ข่าว

อภิสิทธิ์ยันรับมือม็อบเสื้อแดงอย่างนุ่มนวล

อภิสิทธิ์ยันรับมือม็อบเสื้อแดงอย่างนุ่มนวล

06 เม.ย. 2552

"อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ" นายกรัฐมนตรี แถลงผ่านทางสถานีโทรทัศน์แจงความพร้อมรับมืองม็อบเสื้อแดง 8 เม.ย.นี้ ยันจะใช้วิธีนุ่มนวลยึดหลักกฎหมาย ป้องกันไม่ให้เกิดการปะทะหรือกระทบกับสถาบันสูงสุดของประเทศ และยอมไม่ได้ที่จะนำไปสู่สงครามกลางเมืองหรือการปฏิวัติโดยประ

วันนี้ (6 เม.ย.) เมื่อเวลา 20.40 น. นายอภิสิทธิ์  เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี แถลงเกี่ยวกับจุดยืนของรัฐบาลในการดูแลสถานการณ์การชุมนุมของกลุ่มต่างๆ  ผ่านทางสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย และสถานีโทรทัศน์ทุกช่อง  ดังนี้ 

พี่น้องประชาชนที่เคารพรักทุกท่านครับ

วันนี้ขอมาพบกับพี่น้องประชาชนสดอีกครั้งหนึ่ง  เนื่องจากว่าพี่น้องประชาชนจำนวนมากมีความห่วงใยต่อสถานการณ์ของบ้านเมือง โดยเฉพาะอย่างยิ่งความกังวลกับเหตุการณ์การชุมนุม  ซึ่งจะมีการชุมนุมใหญ่ในวันที่ 8 เมษายน หรือในอีก 2 วันข้างหน้า 

ผมอยากจะเรียนกับพี่น้องประชาชนอย่างนี้ครับว่า นับตั้งแต่วันแรกที่ผมได้รับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งให้นายกรัฐมนตรี  ผมได้บอกกับพี่น้องประชาชนว่า ผมจะทุ่มเททำงานให้กับพี่น้องประชาชนทุกคนบนความเสมอภาค และต้องการที่จะนำพาบ้านเมืองประเทศชาติของเราออกจากภาวะวิกฤต  ซึ่งมีทั้งวิกฤตการเมืองและวิกฤตเศรษฐกิจ  3 เดือนที่ผ่านมาจากการทุ่มเททำงานและจากความร่วมมือของพี่น้องประชาชนทำให้บ้านเมืองของเราได้เดินมาไกลพอสมควร  ได้รับความยอมรับ ได้รับความเชื่อถือจากนานาประเทศ  จากประชาคมโลก  และการแก้ไขปัญหาที่เป็นปัญหาพื้นฐานของพี่น้องประชาชน  ซึ่งเป็นความเดือดร้อนมากที่สุดคือวิกฤตเศรษฐกิจ  ก็มีความคืบหน้าไปมาก 

แต่อย่างไรก็ตามครับ  ผมยอมรับว่า ปัญหาความคิดที่แตกต่างหรือความขัดแย้งในเชิงความคิดทางการเมืองยังมีอยู่  และตลอดระยะเวลา 3 เดือนกว่า ๆ ที่ผ่านมา  ผมได้พิสูจน์ให้เห็นว่ารัฐบาลนี้ซึ่งเป็นรัฐบาลที่เป็นประชาธิปไตย พร้อมที่จะให้สิทธิเสรีภาพกับพี่น้องประชาชนที่มีความประสงค์จะแสดงออกในทางการเมือง  โดยหลักที่ผมได้ยึดตลอดมาคือว่าการชุมนุมเรียกร้องต่าง ๆ นั้น จะต้องอยู่ในขอบเขตของกฎหมายและภายใต้รัฐธรรมนูญ  ซึ่งตราบเท่าที่เป็นเช่นนั้นรัฐบาลก็เปิดโอกาสให้เต็มที่  เมื่อใดก็ตามที่มีการกระทำที่ผิดกฎหมาย  รัฐบาลก็จะไม่ละเลย  ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเล็ก ๆ เช่น อาจจะมีการกระทบกระทั่ง ทำร้ายร่างกาย ทำลายทรัพย์สินเล็กน้อย  ก็มีการดำเนินการ  ไปจนถึงเรื่องใหญ่ ๆ ว่าถ้าการเคลื่อนไหวนั้นกระทบต่อความมั่นคง  กระทบกับสถาบันของชาติ  รัฐบาลก็จะต้องดำเนินการตามกฎหมายต่อไป 

