
อภิสิทธิ์รับส่ง"พนิช"ไปดูชายแดนเขมร
"อภิสิทธิ์" รับส่ง "พนิช" ไปดูปัญหาชายแดน"ไทย-กัมพูชา" เตรียมแจงรายละเอียดหลังหารือครม. เทพมนตรีเผยเอกสารลับชายแดนสระแก้ว "สุเทพ"ย้ำชัดการช่วยเหลือ 7 คนไทยที่ถูกเขมรจับจะต้องใช้การเจรจา และความสัมพันธ์ในฐานะมิตรที่ดี เปรยเรื่องนี้หากจำเป็นต้องขอโทษเขมร
(4ม.ค.) นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) กล่าวยอมรับว่า ส่งนายพนิช วิกิตเศรษฐ์ ส.ส.กรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ไปดูปัญหาเขตแดนไทย-กัมพูชา จนถูกทางการจับกุม แต่จะมีการแถลงรายละเอียดอีกครั้งหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี ซึ่งวันนี้ในที่ประชุมจะหารือแนวทางการช่วยเหลือคนไทย หลังศาลกัมพูชาได้เปิดทำการเป็นวันแรก
อย่างไรก็ตามสำหรับบรรยากาศก่อนการประชุมครม.ในช่วงเช้าวันนี้เครือข่ายเด็กและเยาวชนงดเหล้าประมาณ 20 คน ร่วมกับสำนักงานเครือข่ายองค์งดเหล้า (สคล.) และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (ส.ส.ส.) ได้เข้าพบนายกรัฐมนตรี เพื่อรณรงค์และประชาสัมพันธ์โครงการ “ รักลูก - เลิกเหล้า ครอบครัวอบอุ่น ” ปีที่ 5 ทั้งนี้เยาวชนได้ร่วมกันร้องเพลงเก็บสุราและติดเข็มที่ระลึกให้แก่นายกรัฐมนตรีและแจกสติกเกอร์มีข้อความว่า ฉันรักคนไม่ให้เหล้าด้วย
"สุเทพ"ย้ำช่วย7คนไทยต้องใช้เจรจา
นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคง กล่าวถึงการให้ความช่วยเหลือ 7 คนไทยที่ถูกทางการกัมพูชาคุมตัวอยู่ ในข้อหารุกล้ำดินแดน ว่า ขณะนี้เราต้องใช้ความอดทนในการเจรจา ซึ่งตอนนี้คงไม่มีทางอื่น นอกจากการเจราจา อีกทั้งขณะนี้รัฐบาลไทยคงต้องรอหารือกันก่อน โดยเราจะพยายามประสานไปรัฐบาลกัมพูชา โดยเฉพาะกับทางสมเด็จฮุนเซน โดยจะตระหนักถึงคำว่ามิตรภาพที่ดี ความสัมพันธ์ที่ดี โดยถือว่ามีความหมายสำคัญอย่างยิ่ง เรื่องนี้คงจะต้องเจรจาไป เพราะไม่มีวิธีอื่นที่ดีกว่านี้ใช่หรือไม่
ผู้สื่อข่าวถามว่า จำเป็นหรือไม่ที่ผู้บริหารของไทยจะต้องเข้าพบผู้บริหารของกัมพูชา นายสุเทพ กล่าวว่า ตอนนี้ต้องดูว่าทางกัมพูชาจะเห็นสมควรดำเนินการในลักษณะใด ในส่วนของประเทศไทยก็ได้ดำเนินการตั้งแต่ให้นายกษิต ภิรมย์ รมว.ต่างประเทศ เข้าเจรจากับนายฮอร์ นัม ฮง รมว.ต่างประเทศ กัมพูชา แต่ในขณะนี้ยังไม่สำเร็จ
เมื่อถามว่า เรื่องนี้รัฐบาลไทยจะต้องขอโทษฝ่ายกัมกัมพูชาหรือไม่ เนื่องจากคนของเราทำไม่ถูก นายสุเทพ กล่าวว่า การเจรจาจะสามารถอธิบายข้อเท็จจริงได้ ซึ่งก่อนหน้านี้ก็ได้ยื่นยันว่าจะต้องทำตามข้อเท็จจริง แต่หากจำเป็นที่จะต้องขอความเห็นใจก็ต้องทำกัน เมื่อถามต่อว่า มองว่าเรื่องนี้เป็นเกมทางการเมืองหรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า เรื่องนี้อยากถือว่าเป็นเกมที่จะต้องมีแพ้หรือชนะ แต่อยากให้มองว่าทั้งสองฝ่าย จะพัฒนาความสัมพันธ์ให้ดีขึ้น โดยขณะนี้เราก็กำลังพยายาม ทำให้เกิดสันติภาพในพื้นที่
ผู้สื่อข่าวถามว่า ได้เห็นคลิปที่ออกมาหรือยัง กล่าวว่า ตนยังไม่ได้ดูรายละเอียด และยังไม่ได้ฟังด้วยตัวเอง เนื่องจากต้องเดินทางไปต่างจังหวัด ทำให้ยังไม่ทราบ แต่เรื่องนี้ทางนายกรัฐมนตรียืนยันตั้งแต่แรกว่านายพนิช ต้องการเดินทางไปดูเรื่องนี้ด้วยตัวเอง
ผู้สื่อข่าวถามต่อว่า คนไทยที่เดินทางไปแล้วถูกจับกุมบางคน จะมีปัญหาในการเจรจาหรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า เมื่อมีปัญหาเราก็จะต้องแก้ไขปัญหา ส่วนเรื่องที่มีมวลชนไปปักหลักประท้วงเรื่องนี้ถือว่าเป็นเรื่องน่ากังวลใจ ถึงแม้ว่าจะเป็นการแสดงออกของคนไทยต่อคนไทยด้วยกัน แต่เราต้องระวัง ไม่ให้มีผู้ที่จะได้รับผลกระทบ โดยเฉพาะคนไทยที่อาศัยอยู่บริเวณตามแนวชายแดน ที่ยังจะต้องติดต่อไปมาหาสู่กับชาวกัมพูชาอยู่ถึงแม้ว่าเรื่องนี้จะมีผู้ที่เห็นด้วย และไม่เห็นด้วยก็ตาม ส่วนการดูแลรักษาความปลอดภัย ขณะนี้เจ้าหน้าที่ได้เข้าไปดูแลตามปกติ แต่การที่เราจะไปพูดคุยกับเขาตอนนี้คงจะลำบาก ซึ่งทางผู้ว่าสระแก้วกังวลว่าจะมีการปะทะกัน จะต้องไม่ให้เกิดขึ้น โดยตนได้กำชับไปยังผู้ว่าราชการจังหวัด และเจ้าหน้าที่แล้ว
