
คำมั่นสัญญา
วันที่ 29 ธันวาคม 2553 ส่งท้ายปีที่ผ่านมา พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ นำนายตำรวจเข้าอวยพรและรับพรปีใหม่จาก พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ
วันนั้น พล.อ.เปรม ค่อนข้างอารมณ์ดี ทักทายนายตำรวจหลายคน โดยเฉพาะ พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ ผบก.น.1 ตอนแรก ผู้การแต้ม ใจไม่ดี เพราะประธานองคมนตรีพูดขึ้นในตอนต้นว่า นั่งรถผ่านแยกยมราช เลยคิดว่าลูกน้องตัวเองไปทำเรื่องเข้าให้แล้ว
จากนั้นท่านประธานองคมนตรีก็กล่าวต่อว่า ได้เหลือบไปเห็นป้าย "นครบาล 1 พึ่งได้" ตรงป้อมตำรวจ พร้อมกับถามหา พล.ต.ต.วิชัย ว่ามาหรือเปล่า เมื่อยกมือรายงานตัว พล.อ.เปรม ก็บอกว่า คุณวิชัยทำดี เป็นเรื่องที่ดี อยากให้ตำรวจทั่วประเทศทำตาม เอาเป็นเยี่ยงอย่าง
"ตำรวจพึ่งได้ประชาชนก็อุ่นใจ มีข้อมูลอะไรก็มาบอกตำรวจ วิชัยทำความดี ไม่ต้องให้ใครมาโฆษณา อยากให้ตำรวจทั้งประเทศทำอย่างวิชัย"
เล่นเอาผู้การแต้มถึงกับยืนตัวแข็ง
ความจริง ผบก.น.1 คนเดียวทำงานไม่สำเร็จหรอก ถึงจะมีความคิดดีๆ แต่ต้องได้ทีมงานและลูกน้องที่ขยัน รับไม้ต่อได้ จึงมีผล
ว่าไปแล้วคำชมของ พล.อ.เปรม ยิ่งตอกย้ำเป็นเสมือนสัญญาประชาคมของตำรวจนครบาล 1 ที่พยายามจะรับใช้ประชาชน
ผบก.น.1 เคยให้คำนิยาม "นครบาล 1 พึ่งได้" ซึ่งมีความหมายมากกว่าตัวหนังสือ เพราะคือคำมั่นที่ตำรวจนครบาล 1 จะปรับปรุงตัวในทุกรูปแบบ ต้องทำให้ได้จริง ไม่ว่าการปรับปรุงองค์กรตั้งแต่อาคารสถานที่ สะอาดน่าอยู่ ปรับคนให้พร้อมทำหน้าที่รับใช้ประชาชน ไม่ว่างานบริการ ที่จากนี้ไปตำรวจต้องไม่ทำตัวเป็นนายประชาชน แต่จะเป็นผู้รับใช้ให้บริการ, รวดเร็ว การบริการต้องฉับไว รวมถึงการอำนวยความยุติธรรม ทุกคนต้องได้รับความยุติธรรมตามกฎหมายที่มีมาตรฐานเดียวกัน
นี่อาจจะเป็นฤกษ์ดีสำหรับสำนักงานตำรวจแห่งชาติก็ได้ เพราะเมื่อประธานองคมนตรีออกมาพูดชมเช่นนี้ ตำรวจทั่วประเทศก็น่าจะเริ่มจากแนวคิดที่ว่า ประชาชนคือนาย ทำงานด้วยความมุ่งมั่น ละเลิกจากผลประโยชน์
ถ้า "นครบาล 1 พึ่งได้" เป็นโครงการนำร่อง ก็น่าจะสอดคล้องกับนโยบายที่ ผบ.ตร.เคยให้ไว้ ถ้าตำรวจทั่วประเทศมีไอเดียเพื่อชาวบ้าน วันหนึ่งชาวบ้านก็จะมีผลสะท้อนกลับมาให้ตำรวจอย่างคาดไม่ถึงเช่นกัน!!