ซึ่งตลอดระยะเวลา 3 เดือนที่ผ่านมานั้น ผมได้พิสูจน์ให้เห็นครับว่า รัฐบาลนี้จะระมัดระวังอย่างเต็มที่  ไม่เข้าไปสู่การเผชิญหน้า  ความขัดแย้งกับกลุ่มคนใดในสังคม หลีกเลี่ยงการปะทะ หรือการใช้ความรุนแรงใด ๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่ต้องการที่จะให้ประเทศชาติบอบช้ำ หรือมีความสูญเสียในหมู่พี่น้องประชาชนแม้แต่นิดเดียว  ดังนั้น  ที่ผ่านมาผมได้ยึดหลักนี้มาโดยตลอด  ขณะเดียวกันก็ต้องการที่จะให้บ้านเมืองเดินไปข้างหน้าได้  อะไรซึ่งพอที่จะอะลุ่มอล่วยก็อะลุ่มอล่วยกัน  อะไรที่เป็นปัญหาเริ่มส่งผลกระทบ  เราก็จะดำเนินการอยู่ในกรอบของกฎหมาย  อย่างเช่น  กรณีเรื่องของทำเนียบรัฐบาลในปัจจุบันนี้  ซึ่งข้าราชการมีปัญหาในการเดินทางเข้าไป  เราก็ใช้แนวทางของการขออำนาจศาลให้มีคำสั่ง  ซึ่งจะได้มีการดำเนินการและมีการบังคับคดีต่อไป  นี่คือสถานการณ์และแนวทางที่เราได้ทำที่ผ่านมา 

สำหรับในอีก 2 วันข้างหน้า  สิ่งที่พี่น้องประชาชนไม่สบายใจคือว่า มีการพูดถึงขั้นว่าการชุมนุมเรียกร้องนั้นจะนำไปสู่เรื่องของสงครามการเมืองบ้าง  บางครั้งพูดจากันไปถึงขั้นว่าจะมีการปฏิวัติประชาชนบ้าง  ผมเรียนกับพี่น้องประชาชนคนไทยทั้งประเทศครับว่า รัฐบาลซึ่งเคารพกฎหมาย ต้องดำรงระเบียบ ต้องดำรงความสงบเรียบร้อยในประเทศ  ไม่สามารถที่จะให้เกิดสงครามการเมือง  ไม่อาจที่จะให้เกิดมีลักษณะของการปฏิวัติประชาชนได้ครับ  เพราะรัฐบาลได้พูดตั้งแต่วันแรกเช่นเดียวกันว่า การสร้างความสมานฉันท์ปรองดองนั้นอยู่บนพื้นฐานของการรักษากฎหมาย  และอยู่บนพื้นฐานของการปกป้องสถาบันหลักของชาติ  ซึ่งเป็นที่เคารพเทิดทูนของพี่น้องประชาชนคนไทยทุกคน  ดังนั้น  ผมจึงให้ความมั่นใจกับพี่น้องประชาชนครับว่า รัฐบาลจะยึดแนวทางเดิมในการใช้ความนุ่มนวล  ไม่ให้เจ้าหน้าที่ของรัฐไปทำร้ายประชาชน  แต่จะมีความมั่นคง ไม่ให้สถานการณ์ลุกลามบานปลาย จนกระทบกับชีวิตความเป็นอยู่พี่น้องประชาชน ถึงขั้นที่จะเป็นสงคราม ถึงขั้นที่จะเป็นการปฏิวัติ  หรือที่คนไทยนั้นจะต้องมารบราฆ่าฟันกันเอง  รัฐบาลจะไม่ปล่อยให้สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้น

