
จบง่ายถ้าไม่ใช่เรื่องการเมือง
มีข้อสงสัยมากมายตามมาหลังจาก "พนิช วิกิตเศรษฐ์" ส.ส.กทม.พรรคประชาธิปัตย์ พร้อมคณะรวม 7 คน ถูกทางการกัมพูชาจับกุมคุมขังที่เรือนจำไปรซอ กรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา หลังเข้าไปสำรวจพื้นที่ทับซ้อนที่อยู่ระหว่างข้อพิพาท จะส่งผลให้ "พนิช" ต้องขาดคุณสมบัติการเป็นส
เพราะข้อกำหนดว่าด้วยการสิ้นสมาชิกภาพ ส.ส. ที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญไทย มาตรา 102 (4) ระบุไว้ว่า "ต้องคำพิพากษาให้จำคุกและถูกคุมขังอยู่โดยหมายของศาล"
นอกจากนี้รัฐธรรมนูญ มาตรา 106 (11) ที่ระบุถึงสมาชิกภาพของสมาชิกส.ส.จะสิ้นสุดลงเมื่อ "ต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก แม้จะมีการรอการลงโทษ เว้นแต่เป็นการรอลงโทษในความผิดอันได้กระทำโดยประมาท ความผิดลหุโทษ หรือความผิดฐานหมิ่นประมาท"
ขณะนี้จึงต้องรอดูว่า "พนิช" จะถูกศาลพิพากษาให้จำคุกหรือไม่ และดูว่าการที่ "พนิช" ถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำในกัมพูชาขณะนี้ จะถือว่าถูกคุมขังโดยหมายของศาลหรือไม่ เพราะกฎหมายของกัมพูชาแตกต่างจากไทย
กรณี "นสพ.รัศมีกัมพูชา" อ้างคำชี้แจงของ "ฮุน เซน" นายกรัฐมนตรีกัมพูชา เกี่ยวกับการจับกุมคนไทยทั้ง 7 คน "แม้จะมี ส.ส.รวมอยู่ด้วยก็จะต้องถูกส่งตัวมาคุมขังที่เรือนจำไปรซอ แม้จะมีการขอร้องให้ปล่อยตัวแต่ทางเราไม่สามารถปล่อยได้เพียงแค่คนสองคน และตนจะไม่แทรกแซงการทำงานของศาล โดยคนไทยที่ถูกจับทั้งหมดจะถูกควบคุมตัวที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองก่อนที่จะส่งไปให้ศาลตั้งข้อกล่าวหา"
ส่วนการทำหน้าที่ของ "พนิช" ครั้งนี้แม้จะเดินทางไปสำรวจพื้นที่ในฐานะหนึ่งในคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย-กัมพูชา หรือเจบีซี จะมีเอกสิทธิ์คุ้มครองหรือไม่นั้น "ฮุน เซน" ได้ให้คำตอบในเรื่องนี้อย่างชัดเจนในคำชี้แจงเรื่องนี้ว่า "หวังว่านายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีของไทย และคนไทยจะเข้าใจในกฎหมายของกัมพูชา ส.ส.มีเอกสิทธิ์คุ้มครองเฉพาะในแผ่นดินไทยเท่านั้น ไม่ครอบคลุมถึงดินแดนกัมพูชา"
จากคำพูดของ "ฮุน เซน" หากสถานการณ์บานปลายถึงขั้นศาลกัมพูชามีคำสั่งจำคุก จะถือว่า "พนิช" พ้นสภาพการเป็นส.ส.หรือไม่ เพราะเคยมีส.ส.บางคนไปติดคุกประเทศเพื่อนบ้านก็ยังไม่ขาดคุณสมบัติ
เรื่องนี้ "คณะกรรมการการเลือกตั้ง" เริ่มมองเห็นปัญหาที่อาจจะตามมา จึงตัดสินใจเรียกประชุมเพื่อหารือเรื่องนี้ในวันอังคารที่ 4 มกราคมนี้ หากยังหาข้อยุติไม่ได้ก็น่าจะยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยเพื่อหาข้อสรุปต่อไป
หลายฝ่ายตั้งข้อสังเกตว่าการจับกุม "พนิช" พร้อมคณะรวม 7 คน ครั้งนี้อาจจะไม่ได้รับการปล่อยตัวง่ายเหมือนกรณี 3 คนไทยที่ถูกทหารกัมพูชาจับกุมเมื่อวันที่ 18 สิงหาคม ปีที่ผ่านมา
