ข่าว

"วิเชียร"รับบอมบ์สูทกันซีโฟร์ไม่ได้

"วิเชียร"รับบอมบ์สูทกันซีโฟร์ไม่ได้

04 ม.ค. 2554

ผบ.ตร.เตรียมของบซื้ออุปกรณ์เก็บกู้ระเบิดเพิ่ม ยอมรับบอมบ์สูทป้องกันซีโฟร์ไม่ได้ เผย ตร.ทั่วประเทศมี 11 ชุด อยู่นครบาล 2 ชุด ที่ 3 จว.ชายแดนใต้ 9 ชุด ผู้ปฏิบัติงานวอนรัฐสนับสนุนเครื่องมือสกัดคนร้ายจุดชนวนระเบิดครบ 3 รูปแบบ “มือถือ-รีโมท-วิทยุสื่อสาร” หวังเ

 การเสียชีวิตของ ด.ต.กิตติ มิ่งสุข อายุ 50 ปี เจ้าหน้าที่หน่วยเก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิดสังกัด ตชด.447 บ้านเจาะวา อ.สุไหงปาดี จ.นราธิวาส คาบอมบ์สูท ขณะเก็บกู้วัตถุระเบิดที่คนร้ายลอบวางไว้ในเขตเทศบาลตำบลปะลุรู อ.สุไหงปาดี เมื่อวันที่ 1 มกราคม ยังคงเป็นประเด็นที่หลายฝ่ายตั้งคำถามถึงประสิทธิภาพของเครื่องมือที่ใช้ในการเก็บกู้ระเบิด

 วันที่ 4 มกราคม พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า จากการตรวจสอบชุดบอมบ์สูททั่วประเทศ มีทั้งหมด 11 ชุด อยู่ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล 2 ชุด และอยู่ใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้อีก 9 ชุด ซึ่งชุดบอมบ์สูท 3-8 ใน 11 ชุดนั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจยืมมาจากทหาร และอีกส่วนหนึ่งได้รับการสนับสนุนจากประเทศออสเตรเลีย  

 พล.ต.อ.วิเชียรกล่าวยอมรับว่า ชุดบอมบ์สูทไม่สามารถป้องกันระเบิดที่มีอานุภาพรุนแรงอย่างระเบิดซีโฟร์ได้ ดังนั้นในปีงบประมาณ 2554 สำนักงานตำรวจแห่งชาติจะเพิ่มงบประมาณให้แก่หน่วยงาน ด้านการเก็บกู้วัตถุระเบิดตามที่ร้องขอมาอีกด้วย และในปีนี้จะมีการโอนย้ายเจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด หรืออีโอดี จำนวน 26 นาย ของทหาร มาช่วยงานอีโอดีของตำรวจ

 ส่วนปัญหาเรื่องชุดบอมบ์สูทเสื่อมสภาพนั้น ผบ.ตร.กล่าวว่า บอมบ์สูท เป็นอุปกรณ์อย่างหนึ่งที่เจ้าหน้าที่ตำรวจขาด ซึ่งได้แก้ปัญหาด้วยการหยิบยืมมาจากทหาร สำหรับบอมบ์สูทรุ่นอีโอดี 8 ที่ใช้อยู่เป็นของปีงบประมาณ 2547 ใช้งานได้ 4-5 ปี ก็เสื่อมสภาพ