ดังนั้น เมื่อช่วงบ่ายที่ผ่านมาครับ  ผมจึงได้มีการประชุมบรรดากระทรวง ทบวง กรม เจ้าหน้าที่ของรัฐทางด้านความมั่นคง  ไม่ว่าจะเป็นตำรวจ ทหาร ฝ่ายปกครอง เพื่อที่จะเตรียมตัวเตรียมพร้อมสำหรับสถานการณ์ที่อาจจะเกิดขึ้นได้  ขอเรียนอย่างนี้ครับว่าการประชุมนั้นสะท้อนให้เห็นถึงความพร้อมและความเป็นเอกภาพของทุกหน่วยงานที่เป็นกลไกของรัฐ  ที่จะดูแลพี่น้องประชาชนในช่วงที่มีการชุมนุมเรียกร้อง ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายปกครอง ตำรวจ  ทหาร กระทรวงยุติธรรม  กระทรวงอื่น ๆ กระทรวงมหาดไทย หรือกระทรวงอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง  เป้าหมายของเราคือว่า

ประการแรก เราจะดูแลรักษาสถานที่สำคัญทางราชการ และสถานที่สำคัญอื่น ๆ  จะมีการเตรียมกำลัง  ซึ่งจะผสมผสานกันระหว่างตำรวจกับทหาร และฝ่ายท้องถิ่น ที่จะช่วยดูแลไม่ให้เกิดการละเมิดกฎหมายในเรื่องของการบุกรุกสถานที่ราชการ เหมือนกับที่ได้ทำมาครับ  ทำด้วยความนุ่มนวล  ทำโดยไม่ให้มีการปะทะ  ไม่ให้มีการสูญเสีย  แต่จำเป็นที่จะต้องรักษาหลักตรงนี้ไว้สำหรับบ้านเมือง  โดยเฉพาะอย่างยิ่งครับ  ต้องเรียนว่าครั้งนี้เนื่องจากมีการประกาศว่า จะเข้าไปชุมนุมหน้าบ้านท่านประธานองคมนตรี  ซึ่งผมได้ย้ำหลายครั้งว่าสังคมนั้นพึงที่จะหลีกเลี่ยง  มิให้นำสถาบันองคมนตรีหรือผู้หลักผู้ใหญ่ในบ้านเมือง เข้ามาสู่ความขัดแย้งทางการเมือง  เรามีหน้าที่ในการที่จะปกป้องคุ้มครองสถาบันหลัก  ปกป้องคุ้มครองคนดี  ปกป้องคุ้มครองผู้หลักผู้ใหญ่ในบ้านเมือง และที่สำคัญคือรักษาความสงบเรียบร้อย  เพราะฉะนั้น ในส่วนนี้ก็เช่นเดียวกัน  การมีกำลังที่จะดูแลความสงบเรียบร้อย ทั้งหน้าบ้านท่านประธานองคมนตรี ไปจนถึงสถานที่ราชการสำคัญ ๆ ทั้งหลาย  ก็จะดำเนินไป  แล้วจะหลีกเลี่ยงไม่ให้มีการปะทะ  ส่วนผู้ชุมนุมนั้นอยากจะแสดงออก  อยากจะใช้สิทธิเสรีภาพอยู่ในขอบเขตของรัฐธรรมนูญ  หรืออยู่ในขอบเขตของกฎหมายก็ทำได้ 

ประการที่  2  การชุมนุมซึ่งมีการพูดกันว่าจะมีการนำคนจำนวนมากเข้าสู่กรุงเทพมหานคร  ย่อมก่อให้เกิดผลกระทบในเรื่องของการสัญจรไปมา คือการจราจร  ผมก็ขอให้ความมั่นใจครับว่  เราจะมีการเตรียมความพร้อมดูแลอำนวยความสะดวกมากที่สุดเท่าที่จะทำได้  เพื่อที่จะให้การจราจรได้รับผลกระทบน้อยที่สุด  มีการตกลงกันครับว่าหน่วยงานประชาสัมพันธ์ของรัฐทั้งหลาย  จะใช้เครือข่ายวิทยุกระจายเสียงเครือข่ายอื่น ๆ เพื่อให้ข้อมูลข่าวสารให้พี่น้องประชาชนที่สัญจรไปมา ใช้รถใช้ถนน ทราบอยู่ตลอดเวลาว่า พื้นที่ไหนบ้างที่พึงหลีกเลี่ยง และรัฐบาลก็จะดูแลให้ผลกระทบต่อการจราจรนั้นน้อยที่สุด