เมื่อถามว่า ทางพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.) ได้ออกมาระบุว่าพล.อ.ประวิตร วงศ์สุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นคนที่โทรไปคุยกับทางการกัมพูชาให้จับตัว 7 คนไทย นายสุเทพ กล่าวว่า ข่าวเช่นจะต้องควรระมัดระวัง ในการนำเสนอ ส่วนตัวคิดว่าพล.อ.ประวิตร ไม่ทำเช่นนั้น เพราะตั้งแต่ที่คนไทยทั้ง 7 คนถูกจับกุม พล.ต.ประวิตรก็ได้ความสัมพันธ์ส่วนตัวที่มีช่วยเจรจากับฝ่ายกัมพูชา
เมื่อถามว่า ก่อนนี้พธม.ไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ แต่ 1 ใน 7 คนที่ถูกจับกุมเป็น มือขวาของพล.ต.จำลอง นายสุเทพ กล่าวว่า เรื่องนี้ตนไม่ขอออกความเห็น เพราะจะมีคนไม่พอใจมากขึ้น ซึ่งตอนนี้คงยังไม่ขั้นต้องหาประเทศอื่นมาเป็นคนกลางช่วยเจรจาให้
เมื่อถามว่า ล่าสุดนายนพดล ปัทมะ อดีตที่ปรึกษาทางกฎหมายของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ได้ออกระบุว่าพ.ต.ท.ทักษิณ พร้อมที่จะเข้ามาช่วยเจรจา นายสุเทพ กล่าวว่า ไม่เป็นไร แต่หาใครจะช่วยก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ดี แต่หากจะถามตนในเรื่องนี้ว่าอยากจะให้ช่วยหรือไม่ ตนไม่ขอตอบ
เมื่อถามว่า ภายในเดือนหน้า จะมีรมต.ของกัมพูชา เดินทางมาในประเทศไทย เกรงว่าจะมีปัญหาในเรื่องนี้หรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า อย่าไปคิดกังวลล่วงหน้า โดยเราต้องเชื่อว่าความสัมพันธ์ ระหว่างไทยกับกัมพูชาจะต้องดีขึ้น โดยก่อนหน้านี้ที่จะเกิดเหตุดังกล่าว ทางรัฐบาลไทยก็ได้เชิญนายฮอร์ นัม ฮง รมว.ต่างประเทศกัมพูชาเดินทางมาเยือนไทย แต่ก็มาเกิดเรื่องนี้เสียก่อน อย่างไรก็ตามเรื่องนี้ไม่น่าจะยาว ซึ่งก็จะต้องพยายามติดตามเรื่องนี้ต่อไป
"เลขาฯสมช."ชี้รัฐจะต้องเร่งช่วย7คนไทย
นายถวิล เปลี่ยนศรี เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) กล่าวถึงการให้ความช่วยเหลือ 7 คน ไทย ว่า เป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อน ซึ่งตนยังไม่มีข้อมูลทมี่ชัดเจน คงจะต้องขอหารือกับครม.ก่อน แต่เรื่องนี้คงจะต้องเร่งช่วยคนไทยทั้งหมด
“เทพมนตรี”เผยเอกสารลับชายแดนสระแก้ว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายเทพมนตรี ลิมปพยอม นักวิชาการอิสระด้านประวัติศาสตร์ ได้โพสต์บันทึกใน "เฟซบุ้ค" ส่วนตัว ระบุว่าเป็น เอกสารลับเกี่ยวกับชายแดน "สระแก้ว" โดยกล่าวถึงเอกสารลับของกองกำลังบูรพา ที่ยืนยันการรุกล้ำอธิปไตยของชาวกัมพูชา เมื่อมีบันทึกความเข้าใจว่าด้วยการสำรวจและจัดทำหลักเขตแดนทางบก ไทย-กัมพูชา พ.ศ. 2543 หรือ MOU43 ทำให้ทหารทำงานลำบาก โดยนายเทพมนตรีกล่าวเน้นย้ำว่า ฝ่ายกัมพูชารุกล้ำดินแดนไทยเข้ามายึดครอง สร้างบ้าน สร้างสาธารณูปโภคต่างๆ และเห็นว่าเอกสารชิ้นนี้ทหารกล่าวอย่างตรงไปตรงมา
สำหรับรายละเอียดของเอกสารแบบเต็มๆ มีดังต่อไปนี้
เหตุการณ์รุกล้ำอธิปไตยและผิดข้อตกลงร่วม (MOU) ในพื้นที่รับผิดชอบ กกล.บูรพา (เอกสารลับ)
- เมื่อ 3 พ.ย.49 เวลา 1000 ตรวจพบกัมพูชาใช้รถแท็รกเตอร์ จำนวน 1 คัน ปรับพื้นที่เพื่อทำถนน และรุกล้ำเข้ามาในเขตแดนไทยบริเวณบ้านภูน้ำเกลี้ยง ต.ป่าไร่ อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว ตั้งแต่ พิกัด TA 464188 (คูญวน) ถึง พิกัด TA 462195 และลุกล้ำเข้ามาในเขตไทยประมาณ 200 เมตร ฉก.กรม ทพ.12 จึงได้ประสานกับเจ้าหน้าที่กัมพูชาที่เกี่ยวข้อง ให้หยุดดำเนินการ ซึ่งได้หยุดดำเนินการเรียบร้อยแล้ว