 เมื่อถามว่า เมื่อทราบว่าหมดอายุแล้วทำไมจึงไม่เร่งจัดซื้อก่อนจะหมดอายุ พล.ต.อ.วิเชียรกล่าวว่า ขึ้นอยู่กับกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างด้วย แต่ปีงบประมาณ 2553 เราจัดซื้อมาแล้ว 12 ชุด มีเป็นชุดบอมบ์สูทรุ่นใหม่ ประสิทธิภาพดีกว่ารุ่นเดิม ทนแรงระเบิดได้มากกว่าเล็กน้อย จะนำลงไปใช้ในพื้นที่ภาคใต้ 9 ชุด ทดแทนชุดที่เสื่อมสภาพ นอกจากชุดบอมบ์สูทแล้วยังมีอุปกรณ์อื่นๆ อีก 15 รายการ อาทิ หุ่นยนต์เก็บกู้ เครื่องดูดสารเคมี เครื่องตัดสัญญาณโทรศัพท์ ปืนฉีดน้ำ นอกจากนี้สัญญาณโทรศัพท์ก็เป็นปัญหาหนึ่งที่จะต้องแก้ไข เมื่อพบว่ามีการวางระเบิดในเมือง ก็ไม่สามารถตัดสัญญาณโทรศัพท์ได้ จึงต้องขอความร่วมมือกับภาคเอกชนด้วย

 เมื่อถามว่า จากปัญหาทั้งอุปกรณ์ที่เสื่อมสภาพ ปัญหาการตัดสัญญาณโทรศัพท์ จะส่งกระทบต่อขวัญกำลังใจของผู้ปฏิบัติหน้าที่หรือไม่ พล.ต.อ.วิเชียรยอมรับว่าส่งผลกระทบต่อขวัญกำลังใจแน่นอน ในวันที่ 6 มกราคมนี้ จะร่วมเดินทางร่วมพิธีรดน้ำศพ ด.ต.กิตติ และจ.ส.ต.กฤษดา ทองโอ ผู้บังคับหมู่งานจราจร ซึ่งเสียชีวติในขณะปฏิบัติหน้าที่ระหว่างการเข้าไปพิสูจน์ทราบวัตถุต้องสงสัยในตลาด อ.สุไหงปาดี จ.นราธิวาส

 ขณะเดียวกัน แหล่งข่าวระดับปฏิบัติงานในพื้นที่ชายแดนภาคใต้ ซึ่งรอดตายจากเหตุการณ์ลอบวางระเบิด เมื่อปีที่ผ่านมา ให้ข้อมูลเกี่ยวกับเหตุระเบิดจนเป็นเหตุให้มีเจ้าหน้าที่หน่วยเก็บกู้ สังกัด ตชด.447 เสียชีวิตขณะสวมชุดบอมบ์สูทเข้าปฏิบัติภารกิจว่า สิ่งที่เกิดขึ้นนอกจากเป็นความสูญเสียในแวดวงข้าราชการเจ้าหน้าที่ในจังหวัดชายแดนภาคใต้แล้ว ยังสะท้อนภาพของสถานการณ์ที่รุนแรงขึ้น อีกทั้งทำให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องกลับไปทบทวนวิธีการและรูปแบบในการแก้ไขปัญหา รวมถึงการสกัดกั้นการก่อเหตุของกลุ่มก่อความไม่สงบมากขึ้น

 แหล่งข่าวให้ข้อมูลอีกว่า การแก้ไขปัญหาเรื่องชุดบอมบ์สูท โดยการเพิ่มจำนวน หรือให้เพียงพอกับพื้นที่แต่ละแห่งนั้นเป็นการแก้ไขปัญหาที่ดีระดับหนึ่งเท่านั้น แต่หากพิจารณาสภาพของการก่อเหตุของคนร้ายอย่างลึกซึ้งแล้วจะพบว่า การลอบวางระเบิดของคนร้ายตลอด 7 ปีที่ผ่านมานั้นมีรูปแบบใหญ่ๆ อยู่ 3 ลักษณะคือ 1.การใช้โทรศัพท์จุดชนวน 2.ใช้รีโมทเป็นตัวจุดชนวน และ 3.ใช้วิทยุสื่อสาร เป็นตัวจุดชนวน นอกจากนี้ยังมีการจุดชนวนระเบิดแบบลากสายไฟ และก่อเหตุด้วยระเบิดกับดักชนิดเหยียบ ซึ่ง 2 ชนิดหลังไม่เกี่ยวกับอุปกรณ์ตัดสัญญาณ

