
บช.ก.ต้องอยู่ภายใต้กฎหมายนวัตกรรมตำรวจ..แนว "พงศ์พัฒน์"
หยุด!...กลับหลังหัน เริ่มกันใหม่ เพื่อการรับใช้ที่ดีกว่า เปิดตัวได้อย่างหวือหวากับสร้างภาพลักษณ์ใหม่ของวงการตำรวจ ภายใต้การบริหารงานตำรวจยุคใหม่ตามแนวทางของมือปราบชื่อกระฉ่อนโลก พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ ผู้บัญชาการกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ที่เพิ่งจะ
ตลอดระยะเวลากว่า 26 ปีของการทุ่มเทนวัตกรรมใหม่ๆ ของการสืบสวนสอบสวนตามแนวทางของ พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ เป็นเครื่องพิสูจน์แล้วว่า เป็นแนวทางที่ถูกต้องและเป็นที่ยอมรับของตำรวจนานาชาติ กำลังจะเป็นต้นแบบให้ตำรวจในสังกัดได้ปฏิบัติตาม
-ตำรวจสอบสวนกลางมีการปรับเปลี่ยนยกเครื่องกันใหม่แล้ว
ผมเพียงแค่อยากจะเปลี่ยนตำรวจให้เป็นไปในแนวทางที่ถูกต้อง ซึ่งตำรวจในระบอบประชาธิปไตยมีสิ่งที่ต้องคิดคำนึงมากว่าเมื่อก่อน ทั้งเรื่องสิทธิมนุษยชน สิทธิสตรี สิทธิเด็ก ตลอดจนสิทธิด้านสิ่งแวดล้อม เป็นต้น ไม่ต่างจากการปรับเปลี่ยนแนวทางของรัฐ ที่แต่เดิมจะใช้วิธีบังคับจัดการ ก็เปลี่ยนมาเป็นการส่งเสริมในทิศทางที่ถูกต้อง
-จึงเป็นที่มาของสโลแกน ตำรวจต้องกลับหลังหัน
ใช่ คือต้องปรับเปลี่ยน กลับหลังหัน ตอนแรกที่เริ่มทำก็ค่อนข้างหนักใจ เพราะมีปัญหามากมาย แต่พอมาประเมินด้วยการเชิญตำรวจระดับรองผู้บังคับการจนถึงสารวัตรจากทุกส่วนมาสอบถามความคิดเห็น คือ ให้โอกาสเขาพูดแล้วเราฟัง กลับเป็นสิ่งที่พวกเขาให้ความสนใจที่จะปรับเปลี่ยน 99 เปอร์เซ็นต์
-แล้วทำไมตำรวจเหล่านั้นเพิ่งรู้สึกว่าอยากเปลี่ยนแปลง
ผมไม่รู้ เรายังไม่มีการศึกษาวิจัยในเรื่องนี้ เพราะไม่มีใครรู้ว่า สิ่งที่ทำอยู่มันผิดถูกอย่างไร จนกระทั่งเรามากระตุ้นพวกเขา ตามคอนเซ็ปต์ ตำรวจต้องเปลี่ยนแปลง คือ อันดับแรกต้องทำให้ตำรวจเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันให้ได้ในเวลาอันจำกัด ก็ยอมรับว่าทำได้ยาก แต่ก็ออกคอนเซ็ปต์ไปแล้วว่า 1.ตำรวจต้องกลับหลังหัน 2.ต้องฟังกันนับถือกัน และ 3.ใส่ความรู้ที่ถูกต้องให้เขา