- เมื่อ 11 พ.ย.49 เวลา 0800 ตรวจพบชาวกัมพูชาก่อสร้างที่พักอาศัยจำนวน 3 หลัง ที่บริเวณพิกัด TA 404164 (ตรงข้าม จต.อ.02/1) บ.ป่าไร่ใหม่ ต.ป่าไร่ อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว จึงได้ประสานกับเจ้าหน้าที่ฝ่ายกัมพูชาให้หยุดดำเนินการ และรื้อถอนบ้านพักที่ปลูกสร้าง เนื่องจากบริเวณพื้นที่ดังกล่าว ไม่มีความชัดเจนเรื่องแนวเขตแดน และเมื่อเวลา 1400 ของวันเดียวกัน ฝ่ายกัมพูชาได้รื้อถอน เป็นที่เรียบร้อยแล้ว
- เมื่อ 22 พ.ย.49 เวลา 1020 ตรวจพบราษฎรกัมพูชาก่อสร้างกำแพงอิฐแดง ที่บริเวณพิกัด TA 357108 (ฝั่งกัมพูชา) ด้านตรงข้าม จต.อ.05/6 (จุดตรวจป่าไผ่) บ.ป่าไผ่ ต.ท่าข่าม อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว โดยกำแพงมีความสูงประมาณ 1 เมตร ยาวตามแนวคลองลึกประมาณ 15 เมตร และอยู่ห่างจากแนวลำน้ำคลองลึกประมาณ 7 เมตร ซึ่งการดำเนินการดังกล่าว เป็นการละเมิดบันทึกข้อตกลงข้อที่ 5 จึงได้ประสานกับเจ้าหน้าที่ฝ่ายกัมพูชาให้หยุดดำเนินการ และหยุดดำเนินการแล้วเมื่อเวลา 1500 ของวันเดียวกัน
- เมื่อ 28 พ.ย.49 เวลา 1000 ตรวจพบชาวกัมพูชาก่อสร้างที่พักอาศัยเพิ่มเติมจากเดิมจำนวน 5 หลัง ที่บริเวณพิกัด TA 404164 ล้ำเข้ามาในเขตแดนไทยประมาณ 150 เมตร และได้นำดินมาถมตามแนวลำน้ำคลองลึกที่บริเวณพิกัด TA 404163 (ตรงข้าม จต.อ.02/1) บ.ป่าไร่ใหม่ ต.ป่าไร่ อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว จากการสอบถามทราบว่าราษฎรกัมพูชาที่ปลูกสร้างบ้านเรือน เป็นครอบครัวของกำลังพล พล.น้อย ร.51 จึงได้ประสานกับฝ่ายกัมพูชาให้หยุดดำเนินการและรื้อถอนบ้านพัก ( แต่ฝ่ายกัมพูชายังไม่ดำเนินการใด ๆ และมีแนวโน้มจะสร้างบ้านพักเพิ่มเติมเรื่อย ๆ) และเมื่อ 29 พ.ย.49 เวลา 1340 ฉก.กรม ทพ.12 จัดกำลังพลประมาณ 15 นาย เข้าดำเนินการรื้อถอนบ้านพักอาศัยของชาวกัมพูชา ที่สร้างล้ำแดน เข้ามาอยู่ในเขตพื้นที่ประเทศไทย จำนวน 5 หลัง (ที่ตรวจสอบเพิ่มเติมเมื่อ 28 พ.ย.49 เวลา 1000 ) และยังคงเหลืออีก จำนวน 4 หลัง ที่ยังไม่ได้ทำการรื้อถอน ซึ่งได้ประสานกับฝ่ายกัมพูชาแล้วแต่ยังไม่มีการดำเนินการใด ๆ ต่อมาวันที่ 29 พ.ย.49 นายฮาย นำเฮง กำนัน ต.ปอยเปต อ.โอโจรว จ.บันเตียเมียนเจย แถลงต่อผู้สื่อข่าวสถานีวิทยุเสียงอเมริกา (VOA) ว่า มี จนท.ทหารพรานไทย จำนวน 300 นาย เข้าไปรื้อถอนบ้านเรือนราษฎร กพช. จำนวน 6 หลัง บริเวณ บ.ตวลปราสาท ซึ่งมีราษฎรปลูกบ้านเรือนอยู่ประมาณ 1,200 ครอบครัว โดยฝ่ายไทยได้หยุดการรื้อถอนเมื่อ 29 พ.ย.49 เวลา 1500 อ้างว่าการรื้อถอนดังกล่าวฝ่ายไทยไม่ได้ให้เหตุผลที่ชัดเจน เพียงแต่บอกว่าได้รับคำสั่งจากผู้บังคับบัญชาระดับสูงด้าน พ.ท.ควน วันนา ผบ.หน่วยทหารพัฒนาโครงการปศุสัตว์ ทบ.กพช. กล่าวว่า พื้นที่ดังกล่าวเป็นของ กพช. โดยราษฎรได้ปลูกสร้างบ้านเรือนอยู่ตั้งแต่ปี 43
- เมื่อ 7 ธ.ค.49 เวลา 0900 ตรวจพบชาวกัมพูชาขุดดินทำถนน, ขุดบ่อน้ำ และก่อสร้างบ้านพักล้ำแดน บริเวณพิกัด TA 403164 ตรงข้าม จต.อ.02/1 บ.ป่าไร่ใหม่ ต.ป่าไร่ อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว จึงได้ประสานกับ จนท.กพช.ในพื้นที่ให้หยุดดำเนินการ แต่ จนท.กัมพูชา ได้แจ้งให้เจ้าหน้าที่ไทยออกจากพื้นที่และ ใช้ ปลย. AK - 47 ยิงขึ้นฟ้า จำนวน 3 นัด และแจ้งว่า ถ้าต้องการเข้าพื้นที่ครั้งต่อไป ให้ทำหนังสือถึง สน.ปทก.ฯ แจ้งไปยัง สน.ปกท.ฯ ในการเข้าพื้นที่ทุกครั้งด้วย
