัวแก้ว-แม่ทัพภาคที่ 4- ผบ.ตร.ภาค 2 แจง

 (4ม.ค.) เมื่อเวลา 10.30 น. ที่กองบัญชาการกองทัพบก   พ.อ. ธนาธิป   สว่างแสง   โฆษกกระทรวงกลาโหม   แถลงว่า กรณีที่ทางการกัมพูชาจับกุมคนไทย 7 คนที่เดินทางจากชายแดน บ้านหนองจาน ต.โนนหมากมุ่น จ.สระแก้ว ไปยังดินแดนติดต่อกับประเทศกัมพูชา เมื่อวันที่ 29 ธ.ค. 2553 ต่อมาปรากฏข่าวว่า นายไชยวัฒน์   สินสุวงศ์   แกนนำเครือข่ายคนไทยหัวใจรักชาติ กล่าวในระหว่างการชุมนุมที่บริเวณหน้าทำเนียบรัฐบาล   เมื่อวันที่ 3 ม.ค. 2554 ระบุว่า ได้ข้อมูลที่ พล.อ.ประวิตร   วงษ์สุวรรณ   รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมของไทยติดต่อกับนายพลของกัมพูชา เพื่อให้จับกุมคนไทยดังกล่าว แต่เมื่อมี ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ร่วมอยู่ด้วยจึงพยายามเจรจาให้ปล่อยตัว ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งเป็นเหตุให้ต้องออกมาเคลื่อนไหวนั้น เป็นคำกล่าวที่บิดเบือน เลื่อนลอย ไม่มีมูลความจริง และ ไม่ได้รับการพิจารณากลั่นกรอง   ก่อให้เกิดความแตกแยกขึ้นในสังคม และ เกิดความเสียหาย ต่อประเทศในด้านความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน   และ ยืนยันกองทัพไทยกับกองทัพกัมพูชามีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันมาโดยตลอด   ทำให้สามารถคลี่คลายสถานการณ์ให้เกิดความเรียบร้อย

 “จากการตรวจสอบไปยังหน่วยทหารในพื้นที่ ปรากฎว่าไม่มีเจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งอย่างเป็นทางการให้ทราบล่วงหน้าถึงการเดินทางเข้าไปของกลุ่มคนทั้งหมดแต่อย่างใด และขอย้ำว่าไม่มีเหตุผลใดๆ ที่จะต้องกระทำดังที่กล่าวหา จึงขอให้สื่อมวลชนและประชาชนใช้วิจารณญาณในการรับข้อมูลข่าวสารอย่างรอบคอบรอบด้าน และ ตระหนักถึงความมีส่วนร่วมของคนไทยทุกคนในการสร้างความรัก ความสามัคคี เพื่อการแก้ไขปัญหาของประเทศให้ลุล่วงไปด้วยดี   และในฐานะโฆษกกระทรวงกลาโหม จะประสานกับหน่วยงานด้านกฎหมาย คือ กรมพระธรรมนูญ   ศึกษาในรายละเอียดเพื่อดำเนินการต่อไปว่าจะมีการฟ้องร้องดำเนินคดีหรือไม่ โดยจะทำในนามกระทรวงกลาโหม”พ.อ.ธนาธิป กล่าว

 พ.อ.ธนาธิป กล่าวว่า กองทัพไม่ได้นิ่งนอนใจในการช่วยเหลือ 7 คนไทย    ในวันแรกที่ถูกจับกุม หน่วยในพื้นที่คือ หน่วยเฉพาะกิจกองบังคับการตำรวจตระเวนชายแดน ที่ 12 (ฉก.ตชด. 12 ) ได้มีการประสานกับทางกัมพูชา   แต่ทางเจ้าหน้าที่พูชาได้ส่งตัวไปดำเนินตามกระบวนการยุติธรรมแล้ว   จึงต้องปฏิบัติตามกรอบกฎหมายของเขาไป   ตอนนี้คงเป็นหน้าที่ของกระทรวงการต่างประเทศของไทยในการประสานงานช่วยเหลือ   ทั้งนี้ รมว.กลาโหมของไทยไม่ได้กำชับอะไรเป็นพิเศษกับกองกำลังชายแดนในพื้นที่   การปฏิบัติยังคงเป็นไปตามปกติ   เพราะกองทัพของ 2 ประเทศ มีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน   มีการปรึกษาหารือขั้นพื้นฐาน โดยเฉพาะหน่วยในพื้นที่เป็นอย่างดี   สำหรับกลุ่มเครือข่ายคนไทยหัวใจรักชาติที่จะไปชุมนุมบริเวณใกล้แนวชายแดนนั้น   ล่าสุดผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้วได้มีการประสานงานและทำความเข้าใจกับกลุ่มดังกล่าวแล้ว   ทราบว่า ทางกลุ่มที่เดินทางไปมีความเข้าใจ และ ถอยร่นห่างไปจากชายแดน ตรงบริเวณถนนศรีเพ็ญตามคำร้องขอแล้ว

