
"อีสานโพลล์"เชียร์รัฐบาลอภิสิทธิ์สอบผ่านในสาขาเศรษฐกิจ
ขอนแก่น - อีสานโพลล์สำรวจความเห็นของคนอีสานเรื่องความชื่นชอบต่อรัฐบาลชุดนี้ เป็นรอบที่ 7 พบผู้ตอบแบบสอบถามล้วนให้การสนับสนุนรัฐบาลแทบทุกด้าน ขณะที่ในภาคการเมืองเสียงสนับสนุนลดลง
นายประเสริฐ วิจิตรนพรัตน์ อาจารย์สาขาวิชาเศรษฐศาสตร์และหัวหน้าโครงการวิจัย เปิดเผยว่า ศูนย์วิจัยธุรกิจและเศรษฐกิจอีสาน (ECBER) คณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ได้สำรวจเรื่อง “เสียงสนับสนุนการทำงานของรัฐบาลของชาวอีสาน” จากกลุ่มตัวอย่าง 697 ราย ในเขตพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 19 จังหวัด ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 25-26 ธันวาคม 2553 ซึ่งเป็นครั้งที่ 7 ในรอบปี
ทั้งนี้เพื่อประมวลความคิดเห็นการทำงานของรัฐบาลในด้านต่างๆ นำไปสู่แนวทางการแก้ไขปัญหา รวมไปถึงการปรับมาตรการ โดยผลสำรวจเสียงสนับสนุนของรัฐบาลในด้านต่างๆ พบว่าส่วนใหญ่ให้การสนับสนุนเพิ่มขึ้นจากช่วงต้นเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา ยกเว้นด้านการเมืองเพียงด้านเดียว
กล่าวคือการทำงานในภาพรวม กลุ่มตัวอย่างให้การสนับสนุนรัฐบาลร้อยละ 67 และไม่สนับสนุนร้อยละ 33 ในขณะที่ด้านการเมือง พบว่าเสียงสนับสนุนลดลงเหลือร้อยละ 41 และไม่สนับสนุนร้อยละ 59 ส่วนด้านเศรษฐกิจ เสียงสนับสนุนเพิ่มเป็นร้อยละ 57 และไม่สนับสนุนร้อยละ 43 สุดท้ายคือด้านสังคมและสิ่งแวดล้อม สนับสนุนร้อยละ 60 และไม่สนับสนุนร้อยละ 40
ทั้งนี้เมื่อพิจารณาเทียบสถิติกับช่วงต้นเดือนพฤศจิกายนจะเห็นว่าเสียงสนับสนุนมีแนวโน้มที่ดีขึ้นเกือบทุกด้าน ยกเว้นด้านการเมืองเพียงด้านเดียว กล่าวคือการทำงานในภาพรวม ให้การสนับสนุนรัฐบาลเพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 67 จากเดิมร้อยละ 61 ส่วนด้านเศรษฐกิจ เสียงสนับสนุนเพิ่มเป็นร้อยละ 57 จากร้อยละ 50 ส่วนด้านสังคมและสิ่งแวดล้อม สนับสนุนเพิ่มขึ้นเล็กน้อย จากร้อยละ 59 ในเดือนก่อน เป็นร้อยละ 60 ในขณะที่ด้านการเมือง พบว่าเสียงสนับสนุนลดลงจากเดือนที่แล้ว ที่เคยได้ร้อยละ 49 ตกลงมาเป็นร้อยละ 41 ในเดือนนี้
อย่างไรก็ตาม หากพิจารณาเทียบสถิติในช่วงรอบปี 2553 จะเห็นว่าเสียงสนับสนุนใน 3 ด้าน ได้แก่ ภาพรวม เศรษฐกิจ สังคมและสิ่งแวดล้อม มีสัญญาณที่ดีขึ้นอย่างสังเกตได้ ส่วนเสียงสนับสนุนด้านการเมืองนั้นจะมีความผกผันขึ้นลงอยู่ตลอดในแต่ละเดือน แต่ถ้าเทียบสถิติเสียงสนับสนุนเมื่อช่วงกลางปีกับปลายปี จะพบว่าสัดส่วนการสนับสนุนดีขึ้นในช่วงปลายปี ส่วนหนึ่งมาจากนโยบายการปรับค่าจ้างขั้นต่ำและขึ้นเงินเดือนของรัฐบาล รวมไปถึงมาตรการต่างๆ ในช่วงหลัง อย่างไรก็ตาม ทางด้านการเมืองแม้จะมีแนวโน้มดีขึ้นแต่ตัวเลขก็ยังไม่เคยได้รับคะแนนเกินครึ่งหนึ่ง ซึ่งน่าจะเป็นเพราะพื้นที่แห่งนี้ไม่ใช่ฐานเสียงของรัฐบาล และยังเกิดปัญหาการทุจริตที่เกิดขึ้นอยู่บ่อยครั้งด้วย
สำหรับผลการสำรวจข้อมูลทั่วไปของกลุ่มตัวอย่าง เป็นเพศหญิง ร้อยละ 51 เพศชาย ร้อยละ 49 อายุเฉลี่ย 40-49 ปี มากที่สุด ร้อยละ 37 รองลงมาคือ อายุ 50-59 ปี ร้อยละ 25 อายุ 30-39 ปี ร้อยละ15 อายุ 20-29 ปี ร้อยละ13 อายุ 60 ปีขึ้นไป ร้อยละ 9 และอายุต่ำกว่า 20 ปี ร้อยละ 1 การศึกษาอยู่ในระดับระดับปริญญาตรีมากที่สุด ร้อยละ 34