- เมื่อ 6 มี.ค.50 เวลา 1100 ตรวจพบราษฎรชาวกัมพูชากระทำผิดข้อตกลงร่วมฯ (MOU) บริเวณพื้นที่ตรงข้าม บ.โนนหมากมุ่น ต.โนนหมากมุ่น กิ่ง อ.โคกสูง จ.สระแก้ว จึงได้จัดเจ้าหน้าที่เข้าทำการตรวจสอบ จากการตรวจสอบพบราษฎรกัมพูชาซื้อดินมาถมถนน โดยการใช้รถบรรทุกหกล้อบรรทุกดิน จำนวน 16 เที่ยว มาถมถนนที่มีสภาพเป็นหลุมเป็นบ่อ เพื่อเตรียมที่จะปลูกสร้างที่พักอาศัย บริเวณ จต.ต.46 - 47 ตรงข้าม บ.โนนหมากมุ่น ต.โนนหมากมุ่น กิ่ง อ.โคกสูง จ.สระแก้ว (พิกัด TA 553236) หากจากหลักเขตแดนที่ 44 ประมาณ 100 เมตร ซึ่ง ร้อย.ตชด.126 ได้ประสานกับ พ.ท.พาด เย็น หัวหน้าฝ่ายทหารกัมพูชา ซึ่งปฏิบัติหน้าที่บริเวณตรงข้ามพื้นที่รับผิดชอบ ให้ชี้แจงให้ราษฎรกัมพูชาได้เข้าใจและระงับการกระทำดังกล่าว ตามข้อตกลง MOU โดยราษฎรกัมพูชาได้หยุดดำเนินการดังกล่าวเรียบร้อยแล้ว
- เมื่อ 15 มี.ค.50 เวลา 1000 ตรวจพบราษฎรกัมพูชาปรับถมพื้นที่เพื่อก่อสร้างบ้านพักอาศัย ปัจจุบันได้ตั้งเสาและขึ้นโครงหลังคาเป็นบางส่วนแล้ว จากการตรวจสอบทราบว่า เป็นการสร้างบ้านพักให้กับกำลังพลของพัน ตชด.911 ที่บริเวณพิกัด TA 362124 (ฝั่งกัมพูชา) ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ บ.ดงงู ต.ป่าไร่ อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว อยู่ห่างจากแนวลำน้ำคลองลึกประมาณ 8 เมตร ซึ่งการดำเนินการดังกล่าว เป็นการละเมิดบันทึกข้อตกลงข้อที่ 5 ได้ประสานกับเจ้าหน้าที่ฝ่ายกัมพูชา เพื่อแจ้งให้หยุดดำเนินการดังกล่าวแล้ว
- เมื่อ 22 มี.ค.50 เวลา 1000 ตรวจพบราษฎรกัมพูชาใช้รถแทรคเตอร์ จำนวน 1 คัน และบรรทุกเทท้าย จำนวน 3 คัน (สิบล้อ) ทำการปรับถมดินที่บริเวณพิกัด TA 362125 (ฝั่งกัมพูชา) อยู่ห่างจากแนวลำน้ำคลองลึกประมาณ 5 เมตร ตรงข้ามจุดสกัดป่าสน บ.ดงงู ต.ป่าไร่ อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว จากการตรวจสอบทราบว่าเป็นการปรับถมดินเพื่อก่อสร้างบ้านพักให้กับกำลังพลพัน ตชด.911 ซึ่งการดำเนินการดังกล่าว เป็นการละเมิดต่อบันทึกข้อตกลงข้อที่ 5 ได้ประสานกับเจ้าหน้าที่ฝ่ายกัมพูชา เพื่อแจ้งให้หยุดดำเนินการแล้ว
- เมื่อวันที่ 21 มิ.ย.50 ได้จัดการพัฒนาสัมพันธ์กับฝ่ายกัมพูชา ที่โรงเรียนไทยเสรีอุตสาหกรรม 3 บ.ป่าไร่ใหม่ ต.ป่าไร่ อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว โดยได้นำปัญหาการก่อสร้างบ้านพักของราษฎรกัมพูชารุกล้ำเข้ามาในเขตไทย จำนวน 3 หลังที่บริเวณพิกัด TA 405164 บ.ตวลปราสาท ต.ปอยเปต อ.โอโจรว จ.บันเตียเมียนเจย และฝ่ายกัมพูชารับปากว่าจะรื้อถอนบ้านพักดังกล่าวให้ ต่อมาเมื่อวันที่ 4 ก.ค.50 เวลา 1100 จนท.พัน ตชด.911 นำโดย ร.ต.ท.อุก เทือน รอง ผบ.พัน ตชด.911 และกำลังพล จำนวน 15 นาย ได้ทำการรื้อถอนบ้านพักดังกล่าวเสร็จเรียบร้อยแล้ว
- เมื่อ 8 ส.ค.50 เวลา 1150 ตรวจพบราษฎรกัมพูชาก่อสร้างเสาคอนกรีตขนาด 6 นิ้ว จำนวน 8 ต้น สูงประมาณ 4 เมตร ติดกับแนวคลองลึก ที่บริเวณพิกัด TA 356118 (ฝั่ง กพช.) ตรงข้ามจต.อ.05/4 (ที่มั่นแข็งแรง) ตลาดโรงเกลือ บ.ดงงู ต.ป่าไร่ อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว เป็นการสร้างบ้านพักอาศัยให้กับบุตรชายของ ร.ต.อ.เมียน สำอาง รอง ผบ.พัน ตชด.911 ร้อย ทพ.1207 ได้ประสานกับเจ้าหน้าที่กัมพูชา ที่เกี่ยวข้องให้หยุดดำเนินการ และได้หยุดดำเนินการแล้ว
- เมื่อ 031200 พ.ย.50 ที่บริเวณ พิกัด TA 354114 (ลานจอดรถ) ตลาดโรงเกลือ บ.คลองลึก อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว ได้ตรวจพบ กพช.ใช้แรงงาน จำนวน 4 คน ดำเนินการขุดหลุมและตั้งเสาคอนกรีต จำนวน 6 ต้น ติดแนวคลองลึก จากการสอบถามทราบว่าจะสร้างห้องน้ำที่ทำการ ตม.กพช. หน่วยได้ประสานกับ จนท.กพช. ที่เกี่ยวข้อง ให้หยุดดำเนินการแล้ว ซึ่งการดำเนินการดังกล่าว ส่งผลกระทบต่อแนวเขตแดน ผิดข้อตกลง ตามข้อบันทึก ความเข้าใจระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทย และราชอาณาจักรกัมพูชา ว่าด้วยการสำรวจ และจัดทำหลักเขตทางบก ลง 24 มิ.ย.43 ในข้อ 5 ว่าด้วยให้งดเว้นการดำเนินการใด ๆ ที่มีผลกระทบต่อ การเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อมพื้นที่ชายแดน เว้นแต่จะเป็นการดำเนินการของคณะอนุกรรมาธิการเทคนิคร่วม เพื่อประโยชน์ในการสำรวจและปักปันหลักเขตแดน
