ข่าว

องอาจดันกม.คุ้มครองสื่อเข้าครม.พรุ่งนี้

องอาจดันกม.คุ้มครองสื่อเข้าครม.พรุ่งนี้

03 ม.ค. 2554

(3ม.ค.) นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า วันอังคารพรุ่งนี้ ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี จะมีการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิเสรีภาพและส่งเสริมมาตรฐานวิชาชีพสื่อมวลชน

ซึ่งเป็นร่างพระราชบัญญัติที่ผ่านการพิจารณาขององค์กรผู้ประกอบวิชาชีพสื่อ รวมตัวกันยกร่างและมอบให้นายกรัฐมนตรีเพื่อเสนอต่อคณะรัฐมนตรีพิจารณา ก่อนจะบรรจุในระเบียบวาระเพื่อพิจารณาที่รัฐสภาต่อไป

 หลักการสำคัญที่ให้มีการตรากฎหมายฉบับนี้ ด้วยเหตุผลที่ว่า มาตรา 46 ของรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2550 ได้บัญญัติให้ลูกจ้างของเอกชน ที่ประกอบกิจการหนังสือพิมพ์  วิทยุกระจายเสียง  วิทยุโทรทัศน์  หรือสื่อมวลชนอื่น ย่อมมีเสรีภาพในการเสนอข่าว และแสดงความคิดเห็นภายใต้ข้อจำกัดของตามรัฐธรรมนูญโดยไม่ตกอยู่ภายใต้อาณัติของหน่วยราชการ หน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจ หรือเจ้าของกิจการ แต่ต้องไม่ขัดต่อจริยธรรมของการประกอบอาชีพ และมีสิทธิ์จัดตั้งองค์กรเพื่อปกป้องสิทธิ เสรีภาพและความเป็นธรรม ร่างกฎหมายฉบับนี้มีอยู่ 7 หมวด ด้วยกัน คือ

 การคุ้มครองสิทธิ เสรีภาพ ของผู้ประกอบวิชาชีพสื่อมวลชน จริยธรรมของผู้ประกอบวิชาชีพสื่อมวลชน คณะกรรมการคุ้มครองสิทธิ เสรีภาพ และส่งเสริมมาตรฐานผู้ประกอบวิชาชีพสื่อมวลชน สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองสิทธิ เสรีภาพ และส่งเสริมมาตรฐานผู้ประกอบวิชาชีพสื่อมวลชนการวินิจฉัยเรื่องร้องเรียน มาตรการส่งเสริมมาตรฐาน ผู้ประกอบวิชาชีพสื่อมวลชน และโทษทางปกครอง

 นายองอาจ กล่าวอีกว่า สำหรับในเรื่องจริยธรรม ของผู้ประกอบวิชาชีพสื่อมวลชน ได้บัญญัติให้มีรายละเอียดอย่างน้อย 5 ข้อ คือ การเสนอข่าวเพื่อประโยชน์สาธารณะ , การเสนอความจริงด้วยความถูกต้องและครบถ้วนรอบด้าน , การให้ความเป็นธรรมต่อผู้ตกเป็นข่าว , การเคารพสิทธิมนุษยชน ของผู้ที่เกี่ยวข้องในข่าว การซื่อสัตย์ สุจริตต่อวิชาชีพสื่อมวลชน และไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อน การจัดทำข้อบังคับเรื่อง จริยธรรม เป็นเรื่องที่องค์กรวิชาชีพสื่อมวลชน จะจัดทำกันขึ้นมาเอง โดยผู้ประกอบวิชาชีพสื่อ ขณะเดียวกันหากผู้ประกอบวิชาชีพสื่อมวลชนได้รับความเสียหายจากการละเมิดสิทธิ์ ก็สามารถยื่นเรื่องร้องเรียนต่อคณะกรรมการ และในระหว่างการพิจารณา คณะกรรมการอาจสั่งให้ใช้มาตรการคุ้มครองผู้ถูกละเมิดสิทธิ์ เป็นการชั่วคราว เพื่อบรรเทาความเสียหายก็ได้

 นายองอาจกล่าวเพิ่มเติมว่า ร่างกฎหมายนี้ เกิดขึ้นจากความร่วมมือของผู้ประกอบวิชาชีพสื่อ รัฐบาลไม่ได้เป็นผู้ยกร่างหรือแทรกแซง การยกร่างกฎหมายแต่อย่างใด รัฐบาลมีภาระหน้าที่เพียงส่งเสริมสนับสนุน ให้มีการนำร่างกฎหมายเข้าสู่การพิจารณา ตามขั้นตอน และกระบวนการของการออกกฎหมายเท่านั้น และเชื่อว่ากฎหมายนี้ น่าจะเป็นประโยชน์ต่อพัฒนาการของผู้ประกอบวิชาชีพสื่อมวลชนโดยทั่วไป