ผมอยากจะเรียนครับว่า  ประเด็นที่ 3 ก็คือ ในส่วนของการดูแลไม่ให้เกิดการรุนแรงในหมู่ประชาชนด้วยกันเอง  ผมทราบครับว่า ความเห็นที่แตกต่างย่อมหมายถึงการมีกลุ่มมวลชน  ซึ่งอาจจะมีความคิดที่จะเข้ามาเคลื่อนไหวพร้อม ๆ กัน  หรือในสถานที่เดียวกัน  ผมอยากจะเรียนกับพี่น้องประชาชนครับว่า  ผมขอความกรุณาทุกฝ่ายครับ  อยากจะแสดงออกนั้นสามารถทำได้  แต่อย่าเข้ามาและนำให้เกิดความเสี่ยงในเรื่องของการปะทะกัน  ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ของรัฐจะดูแล  จะขอให้การชุมนุมที่มีความเห็นไม่ตรงกันนั้น  ไม่เข้ามาอยู่ในระยะซึ่งเสี่ยงต่อการที่จะเกิดการเผชิญหน้า  การปะทะกัน อันนำไปสู่ความรุนแรงหรือความสูญเสียในเรื่องของเลือดเนื้อของพี่น้องประชาชนคนไทย  และถ้าเป็นไปได้ครับ  ผมก็เรียนว่าหนทางในการแสดงออกถึงความรู้สึก  ความคิดเห็นต่าง ๆ มีมากโดยไม่จำเป็นที่จะต้องนำไปสู่ความเสี่ยงในเรื่องของการปะทะกัน

ทั้งนี้ทั้งนั้นครับ  ผมเรียนยืนยันว่า รัฐบาลจะดูแลคลี่คลายสถานการณ์ได้ โดยไม่มีความจำเป็นใด ๆ ในขณะนี้ที่จะต้องไปใช้กฎหมายพิเศษ  ความเป็นเอกภาพของหน่วยงานต่าง ๆ นั่นหมายความว่า ทางตำรวจจะเป็นเจ้าหน้าที่ซึ่งจะต้องเป็นหลักในการดูแลความสงบเรียบร้อย  แต่ได้ร้องขอเพื่อให้ทางทหาร หน่วยงานอื่น ๆ เช่น ท้องถิ่น หรือฝ่ายปกครอง หรืออาสาสมัครต่าง ๆ เข้ามาเป็นผู้ช่วยได้ โดยไม่มีความจำเป็นที่จะต้องใช้อำนาจตามกฎหมายพิเศษแต่ประการใด  ตรงนี้ก็ขอเรียนครับว่า เพื่อที่จะให้ภาพลักษณ์ของบ้านเมืองเรานั้นเป็นไปด้วยดี  และสามารถที่จะคลี่คลายปัญหาได้  โดยไม่มีข้อครหาใด ๆ ทั้งสิ้นที่อาจจะนำไปสู่ความคิดความอ่านว่ารัฐบาลนั้นต้องการอำนาจพิเศษ  เพื่อที่จะใช้ความรุนแรงหรือมาตรการใด ๆ

ผมเรียนว่า การดูแลคลี่คลายรักษาสถานการณ์ครั้งนี้  แน่นอนครับ  ผมไม่ต้องการให้ใครมีความประมาท แต่ผมก็ให้ความสบายใจ  ให้ความมั่นใจได้ระดับหนึ่งว่า รัฐบาลมีความพร้อม  ผมต้องขอความร่วมมือพี่น้องประชาชนด้วยว่า ในช่วงเหตุการณ์ที่มีการชุมนุมในคนหมู่มากนั้น  ถ้ามีอะไรผิดสังเกต  ถ้ามีอะไรที่คิดว่าเจ้าหน้าที่ของรัฐควรจะรับรู้  ก็ขอความร่วมมือให้พี่น้องประชาชนนั้นได้แจ้งเข้ามา 

