
กัมพูชาเดินหน้าปราบคอรัปชั่นขรก.แจ้งทรัพย์สิน
พนมเปญ-กัมพูชาเดินหน้าปราบการทุจริตคอรัปชั่น บังคับให้ข้าราชการทุกคนต้องแจ้งบัญชีทรัพย์สิน
นายผาย สีพัน โฆษกรัฐบาลกัมพูชา แถลงเมื่อวันจันทร์ (3 ม.ค.) ว่า รัฐบาลได้เดินหน้าในแผนรณรงค์ปราบการทุจริตคอรัปชั่น โดยนับตั้งแต่วันจันทร์นี้เป็นต้นไปจนถึงสิ้นเดือนมีนาคม ข้าราชการทุกคนซึ่งมีอยู่ราวแสนคนจะต้องแจ้งบัญชีทรัพย์สิน ไม่ว่าจะเป็นบ้านและที่ดิน ยานพาหนะทุกประเภท รวมทั้งรถยนต์ ตลอดจนผลประโยชน์ทางธุรกิจทุกประเภท
รายงานข่าวเปิดเผยว่า ครั้งนี้นับเป็นครั้งแรกที่มีการบังคับให้ข้าราชการทุกคนรวมไปถึงนายฮุน เซน นายกรัฐมนตรี และคณะรัฐมนตรี ต้องแจ้งบัญชีทรัพย์สินทุกอย่างต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตคอรัปชั่น (เอซียู) ที่เพิ่งตั้งขึ้นมาใหม่เพื่อสร้างระบบตรวจสอบที่โปร่งใสขึ้นมา
ขณะเดียวกัน นักเคลื่อนไหวที่คอยตรวจสอบการทุจริตคอรัปชั่นในประเทศนี้ เปิดเผยว่า หลังจากรัฐบาลได้ออกกฎหมายบังคับให้ข้าราชการทุกคนต้องแจ้งบัญชีทรัพย์สินอย่างเป็นทางการก็ถูกวิจารณ์อย่างรุนแรงว่า ข้าราชการมักจะเลี่ยงไม่ยอมเปิดเผยบัญชีธนาคารหรือทรัพย์สินของสามีหรือภรรยาหรือสมาชิกในครอบครัว โดยเฉพาะข้าราชการระดับสูงมักจะใช้ชื่อของสามีหรือภรรยาเป็นผู้ถือครองทรัพย์สินและที่ดินแทน เพื่อปกปิดไม่ให้ถูกตรวจสอบได้ว่าร่ำรวยผิดปรกติ
นายเสก บริสุทธิ์ ผู้อำนวยการกลุ่มแพค หรือกลุ่มธรรมาธิบาลในกัมพูชา เปิดเผยว่า เอซียูเองก็ยอมรับว่าเป็นงานที่หนักมากในการตรวจสอบรายละเอียดของบัญชีทรัพย์สินที่ยื่นมา และอาจเป็นไปได้ที่คณะทำงานของเอซียูคงไม่สามารถตรวจสอบบัญชีทรัพย์สินที่กองเป็นตั้งๆ ได้ละเอียดถี่ถ้วนมากนัก เนื่องจากมีเวลาจำกัดในการตรวจสอบเอกสารเหล่านั้น
นายเสก บริสุทธิ์ ยอมรับว่า การบังคับให้ข้าราชการทุกคนต้องแจ้งบัญชีทรัพย์สินเป็นการเริ่มต้นที่ถูกต้องและควรจะใช้เป็นฐานข้อมูลสำคัญสำหรับเปรียบเทียบกับบัญชีทรัพย์สินที่จะแจ้งในภายหลัง
ก่อนหน้านี้ กลุ่มความโปร่งใสระหว่างประเทศซึ่งเป็นกลุ่มตรวจสอบการทุจริตคอรัปชั่นระหว่างประเทศ ระบุว่ากัมพูชาเป็นหนึ่งในประเทศที่มีการทุจริตคอรัปชั่นมากที่สุดในโลก โดยติดอันดับที่ 154 จากการจัดอันดับเมื่อปีที่แล้วเท่ากับทาจิกิสถานและกินี บิสเซา โดยมีประเทศที่มีอันดับแย่กว่าแค่ 15 ประเทศเท่านั้น
ขณะที่เอกอัครราชทูตสหรัฐประจำกัมพูชาเคยให้ความเห็นเมื่อ 2 ปีที่แล้วว่า ประเทศนี้ต้องสูญเงินไปกับการทุจริตคอรัปชั่นถึงปีละประมาณ 500 ล้านดอลลาร์ หรือราว 1 ใน 4 ของงบประมาณแผ่นดิน