 แหล่งข่าวยังบอกอีกว่า ความสูญเสียจากเหตุระเบิดแต่ละครั้งคนร้ายจะใช้รูปแบบจุดชนวนด้วยโทรศัพท์มือถือ รีโมท และวิทยุสื่อสาร ดังนั้นการตัดสัญญาณโทรศัพท์บางครั้งอาจใช้ไม่ได้ผล หากคนร้ายเลือกลงมือกดชนวนระเบิดด้วยรูปแบบอื่น ดังนั้นจึงอยากให้มีการพิจารณาสนับสนุนอุปกรณ์ในการรับมือการก่อเหตุของคนร้ายให้ครอบคลุมมากขึ้นเพื่อลดอัตราเสี่ยงในการเกิดเหตุที่นำไปสู่ความสูญเสีย

 “ชุดบอมบ์สูทก็เป็นสิ่งสำคัญที่จะต้องมีให้เพียงพอเพื่อรองรับกับสถานการณ์ ขณะเดียวกันอุปกรณ์ควบคุมการจุดชนวนระเบิดของคนร้ายก็จำเป็นอย่างมาก ทั้งที่สามารถควบคุมสัญญาณโทรศัพท์มือถือ รีโมท รวมไปถึงวิทยุสื่อสาร เพื่อไม่ให้ต้องสูญเสียบุคลากรที่ทุ่มเทแรงกาย แรงใจเพื่อดูแลความปลอดภัยของพี่น้องประชาชนได้อีก” แหล่งข่าวกล่าว

 แหล่งข่าวรายเดิมกล่าวต่อว่า การปฏิบัติหน้าที่ในจังหวัดชายแดนภาคใต้นอกจากทุกคนจะมีคติเดียวกันนั่นคือกายพร้อม ใจพร้อมแล้ว สิ่งสำคัญที่ต้องพร้อมอยู่เสมอนั่นเครื่องอุปกรณ์หรือเครื่องมือในการนำไปใช้เพื่อป้องกัน หรือป้องปรามการก่อเหตุรุนแรงของกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบ เพราะแต่ละครั้งเจ้าหน้าที่แทบไม่รู้ล่วงหน้าเลยว่าคนร้ายจะใช้รูปแบบใดในการก่อเหตุ ฉะนั้นหากมีอุปกรณ์ที่พร้อมรับมือในทุกสถานการณ์ก็จะเป็นหนึ่งในหนทางที่ช่วยกระตุ้นขวัญและกำลังใจของผู้ปฏิบัติงานได้มากขึ้น
 
 วันเดียวกันนี้ เป็นวันครบรอบ 7 ปี ที่คนร้ายบุกปล้นปืนไปจากกองพันพัฒนาที่ 4 ค่ายปิเหล็ง อ.เจาะไอร้อง จ.นราธิวาส จำนวน  400 กระบอก เมื่อวันที่ 4 มกราคม 2547 พ.อ.บรรพต พูลเพียร โฆษก กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า เปิดเผยว่า ล่าสุดตรวจสอบจำนวนอาวุธปืนที่เจ้าหน้าที่สามารถยึดคืนมาได้แล้ว ทั้งหมด  71 กระบอก แบ่งเป็นอาวุธปืนเอ็ม16 จำนวน 62 กระบอกและปืนพกสั้น 11 มม.จำนวน 9 กระบอก ส่วนอาวุธปืนที่เหลือยังคงต้องติดตามต่อไป

 โฆษก กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า กล่าวอีกว่า เหตุการณ์ในครั้งนั้นไม่ว่าจะผ่านพ้นไปกี่ปี ก็ยังคงเป็นเหตุการณ์ที่กลายเป็นบทเรียนและตอกย้ำให้ทุกฝ่ายในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ต้องตระหนักในการร่วมมือกันแก้ไขปัญหาความไม่สงบที่เกิดขึ้นอย่างเต็มที่