ผมย้ำครับว่าการวางแผนทั้งหมดนี้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย มีความพร้อมร้อยเปอร์เซ็นต์  และขอยืนยันว่าจากการทำงานไม่ใช่เฉพาะแค่ 3 เดือนที่ผ่านมา  แต่ตลอดอายุการทำงานของผมในฐานะนักการเมือง  สิ่งที่ผมไม่ต้องการเห็นที่สุดก็คือความสูญเสียของพี่น้องประชาชน  ไม่ว่าจะมีความคิดความอ่านหรืออยู่ฝ่ายใด  เพราะฉะนั้น รัฐบาลจะยึดแนวทางของความนุ่มนวล ของการทำงานที่จะไม่ให้เกิดความสูญเสียใดๆ  แต่อย่างไรก็ตามครับ เหตุการณ์ของบ้านเมือง  ถ้านำไปสู่สิ่งที่เรียกว่าสงครามหรือการจลาจล  รัฐบาลก็จะอยู่เฉยไม่ได้  รัฐบาลต้องดำเนินการ  แต่เราจะดำเนินการภายใต้กรอบของกฎหมายด้วยความเด็ดขาด

ผมเรียนกับพี่น้องประชาชนว่าดังนั้นในช่วงระยะเวลาวันที่ 8 เมษายนเป็นต้นไปนั้น ขอให้พี่น้องได้มีความสบายใจระดับหนึ่ง  และขอความร่วมมือจากพี่น้องประชาชนในสิ่งที่ผมได้กล่าวไป  เพื่อที่จะให้บ้านเมืองของเรานั้นผ่านเหตุการณ์ในช่วงนี้ไปได้  และผมเรียนครับว่าถ้าบ้านเมืองของเราผ่านเหตุการณ์ช่วงนี้ไปได้  นั่นหมายถึงความมั่นคงในเรื่องของการปกครองในระบอบประชาธิปไตย  อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข  นั่นหมายถึงว่าการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ และการแก้ไขปัญหาอื่น ๆ ก็จะเดินหน้าต่อไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ  มีประสิทธิผล  นั่นหมายถึงว่าประเทศไทยของเราซึ่งกำลังจะเป็นเจ้าภาพในการจัดประชุมอาเซียนบวก 3 อาเซียนบวก  6 จะสามารถรักษาภาพลักษณ์ที่ได้ฟื้นตัวขึ้นมา  นับตั้งแต่ต้นปีนิ้จนเป็นที่เชื่อมั่นของประชาคมโลก  ซึ่งจะดำรงไว้ซึ่งศักดิ์ศรีของประเทศ  และอำนวยให้การแก้ไขปัญหาในประเทศของเรานั้นกระทำได้ง่ายขึ้น  ดังนั้น ตรงนี้คือสิ่งที่ผมคิดว่าพี่น้องประชาชนคนไทยส่วนใหญ่จะสามารถเป็นกำลังใจให้กันและกัน  ให้เราฝ่าฟันปัญหาเหล่านี้ไปได้ 