- เมื่อ 16 ธ.ค.50 เวลา 1110 ตรวจพบราษฎรกัมพูชาปรับพื้นที่ติดแนวคลองลึกกั้นเขตแดน ที่บริเวณพิกัด TA 424061 (ฝั่ง กพช.) บ.สตรึงบร์อด ต.ปอยเปต อ.โอโจรว จ.บันเตียเมียนเจย เป้นเนื้อที่ประมาณ 50 เฮกตาร์ ( 300 ไร่) ตรงข้าม สำนักสงฆ์แหลมหนองเอี่ยน บ.หนองเอี่ยน ต.ท่าข้าม อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว ได้ประสานกับเจ้าหน้าที่กัมพูชา ที่เกี่ยวข้องให้หยุดดำเนินการแล้ว
- เมื่อ 19 ธ.ค.50 เวลา 0900 ร้อย ฉก.ตชด.125 ตรวจพบปักหลักจับจองพื้นที่ของชาวกัมพูชาที่บริเวณพิกัด TA 556293 ทับที่ดินทำกินของนางนกเอี้ยง สรงสระน้อย อยู่บ้านเลขที่ 104 หมู่ที่ 9 บ.หนองหญ้าแก้ว ต.โคกสูง อ.โคกสูง จ.สระแก้ว จึงได้ประสานกับฝ่ายกัมพูชาให้หยุดดำเนินการแล้ว
- เมื่อ 3 ก.พ.51 กัมพูชาก่อสร้างอาคารห้องแถว จำนวน 1 หลัง บริเวณ พิกัด TA 358129 (ฝั่งกัมพูชา) ตรงข้ามหน้าจุดสกัดป่าสนเก่า ทางทิศตะวันออก บ.ดงงู ต.ป่าไร่ อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว ซึ่งเป็นของ ร.ต.ท.ฤม ดาเรด ผบ.มว.ตชด.911 กัมพูชา และปัจจุบันยังดำเนินการอยู่
- เมื่อ 7 ก.พ.51 กัมพูชาก่อสร้างอาคารห้องแถวเพิ่มขึ้นอีก จำนวน 1 หลัง บริเวณ พิกัด TA 358129 (ฝั่งกัมพูชา) ตรงข้ามหน้าจุดสกัดป่าสนเก่า ทางทิศตะวันออก บ.ดงงู ต.ป่าไร่ อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว ซึ่งเป็นของ ร.ต.ท.ฤม ดาเรด ผบ.มว.ตชด.911 กัมพูชา ปัจจุบันยังดำเนินการอยู่
- เมื่อ 7 ก.พ.51 กัมพูชาก่อสร้างบ้านพัก จำนวน 1 หลัง บริเวณ พิกัด TA 358131 (ฝั่งกัมพูชา) ตรงข้ามหน้าจุดสกัดป่าสนเก่า ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ บ.ดงงู ต.ป่าไร่ อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว ซึ่งเป็นของ นายชี มัน ชาวกัมพูชา ซึ่งทำงานเป็นลูกจ้างของบ่อนคาสิโนสตาร์เวกัส และปัจจุบันหยุดดำเนินการแล้ว
- เมื่อ 18 ก.พ.51 สมเด็จฮุน เซน นายกรัฐมนยตรี กพช. และคณะ เดินทางโดย ฮ.มาลงที่ อ.ศรีโสภณ ต.ปอยเปต อ.โอโจรว จ.บันเตียเมียนเจย เพื่อกระทำพิธีเปิดทางรถไฟจาก ต.ปอยเปต อ.โอโจรว ถึง อ.ศรีโสภณ จ.บันเตียเมียนเจย แต่นักบินหาจุดลงจอดไม่พบจึงบินหลงทางเข้ามาในบริเวณตลาดโรงเกลือ บ.คลองลึก อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว
- เมื่อ 4 มี.ค.51 เวลา 1130 ร้อย.ทพ.1207 ตรวจพบชาวกัมพูชา ดำเนินการก่ออิฐแดงและเทคานคอนกรีต ยาวประมาณ 30 เมตร บริเวณ พิกัด TA 354109 (ฝั่ง กพช) ตรงข้าม จต.อ.05/6 ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ บ.ท่าข้าม ต.ท่าข้าม อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว และห่างจากแนวเขตแดนประมาณ 30 เมตร จากการตรวจสอบทราบว่าพื้นที่ดังกล่าวเป็นของ ร.ต.ท.จัน ดา เจ้าหน้าที่กัมพูชา สังกัด พัน.ตชด.891 สร้างแนวกำแพงเพื่อกันดินทรุดผลการตรวจสอบการละเมิดบูรณาการแห่งดินแดนและละเมิดข้อตกลงระหว่างราชอาณาจักรไทยและกัมพูชา ข้อที่ 5 ว่าด้วยให้งดเว้นการดำเนินการใดๆ ที่มีผลเป็นการเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อมของพื้นที่ชายแดนการดำเนินการดังกล่าวไม่ส่งผลกระทบกระเทือนต่อแนวเขตแดนแต่อย่างใด (ยังคงดำเนินการอยู่)
