
ขึ้นบัญชีกะเทยข้าวสารสกัดแต๋วต่างถิ่นก่อคดี
ถนนข้าวสารเส้นทางสายบันเทิง ความยาวเพียง 340 เมตร แต่เป็นที่รู้จักของผู้คนทั่วโลก จนชาวต่างชาติบางคนถึงกับปฏิญาณว่า ชีวิตหนึ่งต้องเดินทางมาถึงถนนสายนี้ให้ได้ เพื่อเติมเต็มสิ่งที่ขาดหายให้ชีวิต
ถนนแห่งการท่องเที่ยวเส้นนี้ อยู่ในเขตพื้นที่ความรับผิดชอบของ สน.ชนะสงคราม นอกจากจะต้องดูแลความสงบเรียบร้อยทั่วๆ ไปแล้ว ยังต้องคำนึงถึงชื่อเสียงในฐานะเป็นเจ้าบ้านอีกด้วย หากนักท่องเที่ยวเหล่านั้นพกประสบการณ์เลวร้ายกลับไปบ้านเมืองของเขา โดยเฉพาะปัญหาที่เกิดจาก "สาวประเภทสอง" หรือ "เลดี้บอย" ซึ่ง สน.ชนะสงคราม ต้องเฝ้าระวังและจับตามมองอย่างใกล้ชิด
"คม ชัด ลึก" ตรวจสอบสองข้างทางของถนนข้าวสาร ที่คับคั่งไปด้วยร้านรวงเปิดให้บริการนักท่องเที่ยวจนเวลาล่วงมาดึกดื่นเที่ยงคืน เริ่มพบเห็นสาวประเภทสองทยอยเข้ามาในถนนเส้นนี้ สายตามองหาสถานบริการที่มีชาวต่างชาติเยอะๆ จะแฝงตัวเข้าไปในร้าน และพยายามใช้สายตาและรอยยิ้มเป็นใบเบิกทางเชิญชวนชาวต่างชาติให้เข้ามาพูดคุยเป็นที่สนุกสนาน และอาจจบลงที่โรงแรมที่ไหนสักแห่ง ซึ่งชาวต่างชาติที่หลงใหลในใบหน้าจำแลงก็เพิ่งประจักษ์พบความจริงว่าเป็นเพศเดียวกับเขา
"เราต้องยอมรับว่า ปัจจุบันสาวประเภทสองของไทยนั้น สวยมาก บางครั้งเรายังมองไม่ออกเลยว่าเป็ผู้หญิงหรือผู้ชาย นับอะไรกับชาวต่างชาติที่กำลังมึนเมาสุรา เขาแยกไม่ออกหรอกว่าเป็นอะไรกันแน่ ส่วนใหญ่ที่เราเจอปัญหาคือ การทะเลาะเบาะแว้งกันระหว่างสาวประเภทสองและชาวต่างชาติที่โรงแรม คือเขามาทราบทีหลังว่าคนที่เขาหมายปองและจะมีความสัมพันธ์ด้วยนั้นเป็นผู้ชาย ซึ่งจะมีการตกลงเจรจาซื้อขายบริการนั้น เราก็ไม่ทราบเพราะเขาไม่ยอมรับ ส่วนอีกกรณีหนึ่งคือ สาวประเภทสองที่คอยหาโอกาสปลดทรัพย์ชาวต่างชาติหลังที่มีเพศสัมพันธ์กันแล้ว หรือบางรายมีการมอมยานักท่องเที่ยวก็มี" พ.ต.อ.ขิง แขวงวิเศษชัยชาญ ผกก.สน.ชนะสงคราม ยอมรับถึงปัญหาที่เคยสร้างความปวดหัวให้เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานไม่น้อยเลยทีเดียว
