ข่าว

ภริยาพนิชกลับจากกัมพูชาเเล้วงดพูด

ภริยาพนิชกลับจากกัมพูชาเเล้วงดพูด

03 ม.ค. 2554

ภริยา"พนิช"กลับจากกัมพูชาเเล้วงดพูดหลังจากไปเยี่ยมสามี "สุเทพ"เผยดูท่าทีก่อนยอมรับเสียเปรียบ พันธมิตรฯทยอยถึงตลาดโรงเกลือ พักค้างในตลาดเทศบาล 2 หน้าทางเข้าตลาดโรงเกลือ เตรียมเปิดเวทีปราศรัย ด้านทหารกัมพูชาขนอาวุธตรึงกำลังกว่า 300 นาย แน่นพื้นที่ชายแดน ขู

(3ม.ค.) เมื่อเวลา 16.40 น. นางพัชรีภรณ์ วิกิตเศรษฐ์  ภรรยานายพนิช วิกิตเศรษฐ์ ส.ส. กทม. พรรคประชาธิปัตย์  เดินทางกลับจากกรุงพนมเปญ ถึงท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ด้วยสายการบินบางกอกแอร์เวย์ เที่ยวบินที่ PG 934 พนมเปญ- สุวรรณภูมิ แต่นางพัชรีภรณ์ ได้หลบผู้สื่อข่าวที่รอสัมภาษณ์ออกไปในช่องพิเศษ ที่ทางเจ้าหน้าที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมินำเดินทางออก โดยไม่มีการให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนแต่อย่างใด ผู้สื่อข่าวได้พยายามติดต่อทางโทรศัพท์มือถือของนางพัชรีภรณ์  แต่นางนางพัชรีภรณ์ ตอบว่า "ไม่สะดวกที่จะให้สัมภาษณ์ " จากนั้นจึงตัดสายไปทันที

 ต่อมาเวลา 17.40 น. นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯ ให้สัมภาษณ์หลังเดินทางกลับจากอ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี ถึงคำแนะนำของนายบรรหาร ศิลปอาชา อดีตนายกฯ ที่แนะนำให้นายสุเทพ ได้คุยส่วนตัวกับสมเด็จฮุน เซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา หรือผู้ใหญ่ในรัฐบาลกัมพูชาเพื่อขอให้ปล่อยตัว 7 คนไทย ที่ถูกกัมพูชาจับกุมไว้ข้อหาบุกรุกดินแดน เมื่อวันที่ 29 ธ.ค.2553ที่ผ่านมาว่า พยายามหาช่องทางที่ติดต่ออยู่ มันก็ไม่ง่ายเท่าใด อย่าลืมว่า เราอยู่ในสถานะทีเสียเปรียบนิดหน่อย ในข้อเท็จจริง ฉะนั้น ค่อยข้างยากลำบาก แต่จะพยายามติดต่อไป   เมื่อถามว่า จะโทรศัพท์สายตรงถึงสมเด็จฮุนเซนหรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า ตนไม่เคยโทรสายตรงถึงใคร

 เมื่อถามว่า นายสุเทพหรือนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี จะบินไปเจรจาด้วยตัวเองหรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า ยังไม่ทราบ รอดูท่าทีกัมพูชาก่อน เเต่ตนยินดีทั้งนั้น หากทำให้คนไทยมีอิสระภาพ ตนยินดีทำ แต่ต้องดูว่า เหมาะสมและสมควรหรือไม่  เมื่อถามว่า คนที่จะเจรจากับกัมพูชานั้น นอกจากนายกษิต ภิรมย์ รมว.ต่างประเทศแล้ว จะมีผู้ใหญ่คนอื่นที่สูงกว่านายกษิตติดต่อไปหรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า  ยังไม่ทราบ ลองพยายามก่อนว่า จะยอมรับให้มีการเจรจากันในระดับที่สูงกว่านี้หรือไม่ เราต้องดูท่าทีกัมพูชาเป็นสำคัญ

