ข่าว

สุวัจน์การันตีจัดศึกโลกต่อ

สุวัจน์การันตีจัดศึกโลกต่อ

04 ม.ค. 2554

คิม ไคลจ์สเตอร์ส และแคโรไลน์ วอซเนียคกี 2 นักหวดชั้นแนวหน้าของโลก หว่านยาหอม ปลื้มขนบธรรมเนียมและวัฒนธรรมไทย ชมเปาะคนไทยใจดี-ยิ้มสวย ด้าน "สุวัจน์ ลิปตพัลลภ" นายใหญ่ลอนเทนนิส ยืนกรานจะจัดรายการระดับโลกเช่นนี้ต่อไป

หลังจากเสร็จภารกิจจากการเข้าร่วมการแข่งขันเทนนิสรายการพิเศษ "84 เวิลด์ เทนนิส อินวิเทชั่น 2011" ที่ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ล่าสุด เมื่อช่วงเช้าวันที่ 2 มกราคม แคโรไลน์ วอซเนียคกี นักหวดสาวมือ 1 ของโลกชาวเดนมาร์กวัย 20 ปี และคิม ไคลจ์สเตอร์ส มือ 3 ของโลกชาวเบลเยียม ผู้ชนะเมื่อเย็นวันเสาร์ที่ 1 มกราคม รวมทั้งครอบครัวของทั้งสองฝ่าย ได้ร่วมกันตักบาตร ณ บริเวณริมหาดหัวหิน ซึ่งทั้งคิมและแคโรไลน์ต่างยกมือไหว้พระและใส่บาตรได้สวยงามถูกต้องตามประเพณีไทย โดยเฉพาะสาวคิมนั้นยกมือไหว้ได้เหมือนคนไทยมาก

 จากนั้นในช่วงสายๆ ประมาณ 10.00 น. นักเทนนิสทั้งสองเดินทางไปยังวัดห้วยมงคล จ.ประจวบคีรีขันธ์ เพื่อกราบไหว้หลวงพ่อทวด องค์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก โดยมีนายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ นายกลอนเทนนิสสมาคม เป็นผู้พาเที่ยวชม ซึ่ง จาดา ลูกสาวของคิมได้ปิดทององค์จำลองที่ด้านหน้า สร้างรอยยิ้มเอ็นดูให้ประชาชนที่พบเห็น ซึ่งนักเทนนิสทั้งคู่ต่างก็ให้ความสนใจรับฟังประวัติองค์หลวงพ่อทวด

 หลังจากนั้น ทั้งหมดได้ลอดใต้ท้องช้าง ที่มีลักษณะเป็นไม้แกะสลักเท่าตัวจริง ซึ่งได้รับการบอกเล่าจากผู้ดูแล ว่าเป็นการสะเดาะเคราะห์ตามความเชื่อของชาวไทย พร้อมทั้งบริจาคเงินทำบุญในตู้ด้านหน้าอีกด้วย ก่อนจะไปกราบพระครูปภัสสรวรพินิจ เจ้าอาวาสวัดห้วยมงคล ซึ่งเจ้าอาวาสก็ได้มอบเหรียญหลวงพ่อทวดและพรมน้ำมนต์ให้แก่นักเทนนิสทั้งสองและครอบครัวด้วย

 ไคลจ์สเตอร์ส กล่าวว่า การมาเมืองไทยครั้งนี้ได้ประสบการณ์ที่ดีกลับไปมากมาย โดยเฉพาะการได้มาวัด เนื่องจากเป็นคนที่ชื่นชอบสิ่งศักดิ์สิทธิ์มานานแล้ว ครั้งนี้อยากมาเช่าพระไปบูชา ซึ่งรู้สึกดีใจและสบายใจเป็นอย่างมาก นอกจากนี้ ยังชื่นชอบคนไทยมากด้วย เพราะคนไทยเป็นคนใจดี ดูแลตนและครอบครัวในการเดินทางมาครั้งนี้อย่างดีเยี่ยม ทำให้ตนและครอบครัวมีความสุขอย่างมากตลอดเวลาที่อยู่ในเมืองไทย

 ทั้งนี้ มีรายงานว่า คิม ในวัย 27 ปีนั้น ก่อนหน้านี้มีโค้ช ซึ่งเป็นคนที่เลื่อมใสในพุทธศาสนามาก และเคยเช่าพระจากวัดไทยในเบลเยียมไปบูชา ทำให้ชีวิตของโค้ชรายนี้ดีขึ้นเรื่อยๆ ทำให้สาวคิมสนใจที่จะเช่าพระไปบูชาบ้าง

 ขณะที่ วอซเนียคกี กล่าวว่า ชื่นชอบวัฒนธรรมไทยมาก เพราะมีความสวยงามและแปลกตา แต่สิ่งที่ประทับใจที่สุด คือ ความใจดีและยิ้มเก่งของคนไทย ถึงแม้ว่าจะเคยมาเมืองไทย 3 ครั้งแล้ว แต่ก็ได้รับประสบการณ์ที่ดีแตกต่างกันไปทุกครั้ง และอยากกลับมาเมืองไทยในทุกครั้งที่มีโอกาส

 ส่วนนายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ นายกลอนเทนนิสสมาคม กล่าวว่า การแข่งขันครั้งนี้ถือว่าประสบความสำเร็จอย่างมาก เนื่องจากนักเทนนิสทั้งสองคนเป็นนักเทนนิสระดับท็อปของโลก สร้างความสนุกสนานให้แฟนเทนนิสในไทย นอกจากนั้นยังช่วยให้ทั่วโลกได้เห็นถึงวัฒนธรรมไทยในวงกว้าง ทั้งการลงนามถวายพระพร การตักบาตรและการไหว้พระ ซึ่งในปีต่อๆ ไปจะจัดการแข่งขันในระดับนี้อีกครั้งอย่างแน่นอน

 สำหรับกิจกรรมต่อไปของสองนักหวดสาวในวันที่ 3 มกราคม ไคลจ์สเตอร์สจะลงเรียนทำอาหารไทยกับโรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล โดยจะไปจ่ายตลาดบริเวณเขาตะเกียบเวลา 08.00 น. เพื่อนำมาทำส้มตำ, ผัดไทย, ต้มยำกุ้ง ก่อนจะเดินทางไปประเทศออสเตรเลียในวันที่ 7 มกราคม เพื่อเตรียมลงแข่งศึกแกรนด์สแลม “ออสเตรเลียน โอเพ่น” ส่วนวอซเนียคกีจะเดินทางไปแข่งขันรายการ “ฮ่องกง เทนนิส คลาสสิก 2011” ระหว่างวันที่ 5-8 มกราคม