เช่น บางคนชอบทำงานสืบสวน ก็ให้หลักในการสืบสวนในหลักการแนวทางที่ถูกต้อง ซึ่งสอนจากการทำงาน การทำข้อมูลที่ถูกต้อง การเก็บข้อมูลที่ถูกต้อง คือตำรวจสอบสวนกลางต้องทำอะไรที่ถูกต้อง เพราะข้อมูลเราต้องเชื่อมโยงกับต่างประเทศ การจัดเก็บข้อมูลต้องถูกต้อง ทำอะไรที่ถูกต้อง อย่างการทำงานของตำรวจน้ำที่ร่วมกับตำรวจแคนาดาทำคดีเกี่ยวกับค้ามนุษย์ที่โด่งดังไปทั่วโลก แต่ของเราไม่เป็นข่าว (หัวเราะ)
-หลักการบริหารตำรวจแนวทางใหม่ต้องให้อิสระทางความคิด
ใช่ ผมจะให้แต่ละหน่วยมีอิสระทางความคิด คนรุ่นใหม่ระดับผู้บังคับการ คุณต้องเป็นใหญ่ มีความคิดอิสระ คนรุ่นเก่าอย่างผมต้องถอยออกมา อย่างตำรวจท่องเที่ยวที่ร่วมกับร้านเซเว่นอีเลฟเว่น เพื่อเป็นช่องทางให้นักท่องเที่ยวต่างชาติแจ้งเหตุร้าย ก็เท่ากับว่าเรามีตู้ยามท่องเที่ยว 5,000 แห่งทั่วประเทศ ลักษณะการทำงานแบบนี้ เรียกว่า “นวัตกรรม” ซึ่งตำรวจะมีอยู่ 2 ลักษณะ คือ ตำรวจตามประเพณีดั้งเดิม และตำรวจที่ค้นพบใหม่ ไม่ได้คุยนะว่าการที่ตำรวจร่วมกับร้านเซเว่นอีเลฟเว่น มันเป็นนวัตกรรมของโลก อย่างที่ต่างประเทศช่วยแก้ปัญหาคอรัปชั่นที่ตำรวจจะเข้าไปกินฟรีในร้านอาหาร
-จะมีการสร้างนวัตกรรมการสอบสวนด้วย
ส่วนนวัตกรรมการสอบสวนเป็นเรื่องจุลภาค เดิมทีตำรวจสอบสวนตามกฎหมาย แต่การนวัตกรรมจะใช้ศาสตร์ตำรวจเข้ามา และต้องอยู่ภายใต้กฎหมายโดยไม่มีข้อแม้ ด้วยการที่เอาความรู้ใส่สมองตำรวจอีกนิด อย่างที่ผ่านมา ก็ทำหนังสือสำรวจตำรวจถึงองค์ความรู้ในการซักถามผู้หญิง และเด็ก หากพบว่าองค์ความรู้ขาดหายไป ก็จะหาตำราใหม่ๆ ทั้งในไทยและต่างประเทศมาเพิ่มเติมความรู้ให้
แนวคิดการสอบสวนแบบใหม่จะอยู่ภายใต้กฎหมายโดยไม่มีข้อแม้ จะไม่มีการซ้อมทรมานผู้ต้องหาเลย(เสียงเข้ม) ที่สำคัญตำรวจไม่มีสิทธิ์แตะตัวผู้ต้องสงสัยเลยด้วยซ้ำ แม้ว่าที่ผ่านมาจะมีตำรวจชั้นผู้ใหญ่บอกว่า ตำรวจฝรั่งก็มีการซ้อมผู้ต้องหา ผมทำงานร่วมกับตำรวจฝรั่งมากว่า 20-30 ปี บอกเลยว่าไม่มี อาจจะมีแต่ตำรวจไม่ดี
-ยากไหมที่จะปรับเปลี่ยนวิธีการสอบสวนที่ยึดถือกันมานานแล้ว
ต้องใช้ความรู้ทางวิทยาศาสตร์มาร่วมสอบสวน ต้องเพิ่มความรู้ในสิ่งที่เป็นปัญหา ตำรวจต้องมีสมอง และมีจิตใจเป็นนักวิทยาศาสตร์ให้มาก สงสัยให้มาก และทำการค้นคว้าหาคำตอบ อย่าง “นาย ก” มีความผิด ต้องค้นคว้าเพื่อให้รู้ว่าเขามีความผิดอย่างไร แล้วเอาหลักฐานมายืนยันความผิดนั้น แต่หากยังใช้วิธีโจรก็จะเกิดแพะ คือเรื่องลักษณะนี้ต้องรีบแก้เสียแต่