 เมื่อถามว่า ขั้นตอนของ 7 คนไทยนั้น ตอนนี้อยู่ในขั้นตอนอัยการกัมพูชาก่อนที่จะส่งให้ศาลพิจารณา หากคุยในขั้นตอนนี้จะง่ายกว่าหรือไม่  นายสุเทพ กล่าวว่า  ยังตอบไม่ได้ อยู่ที่กัมพูชาเป็นสำคัญ ตนได้แต่ภาวนาขอให้ผู้นำกัมพูชาคิดถึงเรื่องที่จะได้สร้างสัมพันธไมตรีที่ดีต่อกัน เราเพิ่งได้ฟื้นความสัมพันธ์ในระดับก้าวหน้ายิ่งขึ้นหลังจากที่นายกฯและสมเด็จฮุน เซนพบกัน 2 ครั้งหลัง ตนหวังว่า ผู้นำกัมพูชาจะคิดถึงเรื่องนี้มากเป็นพิเศษ รอให้พ้นช่วงปีใหม่ และดูท่าทีว่าท่าทีจะพัฒนาในทางที่ดีขึ้นหรือไม่

 เมื่อถามว่า จะปล่อยให้เรื่องนี้ขึ้นสู่การพิจารณาของศาลกัมพูชาก่อนใช่หรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า ไม่ปล่อย อะไรทำได้ก็พยายามทำแต่เรื่องทั้งหมดเป็นเรื่องอธิปไตยและกระบวนการยุติธรรมของกัมพูชา ซึ่งไทยต้องให้ความเคารพ หากเหตุการณ์เกิดขึ้นในไทยก็เป็นเรื่องของไทย อย่างไรก็ตาม จะอาศัยความเป็นเพื่อนบ้านหากมีอะไรผิดใจกันบ้าง และเพิ่งฟื้นความสัมพันธ์ที่ดีกันบ้างแล้ว ช่วงนี้อยู่ในช่วงฟื้นความสัมพันธ์และทำท่าว่าจะไปได้ดี ก็ต้องอาศัยประเด็นนี้เป็นต้นทุนการพูดคุย

 เมื่อถามว่า ตอนนี้มีการพูดถึงสถานภาพ ส.ส.ของนายพนิช หากต้องคำพิพากษาของศาลกัมพูชาให้จำคุก นายพนิช ต้องพ้นจากการเป็น ส.ส.ใช่หรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า บ้านเราดีอยู่อย่าง ใครสงสัยอะไรก็แสดงความเห็นและพูดได้หมด พูดไปต่างๆ นาๆ  คนที่จะตอบข้อสงสัยในประเด็นนี้คือองค์กรอิสระ เช่น กกต. ศาลรัฐธรรมนูญเป็นผู้ที่จะวินิจฉัย  เมื่อถามว่า ครอบครัวของนายพนิชจะขอยื่นประกันตัว นายสุเทพ กล่าวว่า ระบบศาลทุกประเทศนั้น การประกันเป็นหลักการที่ศาลต้องรับไปพิจารณา เพราะการปะกันตัวคือให้โอกาสผู้ต้องหามีโอกาสต่อสู้คดี

 เมื่อถามว่า ทราบข่าวเรื่องคลิปภาพและเสียงของนายพนิชที่เผยเเพร่แล้วหรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า เรียนแล้วว่า ข้อเท็จจริงที่แท้จริง นายพนิช และคณะทราบดี เราทั้งหลายไม่ได้ไป แต่จากรายงานข่าวมันเป็นไปในแนวทางนั้น ตนก็บอกไปแล้วว่า มันทำให้เราเสียเปรียบ ที่ผ่านมาตนเคยขอความร่วมมือกัมพูชา เพื่อขอตัวนักโทษมุสลิม จากจังหวัดชายแดนภาคใต้ 2 คน มารับโทษ ซึ่งสมเด็จฮุน เซน ก็ส่งให้มา เรื่องนี้มันก็มีข้อยกเว้นหรือการอภัยโทษ ล่าสุดกรณี 3 คนไทยที่พลัดหลงเข้าไปในกัมพูชา ก็มีการติดต่อและได้คนไทยคืนกลับมา เรื่องนี้มันต้องอดทน เพราะเรื่องนี้มันแล้วแต่กัมพูชาว่ามีใจกับไทยแค่ไหน