- เมื่อ 15 มี.ค.51 เวลา 0800 ร้อย.ทพ.1201 ตรวจพบชาวกัมพูชาทำการปรับพื้นที่ถมดินใกล้แนวชายแดน เพื่อเตรียมปลูกสร้างที่พักอาศัย ขนาดกว้าง 20 เมตร ยาวประมาณ 30 เมตร ที่ พิกัด TA 359130 (แผนที่ชุด L 7018 ) และห่างจากแนวเขตแดนประมาณ 10 เมตร ตรงข้าม บ.ดงงู (ทิศตะวันออก) ต.ป่าไร่ อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว และปัจจุบันยังดำเนินการอยู่
- 20 มี.ค.51 ฝขว.กกล.บูรพา ได้รับรายงานจากแหล่งข่าวว่า นายชัยชนะ หมายงาน กำลังก่อสร้างอาคารสำหรับ สร้างเป็นโรงเรียนนานาชาติ พิกัด TA 378154 (แผนที่ลำดับชุดที่ L 7018)ต.ป่าไร่ อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว ห่างจากแนวลำรางคลองลึกประมาณ 300 เมตร เพื่อให้เด็กกัมพูชาที่ยากไร้ได้เข้ามาศึกษาซึ่งจะทำการเปิดสอนเร็วๆ นี้ โดยจะมีครูเข้ามาร่วมทำการสอน จำนวน 8 คน (ครูสอนภาษาอังกฤษเป็นชาวฟิลิปปินส์) โดยทุกคนไม่มีค่าตอบแทนในการสอน (เงินเดือน) ที่บริเวณชายแดนไทย - กัมพูชา ตรงข้ามที่ดิน นายชัยชนะฯ ซึ่งอยู่ในฝั่งกัมพูชา ชาวกัมพูชาได้ก่อสร้างอาคารต่างๆ คาดว่าจะเป็นการสร้างตลาดเพื่อทำการค้า พิกัด TA 384150 (แผนที่ลำดับชุดที่ L 7018) ห่างจากแนวลำรางคลองลึกประมาณ 300 เมตร และห่างจากตลาดโรงเกลือไปทางทิศเหนือ ประมาณ 5 กม.
- เมื่อ 26 มี.ค.51 เวลา 1605 ร้อย ทพ.1201 ตรวจพบเครื่องบินปีกหมุน (ฮ.) สีน้ำเงินคาดขาว ติดธงชาติกัมพูชา จำนวน 1 เครื่อง บินรุกล้ำเข้ามาในเขตประเทศไทย บริเวณพิกัด TA 354116 ถึงพิกัด TA 357119 ทางทิศตะวันออก ของตลาดโรงเกลือ บ.คลองลึก อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว บินวนกลับเข้าไปยังฝั่งประเทศกัมพูชา และลงจอดที่บ่อนกาสิโนสตาร์เวกัส ประมาณ 20 นาที แล้วบินขึ้นมุ่งหน้าเข้าประเทศกัมพูชา
- เมื่อ 2 เม.ย.51 เวลา 0900 ร้อย.ทพ.1201 ตรวจพบชาวกัมพูชาทำการปักเสาไม้เป็นกรอบสี่เหลี่ยมเพื่อทำการกั้นเขตถมดินริมฝั่งคลองลึกใกล้แนวกั้นแดนโดยนำดินและขยะมาถมบริเวณดังกล่าว ยาวตามแนวคลองลึก ประมาณ 20 เมตร ขนาดกว้าง 5 เมตร สูงประมาณ 2 เมตร ที่ พิกัด TA 350117 (แผนที่ชุด L 7018 ) และห่างจากแนวเขตแดนประมาณ 6 เมตร (ทิศตะวันออก) บ.คลองลึก ต.อรัญประเทศ อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว (ตรงข้ามลานจอดรถ บริษัท ส.นิสา จำกัด) ร้อย.ทพ.1201 ได้ประสาน กพช.ให้หยุดดำเนินการแล้ว เมื่อเวลา 1100
- เมื่อ 2 เม.ย.51 เวลา 0900 ร้อย.ทพ.1201 ได้ตรวจพบเฮลิคอปเตอร์บินล้ำเข้ามาในเขตแดนไทย โดยบินล้ำเข้ามายังบริเวณด้านทิศตะวันออกของตลาดโรงเกลือ ต.ป่าไร่ อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว และบินกลับไปลงที่บริเวณด้านหลังบ่อนกาสิโนสตาร์เวกัส ประเทศกัมพูชา
- เมื่อ 6 เม.ย.51 เวลา 1745 ร้อย.ทพ.1201 ตรวจพบชาวกัมพูชาดำเนินการปรับพื้นที่สร้างกำแพงด้วยการเทคานคอนกรีต และก่ออิฐแดง สูงประมาณ 1 1/2 เมตร ห่างจากริมคลองลึก ประมาณ 2 เมตร กว้างด้านหน้าติดแนวคลองลึก ประมาณ 5 เมตร และยาวลึกเข้าไปฝั่งกัมพูชา ประมาณ 14 เมตร ที่บริเวณ พิกัด TA 357127 (แผนที่ชุด L 7018) ตรงข้ามจุดสกัดป่าสน ทางทิศตะวันออก บ.ดงงู ต.ป่าไร่ อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว จากการสอบถามทราบว่า จะสร้างเป็นบ้านพักของ นางชน ริน อายุ 60 ปี ราษฎรชาวกัมพูชา หน่วยได้ประสานให้หยุดดำเนินการแล้ว