“กมธ.ตป."เตรียมเรียกปลัดบัวแก้วแจง

 นายต่อพงษ์ ไชยสาสน์ ประธานคณะกรรมาธิการการต่างประเทศ สภาผู้แทนราษฎร เปิดเผยว่า ในวันพุธที่ 5 ม.ค.นี้ เวลา 09.30 น. อาคารรัฐสภา 3 ทาง กมธ.การต่างประเทศ ได้เรียกปลัดกระทรวงการต่างประเทศ แม่ทัพภาคที่ 1 และผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 เข้าชี้แจงกรณี 7 คนไทยถูกเจ้าหน้าที่ทหารกัมพูชาจับกุม เพื่อพิจารณาแนวทางในการให้การช่วยเหลือ และแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น ซึ่งทางกมธ.การต่างประเทศจะขอดูรายละเอียด และข้อเท็จจริงต่างๆ ก่อน ซึ่งจะพิจารณาการช่วยเหลือตามช่องทางความสัมพันธ์อันดีระหว่างประเทศ และที่ผ่านมาถือเป็นเรื่องที่ดีที่ทางด้านนายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภาได้ทำหนังสือถึงสมเด็จอัครมหาพญาจักรีเฮง สัมริน ประธานสภาแห่งชาติกัมพูชา กรณีคนไทย 7 คน ซึ่งรวมถึงนายพนิช โดยขอให้พิจารณาช่วยเหลือ

 นายต่อพงษ์ กล่าวต่อว่า สำหรับเทปบันทึกวิดีโอการลงพื้นที่ของทั้ง 7 คนที่พบว่า มีการรุกล้ำจริงนั้น ซึ่งโดยข้อเท็จจริงมีการรุกล้ำจริง แต่ก็ต้องมาดูว่า บทลงโทษมันควรจะร้ายแรงอย่างที่เป็นข่าวอย่างนั้นหรือไม่ ส่วนที่มีการระบุว่า นายกรัฐมนตรีเป็นคนสั่งให้นายพนิชประสานไปยังกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยเพื่อขอลงไปดูข้อเท็จจริงในพื้นที่จังหวัดสระแก้วนั้น ก็เป็นไปได้ที่นายกฯอยากจะรู้ข้อมูลในเชิงลึกในพื้นที่ ส่วนจะมีนัยอะไรหรือไม่นั้น ตนไม่ทราบ เพราะเรื่องนี้คนที่รู้ดีที่สุดคือนายกฯ

ชายแดนพระวิหารไม่ตึงเครียดทหารเตือนระวัง


            พ.ท.จักรินทร์   จิตคติ  ผู้บัญชาการกองพันทหารราบที่ 12   (พัน.ร.12) ต.เสาธงชัย อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ  เปิดเผยว่า สถานการณ์บนชายแดนเขาพระวิหารเหตุการณ์ยังคงปกติดีทุกอย่าง  ไม่มีความตึงเครียดแต่อย่างใด ทหารยังคงปฏิบัติหน้าที่ป้องกันอธิปไตยตามปกติเหมือนทุกวันที่ผ่านมา 

            ส่วนเรื่องความเสี่ยงที่ชาวบ้านคนไทยที่จะผลัดหลงเข้าไปชายแดนฝั่งกัมพูชานั้น ไม่น่าเป็นห่วงเพราะทหารเราตั้งด่านสกัดไว้ตลอดเส้นทาง โดยเราจะทำบัตรผ่านเข้าออกให้ชาวบ้านทุกคนที่เข้าไปประกอบอาชีพในพื้นที่ติดแนวชายแดน  และส่วนใหญ่ก็เป็นคนในพื้นที่จึงรู้ดีว่าเข้าไปได้ถึงไหน  อีกทั้งบริเวณนี้จะอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติเขาพระวิหาร จึงมีเจ้าหน้าที่อุทยานช่วยดูแลตรงนี้อยู่ด้วย

            “อยากฝากแต่ชาวบ้านที่จะเข้าไปหาของป่าหรือไปประกอบอาชีพในพื้นที่ชายแดนให้ระมัดระวังเรื่องกับระเบิด เพราะเมื่อช่วงปีใหม่ที่ผ่านมามีชาวบ้านเหยียบกับระเบิดบาดเจ็บสาหัสไปแล้ว 1 ราย”  ผบ.พัน.ร.12 กล่าว

            ทั้งนี้แหล่งข่าวแจ้งว่า เหตุการณ์ที่ชาวบ้านเหยียบกับระเบิดเกิดขึ้นเมื่อวันที่  1 มกราคม  2554  เวลา  15.00 น. โดยหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่  23 อ.กันทรลักษ์ ได้รับแจ้งว่า  มีราษฎร ชื่อ นายอุเทน คำดี อายุ  54 ปี อยู่บ้านเลขที่  187 หมู่  6 ต.โคกสะอาด อ.น้ำขุ่น จ.อุบลราชธานี  ออกไปประกอบอาชีพหาของป่าตามแนวชายแดน  ได้เหยียบกับระเบิดไม่ทราบชนิด ที่บริเวณทิศเหนือภูพง พื้นที่ช่องโพย ได้รับบาดเจ็บบริเวณด้านหลังขาซ้ายท่อนบน  โดนสะเก็ดระเบิดเป็นแผลฉกรรจ์ หน่วยเฉพาะกิจจึงได้ร่วมกับเจ้าหน้าที่อาสาสมัครป้องกันภัยฝ่ายพลเรือนตำบลโคกสะอาดและเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัย ต.โคกสะอาด เข้าไปให้ความช่วยเหลือปฐมพยาบาลชั้นต้น และนำตัวผู้บาดเจ็บส่งโรงพยาบาลน้ำยืน จ.อุบลราชธานี เรียบร้อยแล้ว อาการปลอดภัยดีแล้ว