 เมื่อถามว่า ในการประชุมครม.วันพรุ่งนี้(4ม.ค.)จะนำเรื่องของนายพนิช และ 6 คนไทยมาหารือหรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า ยังไม่ได้คุย ต้องรอดูว่า วันพรุ่งนี้จะคุยอะไรกันบ้าง   เมื่อถามว่า กระทรวงการต่างประเทศจะรายงานเรื่องนี้อย่างไรบ้าง นายสุเทพ กล่าวว่า  น่าจะรายงานสถานการณ์ปัจจุบัน  เมื่อถามว่า วันที่4 ม.ค.กลุ่มคนไทยหัวใจรักชาติ จะไปชุมนุมกันที่ จ.สระแก้ว นายสุเทพ กล่าวว่า ตนไม่ค่อยกล้าให้ความเห็นเรื่องของกลุ่มพันธมิตรฯ เพราะอาจเข้าใจในประเด็นที่ไม่เหมือนกัน ตนคิดว่าการกดดันกัมพูชาไม่น่าจะมีผลดี  เมื่อถามว่า ตอนนี้ไทยเสียเปรียบ หากมีการชุมนุมของกลุ่มดังกล่าวจะมีความเหมาะสมหรือไม่ นายสุเทพ หัวเราะ และกล่าวว่า เรียนแล้วว่า จะพยายามให้กลุ่มพันธมิตรฯ โกรธตนใช่หรือไม่ ย้ำว่า เรื่องพันธมิตรฯ ถามไม่ได้ ตอบไม่ได้

พธม.ถึงตลาดโรงเกลือทหารเขมรขนอาวุธตรึง

 เมื่อเวลา 17.00 น.ที่ตลาดเทศบาล 2 หน้าทางเข้าตลาดโรงเกลือ บ้านคลองลึก ต.อรัญประเทศ อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว ได้มีกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยหรือกลุ่มเครือข่ายคนไทยหัวใจรักชาติ ซึ่งเดินทางออกมาจากหน้าทำเนียบรัฐบาลเมื่อเวลาประมาณ 12.00 น.ได้เดินทางมาโดยรถยนต์ตู้และรถยนต์ส่วนตัวหลายสิบคัน ทยอยเดินทางเข้ามาที่ลานจอดรถตลาดเทศบาล 2

 จากนั้นมีการนำอาหารที่เตรียมมาออกมากินกัน ท่ามกลาง จนท.ตำรวจ สภ.คลองลึก และ จนท.ทหารพราน ร้อย ทพ. 1206 ดูแลรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด ซึ่งจากการสอบถามทราบว่าแกนนำยังเดินทางมาไม่ถึง และขณะนี้กลุ่มเครือข่ายกำลังทยอยเดินทางมาสมทบคาดว่าจะมีมากว่า 2,000 คน และจะมีการเปิดปราศรัยโดยใช้รถติดเครื่องเสียง เพื่อโจมตีรัฐบาลกัมพูชา และบีบให้รัฐบาลกัมพูชาปล่อยตัว 7 คนไทย ส่วนการจะไปประท้วงที่สถานกงสุลใหญ่กัมพูชา ประจำอรัญประเทศ ซึ่งอยู่ห่างจากตลาดเทศบาล 2 ประมาณ 200 เมตร นั้นต้องรอแกนนำมาประชุมและดูท่าทีก่อน ส่วนจะลงพื้นที่ บ้านหนองจาน ต.โนนหมากมุ่น อ.โคกสูง จ.สระแก้ว นั้น กลุ่มคนไทยหัวใจรักชาติบอกว่าคงจะต้องมาประชุมเพื่อดูท่าทีก่อนเนื่องจากรู้ว่ามีชาวบ้าน อ.โคกสูง เตรียมจะต่อต้าน

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทหารกองพัน ปชด.503 ประเทศกัมพูชาได้มีการเรียกประชุมผู้นำหน่วยในพื้นที่ เพื่อเน้นย้ำให้ทหารกัมพูชาป้องกันไม่ให้กลุ่ม พธม.ลุ่มล้ำข้ามเขตแดนเข้ามาในประเทศกัมพูชาโดยเด็ดขาด หากมีการฝ่าฝืนให้ทำการจับกุมดำเนินคดีทันที

 สำหรับบรรกาศบริเวณแนวชายแดน ตรงข้าม อ.โคกสูง จ.สระแก้ว ซึ่งอยู่ตรงข้ามกับบ้านหนองจาน อ.โอวจโรวด จ.บันเตียเมียนเจย มีกองกำลังทหารกัมพูชา ตรึงกำลังตามหน้าแนวชายแดนจำนวน 300 นาย พร้อมอาวุธปืนเอ็ม 16 อากา และอาพีจี

 ส่วนด้านทหารไทยได้มีกำลัง ตำรวจตระเวนชายแดน จำนวน 2 กองร้อยดูแลความสงบเรียบ และไม่ยินยอมให้รถของผู้ชุมนุม และประชาชนทั่วไปวิ่งผ่านถนนศรีเพ็ญ ซึ่งเป็นถนนเรียบแนวชายแดน ตั้งแต่ ต.ป่าไร่ อ.อรัญประเทศ- อ.ตาพระยา จ.สระแก้ว เนื่องจากเป็นพื้นที่หน้าแนวที่มีเขตติดต่อกับประเทศกัมพูชา ซึ่งเกรงว่าจะเกิดปัญหาด้านความปลอดภัย