- เมื่อ 111000 เม.ย.51 ได้รับแจ้งจาก นางวันนา ลาน้อย บ.โนนหมากมุ่น ต.โนนหมากมุ่น อ.โคกสูง จ.สระแก้ว ว่าได้มีราษฎรกัมพูชาเข้ามาปักเสาไม้เป็นแนวรั้วติดรอยต่อที่ทำกินบริเวณชายแดนไทย - กพช. ตรงข้าม บริเวณหลักเขตแดนที่ 44 พิกัด TA 545262 (แผนที่ L 7017) ฉก.ตชด.12 โดย ร.ต.ต.ธนนธรณ์ ตามพร ผบ.มว.(สบ.1) ฉก.ตชด.126 พร้อมกำลังพล 4 นาย จึงได้ประสานกับ นายณรงค์ บุดดี นายก อบต.โนนหมากมุ่น และ จนท.กพช. มี ร.อ.โส รัดที รอง.เสธ. กองพลน้อย ภูมิภาคทหารที่ 5, ร.ต.สุข จำเริญ, นายแต กุมลง ผช.กำนัน ต.โอวเบยเจือน อ.โอวจริว จ.บันเตียเมียนเจย ได้ร่วมกันทำการตรวจสอบข้อเท็จจริง และได้เจรจาชี้แจงให้ราษฎร กพช.ทราบถึงการกระทำดังกล่าว ผิดต่อบันทึกความเข้าใจระหว่าง รัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยกับรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรกัมพูชา (MOU) การปฏิบัติเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ฝ่ายกัมพูชาให้ความร่วมมือในการรื้อถอนเป็นอย่างดี โดยเจ้าหน้าที่ทั้งสองฝ่ายยังมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน และรับรองว่าจะไม่ให้มีเหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นอีก
- เมื่อ 13 เม.ย.51 เวลา 1330 ร้อย.ทพ.1203 จัด ชป.ลว.ในเขตพื้นที่รับผิดชอบ บริเวณ พิกัด TA 380154 (แผนที่ลำดับชุดที่ L 7018) บ.ป่าไร่ ต.ป่าไร่ อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว ได้ตรวจพบราษฎรชาวกัมพูชาดำเนินการขุดลอกคลอง กว้าง 1 เมตร ยาว 8 เมตร ลึก 50 เซนติเมตร รุกล้ำเข้ามาในเขตไทย ประมาณ 3 เมตร หน่วยได้ประสานไปยัง ร.ต.ต.โซ เมือน ผบ.มว.ตชด.911 ร้อย.ตชด.911 ของกัมพูชา เพื่อแจ้งให้หยุดดำเนินการ และปรับสภาพพื้นที่ให้อยู่ในสภาพเดิม
- เมื่อ 1 พ.ค.51 เวลา 0930 ร้อย.ทพ.1201 ตรวจพบชาวกัมพูชาดำเนินการปรับพื้นที่สร้างกำแพงด้วยการก่ออิฐแดง ห่างจากริมคลองลึก ประมาณ 2 เมตร ที่บริเวณ พิกัด TA 357127 (แผนที่ชุด L 7018) ตรงข้ามจุดสกัดป่าสน ทางทิศตะวันออก บ.ดงงู ต.ป่าไร่ อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว เป็นบริเวณพื้นที่เดิมตามอ้างถึงฯ ซึ่งฝ่ายกัมพูชาได้ทำการทุบทำลายแล้ว จากการประท้วงครั้งแรก และได้กลับมาทำการก่อสร้างขึ้นอีก
- เมื่อ 11 พ.ค.51 เวลา 1200 ร้อย.ทพ.1201 ตรวจพบชาวกัมพูชาทำการขุดเจาะน้ำบาดาล ใกล้แนวเขตแดน บริเวณ พิกัด TA 350112 (แผนที่ชุด L 7018 ) ฝั่ง กพช ตรงข้าม จต.อ.05/6 (ป่าไผ่) ทางทิศตะวันออก บ.ท่าข้าม ต.ท่าข้าม อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว และห่างจากแนวเขตแดนประมาณ 10 เมตร โดยใช้รถยนต์ติดโครงเหล็ก เจาะบาดาลจำนวน 1 คัน พร้อมคนงานทำการขุดเจาะจำนวน 4 คน จากการตรวจสอบทราบว่าพื้นที่ดังกล่าวเป็นของ ของบ่อนกาสิโนฮอลิเดย์พาเลช
- เมื่อ 14 พ.ค.51 เวลา 1300 ได้ตรวจพบ นายชัยชนะ หมายงาน ได้นำรถแบ็คโฮขุดดินเพื่อทำถนนในบริเวณพื้นที่ของตนตามแนวชายแดน มีความกว้าง 2 เมตร ยาว 20 เมตร ห่างจากแนวคลองลึกประมาณ 10 - 20 เมตร พิกัด TA 380153 (แผนที่ชุด L 7018) กม.5 บ.ดงงู ต.ป่าไร่ อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว
- เมื่อ 11 มิ.ย.51 เวลา 0900 ร้อย.ทพ.1201 ตรวจพบชาวกัมพูชาทำการสร้างกำแพง ใกล้แนวเขตแดน บริเวณ พิกัด TA 352110 (แผนที่ชุด L 7018 ) ฝั่ง กพช ตรงข้าม จต.อ.05/6 (ป่าไผ่) ทางทิศตะวันออก บ.ท่าข้าม ต.ท่าข้าม อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว และห่างจากแนวเขตแดน (คลองพรมโหด) ประมาณ 20 เมตร โดยใช้คนงานจำนวน 3 คน ก่อสร้างเสาคอนกรีต จำนวน 3 ต้น
- เมื่อ 25 ก.ค.51 เวลา 1030 ร้อย.ทพ.1203 ตรวจพบราษฎรกัมพูชาดำเนินการถากถางพื้นที่ โดยใช้เครื่องตัดหญ้าและมีด ตั้งแต่บริเวณพิกัด TA 403163 - TA 404164 กว้างประมาณ 6 เมตร ยาว 150 ด้านทิศใต้หน้า จต.อ.02/1 ฉก.กรม ทพ.12 สั่งให้ ร้อย.ทพ.1203 ประสานกับ พัน.ตชด.911 ขอให้หยุดดำเนินการไว้ก่อน