เนื่องจากกลุ่มคนกลุ่มนี้มีหลายจุดประสงค์ที่เดินทางทางเข้ามา กลุ่มแรกมาเพื่อหาความสนุกสนานรื่นเริงเพียงอย่างเดียว ส่วนอีกกลุ่มหนึ่งเป็นกลุ่มมิจฉาชีพปลอมปนเข้ามาฉกฉวยโอกาสหาผลประโยชน์จากชาวต่างชาติ
พ.ต.อ.ขิง บอกว่า ช่วงแรกๆ มีการจับกุมถี่มาก แต่หลังจากมีการวางแผนป้องกันอย่างรอบคอบ ด้วยการวางสายลับสาวประเภทสองในพื้นที่ให้ช่วยเป็นหูเป็นตา และเริ่มทำทะเบียนประวัติด้วยการเรียกข้อมูลประวัติการก่ออาชญากรรมเดิมว่ามีเข้ามาในพื้นที่บ้างหรือไม่ พร้อมทั้งทำบัญชีสาวประเภทสองขึ้นมาใหม่ ด้วยการทำประวัติกรณีที่เคยกระทำความผิด ตอนนี้เก็บสถิติได้ 98 รายแล้ว และมีการอัพเดทข้อมูลด้วยการเฝ้าสังเกตพฤติกรรมสาวประเภทสองที่ยังไม่ได้แปลงเพศ ไม่มีงานทำเป็นหลักแหล่ง จะตั้งข้อสงสัยเลยว่า เขาต้องการที่จะเข้ามาก่อคดีอาชญากรรมเพื่อหาเงินเอาไปแปลงเพศ หรือหากเขาเหล่านั้นแปลงเพศมาแล้ว เราก็จะดูบัญชีรายรับรายจ่ายว่าเป็นอย่างไร สม่ำเสมอหรือได้มาจากไหน เป็นต้น
"กลุ่มสาวประเภทสองนั้น ส่วนใหญ่จะไม่อยู่ในพื้นที่ใดพื้นที่หนึ่งนานๆ เขาจะหากินเมื่อได้สิ่งที่ต้องการแล้วจะย้ายออกไปนอกพื้นที่ เมื่อไปก่อเหตุจากที่อื่นมาก็มักจะย้อนกลับมาที่เดิมอีก เราจึงพยายามป้องกันทุกวิถีทาง ตอนนี้ยอมรับว่า เราได้รับความช่วยเหลือจากพ่อค้าแม่ค้าที่ถนนข้าวสารอย่างดี ช่วยเป็นหูเป็นตา เพราะคนเหล่านี้รู้ดีว่า หากชาวต่างชาติไม่เข้ามาเที่ยวเพราะความด่างพร้อยตรงนี้ เขาก็ไม่สามารถทำมาหากินได้ ผมอยู่ในพื้นที่พิเศษแบบนี้ต้องทำให้ดีที่สุด โดยเฉพาะดูแลชาวต่างชาติให้เขารู้สึกว่าเหมือนบ้านของเขาเอง" พ.ต.อ.ขิง ย้ำหนักแน่น
แม้ว่าสาวประเภทสองจะมีความพยายามจะก่ออาชญากรรม แต่ "แม็ก เลแวน" ชาวอังกฤษ วัย 46 ปี บอกว่า มาเที่ยวเมืองไทยกว่า 1 สัปดาห์แล้ว และได้เดินทางไปยังสถานที่สำคัญต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นวัดพระแก้ว ตลาดน้ำอยุธยา โดยพักอยู่ที่เกสต์เฮ้าส์แห่งหนึ่งที่ถนนข้าวสาร เคยได้รับคำเตือนจากหลายๆ คนที่เคยมาเที่ยวเมืองไทย ให้ระวังกลุ่มมิจฉาชีพที่เป็นสาวประเภทสองที่ประสงค์ต่อทรัพย์ด้วยวิธีการต่างๆ โดยเฉพาะการมอมยา จะคอยระวัง ไม่ทิ้งขวดเบียร์ไว้กับคนแปลกหน้า ซึ่งก่อนจะเข้าห้องน้ำจะดื่มให้หมดขวดเสียก่อน