ก.ต่างประเทศพร้อมประกันตัว7คนไทย

 นายธานี ทองภักดี รองอธิบดีกรมสารนิเทศ กระทรวงการต่างประเทศ ให้สัมภาษณ์ผ่านรายการ "เก็บตกจากเนชั่น ช่วงค่ำ"ว่า ยัง ตอนนี้เรากำลังรอจากศาลอยู่ว่าจะเรียกไต่สวนเมื่อไหร่ ซึ่งอาจจะเป็นพรุ่งนี้ก็ได้ หรืออาจจะเป็นหลังจากนั้น แต่คงจะชัดเจนขึ้นในวันพรุ่งนี้

 ถามว่า เป็นที่แน่นอนแล้วว่าคดีนี้ต้องขึ้นสู่กระบวนการพิจารณาของศาลกัมพูชาแน่ นายธานี กล่าวว่า เมื่อปลายสัปดาห์ที่ผ่านมาทางผู้พิพากษาได้ไต่สวนในเบื้องต้น คือกระบวนการยุติธรรมของกัมพูชาเขายึดระบบของฝรั่งเศส ผู้พิพากษาจะทำทั้งหน้าที่ในการตรวจข้อเท็จจริงในเบื้องต้นและออกนั่งบัลลังค์ด้วย  เพราะฉะนั้นในเบื้องต้นผู้พิพากษา เท่าที่ทางเราได้รับข้อมูลได้ไต่สวนในเบื้องต้นแล้ว ซึ่งตอนนี้กำลังรอว่าทางศาลจะไต่สวนเมื่อไหร่ เมื่อศาลได้ไต่สวนแล้ว ขั้นตอนต่อไปในส่วนของไทยสามารถทำได้คือเรื่องของการขอประกันตัว 7 คนไทย 

 ถามว่า ที่ผ่านมาได้มีความพยายามเจรจา พอที่จะระบุหรือยืนยันได้หรือไม่ว่าจะมีข่าวดีเกิดขึ้น นายธานี กล่าวว่า ผมคิดว่าทุกคนก็หวังว่า ทางฝ่ายกัมพูชาเขาจะเข้าใจถึงสภาพแวดล้อมที่เกิดขึ้น เนื่องจากผู้นำทั้ง 2 ประเทศ ทั้งนายกรัฐมนตรีไทยและกัมพูชา เคยหารือกันในเบื้องต้นว่า ถ้าเกิดมีการพลัดหลงของคนในพื้นที่โดยเฉพาะชาวบ้าน โดยไม่ตั้งใจก็ไม่ควรจะดำเนินคดี ไม่ควรเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม แต่ควรจะให้หน่วยงานในพื้นที่หารือกันและให้มีการปล่อยตัวโดยเร็ว ดังนั้นจากการประสานของเราในทุกระดับ เราก็คาดหวังว่า ทางฝ่ายกัมพูชาเขาจะตระหนักถึงข้อนี้

 ถามว่า เป็นเพราะหนึ่งใน 7 คนไทย มีตำแหน่งเป็น ส.ส.ด้วยหรือไม่ จึงทำให้ไม่เข้าข่ายการเจราว่าจะผ่อนปรน ยืดหยุ่นซึ่งกันและกัน นายธานี กล่าวว่า 1 ใน 7 จะเป็น ส.ส.หรือไม่ ผมคิดว่า ไม่น่าจะเป็นประเด็นหลัก ประเด็นคือเป็นคนไทย 7 คนที่พลัดหลงเข้าไป สถานภาพของคนไทยก็คือไม่ว่าเป็นใส่หมวก สวมหมวกอะไรอยู่ก็เป็นคนไทยที่พลัดหลงเข้าไป เราหวังว่าทางการกัมพูชาจะให้ความเป็นธรรม ทั้ง 7 คน 