- เมื่อ 010730 ส.ค.51 ชุด ชปข.ที่ 2 กกล.บูรพา ได้รับแจ้งจากแหล่งข่าวว่า มีการปักหลักล้ำเขตแดนเข้ามาในฝั่งไทย ซึ่งเป็นที่ทำกินของราษฎรไทย จึงเข้าไปตรวจสอบพื้นที่บริเวณ บ้านหนองหญ้าแก้ว หมู่ 9 บริเวณ จต. 40 และ จต.41 พิกัด TA 558286 มีประชาชนชาวกัมพูชานำเสาหลักไม้ ( เส้นผ้าศูนย์กลางประมาณ 40 ซม.สูง 1.50 เมตร ) เข้ามาปักบุกรุกพื้นที่ทำกินของประชาชน ที่ทางราชการจัดสรรให้ ในโครงการหมู่บ้าน ปชด.บ้านหนองหญ้าแก้ว หมู่ที่ 9 ต.โคกสูง อ.โคกสูง จ.สระแก้ว
- เมื่อ 13 ส.ค.51 เวลา 0900 ชปข.กกล.บูรพา ได้รับแจ้งจากแหล่งข่าวในพื้นที่ บ.หนองหญ้าแก้ว ว่า มีประชาชนชาวกัมพูชาเข้ามาบุกรุกและทำลายป่าในเขตประเทศไทย บริเวณ บ.หนองหญ้าแก้ว หมู่ที่ 9 ต.โคกสูง อ.โคกสูง จ.สระแก้ว ชปข.กกล.บูรพา ร่วมกับ ฉก.ตชด.12 เข้าไปตรวจสอบในพื้นที่ ที่ได้รับแจ้ง หลังจุดตรวจ ตชด.ที่ 39 ไปทางหน้าแนวลวดหนาม ห่างจุดตรวจประมาณ 400 เมตร แล้วเลี้ยวซ้ายไปอีกประมาณ 600 เมตร พบว่าได้มีการตัดไม้ทำลายป่าในเขตประเทศไทย บริเวณ พิกัด TA 57593060 เนื้อที่ถูกทำลายไป ประมาณ 30 ไร่ เป็นไม้เบญพรรณทั้งขนาดเล็กและใหญ่ ถูกตัดถากถางในสภาพยังใหม่อยู่ พื้นที่บริเวณที่มีการบุกรุก ตัดไม้ห่างจากลวดหนามที่กั้นเขตแดนไว้ ลึกเข้ามาในฝั่งไทยประมาณ 100 เมตร จากการสอบถามกับแหล่งข่าวในพื้นที่ทราบว่าประชาชนชาวกัมพูชาที่เข้ามาบุกรุกตัดไม้ทำลายป่าในฝั่งไทย อ้างว่าได้รับคำสั่งจากนายทหารชาวกัมพูชา ที่รับผิดชอบในพื้นที่ให้เข้ามาบุกรุกตัดไม้ในฝั่งไทย
- เมื่อ 8 ก.ย.51 เวลา 0930 ร้อย.ทพ.1203 ตรวจพบชาวกัมพูชาทำการถากถางพื้นที่ และสร้างเพิงพักอาศัยเป็นโครงเสาไม้มุงหลังคาด้วยหญ้าแฝก จำนวน 4 หลัง และมีการขุดหลุมสร้างโครงเสาอีก ประมาณ 70 หลังคาเรือน ใกล้แนวเขตแดน บริเวณด้านหน้าแนวคันคู กรอปรัม ระหว่าง บ้านไปรกรูป กับ บ.ตวลปราสาท ต.ปอยเปต อ.โอวโจรว จ.บันเตียเมียนเจย (ตั้งแต่พิกัด TA 403166 ถึง พิกัด 397166 แผนที่ชุด L 7018) ตรงข้าม บ.ป่าไร่ ต.ป่าไร่ อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว มีความยาวตามแนวคันคูประมาณ 600 ม. จากการประสานกับ พ.ต.ต.ซก อาง ผบ.พัน ตชด. 911, นายควร วันนา, กำนัน ต.ปอยเปต, ผู้ใหญ่บ้าน บ้านไปรกรูป และผู้ใหญ่บ้าน บ.ตวลปราสาท โดยได้ชี้แจงให้กับราษฎรชาวกัมพูชาทราบถึงการกระทำผิด บันทึกข้อตกลงร่วม ไทย/กัมพูชา ซึ่งราษฎรชาวกัมพูชายินยอมจะดำเนินการรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างดังกล่าวแล้ว
ค. การดำเนินการของ กกล.บูรพา
- กกล.บูรพา ได้ดำเนินการแก้ไขปัญหาทั้งหมด ที่เกิดขึ้นในพื้นที่รับผิดชอบ โดยยึดถือแนวทางปฏิบัติตามแนวนโยบายของท่านผู้บัญชาการทหารบกคนปัจจุบัน โดยมุ่งยุติปัญหาในระดับพื้นที่โดยเร็วที่สุด และไม่ก่อให้เกิดผลกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทย และกัมพูชา โดยใช้กลไกระดับท้องถิ่น ประสานกับส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง เช่น จ.สระแก้ว และสำนักงานประสานงานชายแดนไทย - กัมพูชา ในการเจรจากับประเทศกัมพูชา และหากไม่บังเกิดผล จึงจะประสานแจ้งให้กระทรวงการต่างประเทศทราบเพื่อใช้กลไกในระดับประเทศดำเนินการในลำดับต่อไป โดยกองกำลังบูรพา ได้ยึดถือสนธิสัญญาที่กำหนดเส้นเขตแดน ระหว่างไทย กับกัมพูชา อันได้แก่ สัญญาว่าด้วยการปักปันเขตแดน ติดท้ายหนังสือสัญญา ลงวันที่ 3 มี.ค. ร.ศ.125 ( ค.ศ.1907, หรือ พ.ศ.2450 ), ยึดถือ แผนที่ลำดับชุด L 7017 ซึ่งดำเนินการโดยกรมแผนที่ทหาร, ยึดถือหลักเขตแดนที่มีอยู่ในปัจจุบัน เป็นจุดกำหนดเส้นเขตแดนระหว่างไทย - กัมพูชา ปัจจุบันพื้นที่ที่เป็นปัญหาเส้นเขตแดนระหว่างไทย - กัมพูชา กองกำลังบูรพา สามารถควบคุมพื้นที่ตามแผนที่ที่มีใช้อยู่ในปัจจุบัน ได้หมดทุกพื้นที่ รอเพียงการแก้ไขปัญหาที่เป็นทางการจากหน่วยเหนือเท่านั้น