แน่นอนครับสำหรับผู้ที่ชุมนุม  ผมได้ยืนยันมาตลอดว่า ท่านมีสิทธิเสรีภาพที่จะแสดงออก  และผมก็ยังยืนยันเหมือนเดิมครับว่า ข้อเรียกร้องของท่านที่มีเหตุมีผล  ไม่ว่าจะเป็นความกังวลของท่านว่ารัฐบาลจะไปเลือกปฏิบัติในคดีความต่าง ๆ นั้น  รัฐบาลได้ยินเสียงท่าน  ยอมรับเหตุผลของท่าน และจะมุ่งมั่นพิสูจน์ให้เห็นว่าเราจะไม่เลือกปฏิบัติกับคนกลุ่มใดทั้งสิ้น  เช่นเดียวกันกับข้อเรียกร้องในเรื่องของการเปลี่ยนแปลงเกี่ยวข้องกับรัฐธรรมนูญ หรือระบบการเมือง  ผมขอยืนยันครับว่า  ใครที่มีความรักประชาธิปไตย  ผมให้ความมั่นใจ  ให้ความจริงใจว่ารัฐบาลนี้พร้อมที่จะตอบสนอง เราพร้อมที่จะเดินหน้าในกระบวนการของการปฏิรูปการเมือง  แก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ  ซึ่งอาจจะมีข้อบกพร่องหรือความไม่เป็นประชาธิปไตยในส่วนไหนอย่างไรก็แล้วแต่  ก็จะทำโดยเชิญชวนทุกฝ่ายเข้ามามีส่วนร่วม และหลีกเลี่ยงไม่ให้กระบวนการนี้เป็นกระบวนการซึ่งนำมาสู่ความขัดแย้ง  ซึ่งเป็นปัญหาที่เราเผชิญมาตลอดปีที่แล้ว

นอกจากนั้นครับ  ข้อเรียกร้องอื่น ๆ นั้นมีช่องทาง มีกระบวนการ  ความไม่พอใจในการบริหารราชการแผ่นดิน รัฐบาลนี้ก็เป็นรัฐบาลที่จริงจังกับการรับผิดชอบต่อผู้แทนปวงชนชาวไทย ต่อระบบรัฐสภา ไม่ว่าจะเป็นการตอบกระทู้ถาม  ไม่ว่าจะเป็นการให้ความสำคัญกับการอภิปรายของเพื่อนสมาชิกในสภาฯ ทั้งในญัตติทั่วไป  หรือแม้แต่ที่พี่น้องประชาชนได้เห็นในญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจที่ผ่านมา  แต่ถ้าการเรียกร้องชุมนุมนั้น  ส่งผลต่อความมั่นคง  ส่งผลต่อสถาบันหลักของชาติ  โดยเฉพาะอย่างยิ่งส่งผลต่อการนำความขัดแย้งขยายวงไปสู่ผู้หลักผู้ใหญ่ในบ้านเมือง  หรือสถาบันที่พวกเราทุกคนเคารพเทิดทูน  รัฐบาลก็วางเฉยไม่ได้  และจะดำเนินการเด็ดขาดภายใต้กรอบของกฎหมาย  บนความตระหนักครับว่า  เราจะหลีกเลี่ยงไม่ให้เกิดความสูญเสียใด ๆ ทั้งสิ้นกับชีวิตและเลือดเนื้อของพี่น้องประชาชนคนไทย

วันนี้รัฐบาลมีความพร้อมครับ  ผมมาให้ความมั่นใจกับพี่น้องประชาชน  เพื่อที่ว่าความวิตกกังวลความสับสนทั้งหลายที่ท่านมี  ท่านจะได้มีความผ่อนคลายไประดับหนึ่ง  และผมเรียนครับว่าในทุกเรื่องที่รัฐบาลจะทำ  จะตัดสินใจ  จะอยู่บนเหตุบนผล  บนผลประโยชน์ของส่วนรวมพี่น้องประชาชนและประเทศชาติเท่านั้น  และจะมีความโปร่งใส พร้อมให้พี่น้องประชาชนตรวจสอบได้ตลอดเวลา  ผมขอขอบคุณที่พี่น้องประชาชนมีความห่วงใยในประเทศชาติของเรา  และขอเชิญชวนทุกท่านครับร่วมกันพาประเทศชาติบ้านเมืองของเราฟันฝ่าช่วงเวลาที่มีความยากลำบาก  ทั้งทางเศรษฐกิจ การเมือง เพื่อความผาสุกของประชาชนคนไทยทั้งประเทศต่อไป  ขอขอบคุณอีกครั้งครับ  สวัสดีครับ

 

ข้อมูลเว็บไซต์ทำเนียบรัฐบาล