 ถามว่า วันนี้ภรรยาของนายพนิช ได้เข้าเยี่ยม ตอนนี้สภาพความเป็นอยู่ของทั้ง 7 คนไทยที่เรือนจำเป็นอย่างไรบ้าง นายธานี กล่าวว่า เมื่อเช้าวันนี้เวลา 10.00 น.ทางการกัมพูชาอนุญาตให้ทางญาติและมิตรสหาย ทั้ง 7 คนได้เข้าไปเยี่ยมด้วย ซึ่งตอนนี้ยังไม่ได้รับรายงานว่า การพบปะเข้าเยี่ยมเป็นอย่างไร แต่ทางสถานทูตไทย พยายามอำนวยความสะดวกให้กับทั้ง 7 คน  โดย ส่งอาหาร ส่งเสื้อผ้า ยารักษาโรคเข้าไป ตามอัตภาพ

 ถามว่า มีการเคลื่อนไหวของกลุ่มพันธมิตรฯ ให้ทางการกัมพูชาปล่อยตัว 7 คนไทย มองว่า การเคลื่อนไหวเรียกร้องตรงนี้จะมีผลกระทบ ในการที่จะมีการพิจารณาปล่อยตัว นายธานี กล่าวว่า เรื่องนี้ต้องว่าไปตามข้อเท็จจริง และการดันทางการเมืองผมไม่แน่ใจว่าทางกัมพูชาเขาจะมองอย่างไร และอาจจะทำให้การดำเนินคดีในศาลซับซ้อนยิ่งขึ้นหรือไม่ อันนี้คงต้องพิจารณาดูด้วย

 ถามว่า ถ้าพรุ่งนี้คดีขึ้นศาลจริงๆ แล้วทางการไทยสิ่งที่จะช่วยเหลือได้เร็วที่สุด คือการยื่นประกันตัว เรื่องของหลักทรัพย์ หรือว่าเงือนไขในการประกันตัว คือถ้าขอประกันตัวได้ คงต้องอยู่ในพื้นที่ของกัมพูชา นายธานี  กล่าวว่า ใช่ ถ้าทางการกัมพูชาอนุญาติให้ประกันตัว ต้องดูว่าเงื่อนไขเป็นอย่างไร แต่จากประสบการณ์ที่ผ่านมา คงให้อยู่ในกัมพูชา ไม่ให้ไปไหน ส่วนเรื่องหลักทรัพย์ในการประกันตัว  สถานทูตพร้อมให้ความช่วยเหลืออยู่แล้ว

ชี้โทษคนไทยถูกจับกุมขั้นต่ำจำคุก6เดือน
 
 บรรยากาศการค้าการท่องเที่ยวที่จุดผ่านแดนถาวรช่องสะงำ ตำบลไพรพัฒนา อำเภอภูสิงห์ จังหวัดศรีสะเกษ  ยังคงมีชาวไทยชาวกัมพูชาข้ามพรมแดนซื้อหาของขวัญปีใหม่ โดยไม่ได้ให้ความสนใจกับข่าวการจับกุมคนไทยทั้ง 7คน ด้านฝั่งจังหวัดสระแก้วแต่อย่างใด

 นายหัตถชัย เพ็งแจ่ม ประธานการค้าการท่องเที่ยวตลาดช่องสะงำ กล่าวว่า  ได้เดินทางเข้า จังหวัดเสียมราฐ ประเทศกัมพูชา ซึ่งนักธุรกิจชาวเสียมราฐกัมพูชา ก็สอบถามตนและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเรื่องกรณีที่คนไทย 7 คน ถูกจับ  ทราบว่าแท้จริง ทางทหารกัมพูชาไม่อยากจับกุม แต่การที่คนไทยได้ซึ่งเข้าประเทศอย่างผิดกฏหมาย ท้าทายให้เกิดการจับกุมเรื่องจึงลุกลามออกไป

 "กรณีอย่างนี้อย่างน้อยต้องติดคุก6 เดือน หากต้องการพ้นผิดต้องตั้งทนายความตามกระบวนการยุติธรรมของกัมพูชา หรือหากจะให้ความช่วยเหลือก็ต้องมีการประสานในระดับผู้นำรัฐบาลเท่านั้น ถึงจะสามารถช่วยได้" นายหัตถชัย กล่าว

นายคูณ คงตางาม อายุ 54 ปี ที่ปรึกษาตลาดช่องสะงำ กล่าวว่า กรณีคนไทยถูกจับกุม ไม่มีผลกระทบต่อการค้า การท่องเที่ยว ที่จุดผ่านแดนถาวรช่องสะงำแต่อย่างใด ยังคงมีคนกัมพูชาเดินทางข้ามาจับจ่ายใช้สอย ซื้อหาเครื่องอุปโภคบริโภคที่มีความจำป็นต่อชีวิตประจำวัน