โดยเฉพาะหนึ่งในคณะของ "พนิช" ที่มี "วีระ สมความคิด" ซึ่งเคลื่อนไหวเกี่ยวกับพื้นที่ทับซ้อนที่อยู่ระหว่างข้อพิพาทและเคยถูกจับในบริเวณพื้นที่ใกล้เคียงกันนี้น่าจะเป็นเหตุสำคัญที่ทำให้การเจรจาขอตัวในกรณีนี้ยากขึ้น
เพราะ "วีระ" ถูกฝ่ายตรงข้ามจ้องรอจังหวะที่จะจับกุมมานานและเผอิญครั้งนี้มี "พนิช" ร่วมคณะด้วย เมื่อถูกจับกุมทางเจ้าหน้าที่ไม่สามารถปล่อยตัวเป็นรายบุคคลได้
ที่สำคัญการจับกุมครั้งนี้ดำเนินการรวดเร็วมากเกินกำลังที่ฝ่ายทหารจะเข้าไปประสานงานช่วยเหลือได้ และการเดินทางไปทำหน้าที่ของ "พนิช" ครั้งนี้มีการประสานกับเจ้าหน้าที่ของทางการกัมพูชาหรือไม่ เพราะถ้ามีการประสานงานกันน่าจะมีเจ้าหน้าที่ฝั่งกัมพูชาส่งตัวแทนมาต้อนรับ
แต่การลงพื้นที่ของ "พนิช" ครั้งนี้กลับไม่มีเจ้าหน้าที่ของกัมพูชามาร่วมสำรวจพื้นที่ เพื่ออำนวยความสะดวกในครั้งนี้เลย
"เสรี สุวรรณภานนท์" อดีตรองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ(ส.ส.ร.) ฉบับ 2550 ได้แสดงความคิดเห็นในเรื่องนี้ว่า ในรัฐธรรมนูญระบุว่า ต้องคำพิพากษาให้จำคุกและถูกคุมขังอยู่โดยหมายของศาล หมายถึงต้องอยู่ในคุกก่อนจึงจะพ้นสภาพการเป็นส.ส. แต่ส่วนตัวเชื่อว่าสถานการณ์ไม่น่าจะเลวร้ายถึงขั้นจำคุกเป็นระยะเวลานาน
"ผมเชื่อว่าน่าจะเหมือนกรณี 3 คนไทยที่ถูกจับกุมระหว่างเข้าไปล่าสัตว์และเกิดหลงป่า ซึ่งถูกแจ้งข้อหาหลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย และมีอาวุธปืนแก๊ป ศาลตัดสินจำคุก 18 เดือน น่าจะรอลงอาญา แล้วขอพระราชทานอภัยโทษให้ แต่หลักกฎหมายทั่วไปไม่ว่าจะจำคุกที่ประเทศไหนน่าจะพ้นสภาพส.ส.เหมือนกัน ในส่วนของกัมพูชาหลังจับกุมแล้วน่าจะมีการสืบพยานเหมือนกับศาลไทย การพิจารณาคดีเร็วกว่าของไทย เพราะพยานก็คือเจ้าหน้าที่ที่จับกุม 7 คนไทย"
"เสรี" มองว่าการที่ "พนิช" ถูกจับกุมในครั้งนี้ผลการตัดสินไม่น่าจะส่งผลร้ายต่อ "พนิช" เนื่องจากการต่อสู้คดีน่าจะพิจารณาดูเรื่องเจตนาด้วย ส่วนพื้นที่ทับซ้อนก็เชื่อว่าต่างคนต่างอ้างสิทธิ์เป็นพื้นที่ของตัวเองซึ่งหลักฐานในเรื่องนี้ยังไม่ชัดเจน เพราะยังไม่มีการปักปันเขตแดนที่ชัดเจน จึงคิดว่าแนวทางการลงโทษน่าจะเบาและการพิจารณาคดีน่าจะรวมถึงความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ บทลงโทษจึงน่าจะแค่รอลงอาญาเป็นโทษสถานเบา
"เรื่องนี้น่าจะจบง่ายถ้ามีการเจรจาในฐานะบ้านใกล้เรือนเคียงใช้ความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างสองประเทศน่าจะช่วยได้ เพราะเราต้องพึ่งพาอาศัยกันอีกนาน เป็นประเทศที่มีชายแดนติดกัน เรื่องแค่นี้ช่วยเหลือกันได้อยู่แล้ว" มุมมองของ "เสรี" ต่อปัญหาการจับกุม 7 คนไทย
เรื่องนี้คงจบอย่างง่ายดายเหมือนที่ "เสรี" พูดถึง แต่นั่นหมายความว่าต้องไม่มีเรื่อง "การเมือง" เข้าไปเกี่ยวข้องด้วย !
สมถวิล เทพสวัสดิ์