-คิดว่าต้องใช้เวลานานหรือไม่
ผมมอง เพราะเรายังไม่มีตำราตำรวจที่เป็นภาษาไทย เท่าที่มีอยู่ก็เขียนจากความรู้สึก เป็นนวนิยายไม่ใช่การค้นคว้าวิจัย แต่หากเป็นภาษาต่างประเทศมีเป็นตั้งๆ โดยเฉพาะตำราตำรวจของประเทศฝรั่งเศส ซึ่งเป็นตำราตำรวจดีๆ หลายเล่ม ผมก็พยายามแปลเท่าที่มีเวลา ผมคิดว่า แค่แปลตำราตำรวจวันละหน้าก็ได้บุญแล้ว(ฮา)
-การเปลี่ยนแปลงภาพลักษณ์ตำรวจแบบกลับหลังหัน จำเป็นต้องเปลี่ยนอุดมคติตำรวจ
ไม่ต้องเปลี่ยนอุดมคติ เพราะดีอยู่แล้ว เพียงแต่เราต้องคอยเฝ้าดูและให้โอกาสพวกเขาทำงานให้มากขึ้น
-ขณะนี้ภาพลักษณ์ตำรวจบางส่วนถูกมองว่าเลือกสี
ผมว่าตำรวจเริ่มเรียนรู้แล้วนะ ว่าถ้าคุณเลือกสีคุณจะเจ็บ เขาจะเริ่มเข้าใจมากขึ้น เพราะเกิดผลกระทบในทางไม่ดี โดยจริยธรรมตำรวจในสิ่งที่พึงกระทำ จะทำไม่ได้ ข้อแนะนำคือ “อย่าไปเลือกเลย” สมัยก่อนตำรวจอเมริกาก็เลือกสีนะ ไม่ว่าจะเป็นพรรคเดโมแครต หรือ พรรครีพับลิกัน แต่สุดท้ายการที่ตำรวจเลือกแล้วก็ไม่เกิดประโยชน์ ยิ่งทำให้ทำงานไม่ได้
-ตำรวจบางคนอาจอ้างสิทธิเป็นประชาชนในเวลานอกราชการ
ก็ได้ แต่ต้องเด็ดขาด เขาจะใส่เสื้อสีแดง หรือ สีเหลือง อยู่ข้างในแล้วเครื่องแบบทับ สุดท้ายเขาก็จะทำตัวลำบากเมื่อต้องถอดเสื้อ เพราะหากวันใดวันหนึ่ง เราร้อน อึดอัด เวลาอยู่ใกล้กลุ่มสีแดง แต่ถอดเสื้อมาเป็นสีเหลืองจะลำบาก ผมว่าสวมเสื้อสีขาวดีกว่า(ฮา)
-ผบช.ก.เปิดตัวโครงการเพื่อการเปลี่ยนแปลงได้อย่างหวือวา มีโครงการลักษณะนี้อีกไหม
กำลังจะมีนิทรรศการตำรวจที่กระทำผิด ซึ่งเป็นแนวคิดจากตำรวจระดับชั้นประทวน ระดับนายสิบเสนอขึ้นมา และเราเห็นความสำคัญในเรื่องนี้ จะเป็นหน่วยงานแรกที่ลุกขึ้นมาทำความสะอาดบ้าน จึงจัดนิทรรศการนี้มาในช่วงหลังปีใหม่ เพื่อมาระดมความคิดกันว่าเราจะทำอย่างไรกัน
-มองแนวโน้มอาชญากรรมในปี 2554 อย่างไร
คงจะยังอยู่ในเรื่องของความขัดแย้ง ในช่วง 10 ปีนี้จะเกิดความขัดแย้งของกลุ่มคนการเมือง เชื้อชาติ ซึ่งเรื่องเหล่านี้จะมีความเปราะบางมากขึ้น ทำให้รัฐต้องสูญเสียงบประมาณในการป้องกันปราบปรามอาชญากรรมจากความขัดแย้งแพงขึ้น



