ข่าว

นำมิติด้านวัฒนธรรมมาเป็นจุดขายตลาดน้ำอัมพวา

นำมิติด้านวัฒนธรรมมาเป็นจุดขายตลาดน้ำอัมพวา

03 ม.ค. 2554

ตลาดน้ำอัมพวาหรือ ตลาดน้ำยามเย็นอัมพวา อ.อัมพวา จ.สมุทรสงคราม เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงของ จ.สมุทรสงคราม แต่ละปีจะมีนักท่องเที่ยวมาเที่ยวตลาดแห่งนี้นับล้านคน จากปัจจัยในแง่ที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่อยู่ไม่ไกลจากกรุงเทพฯ อีกทั้งยังมีที่พักรีสอร์ท แ

ร.ท.พัชโรดม อุนสุวรรณ นายกเทศมนตรีตำบลอัมพวา และยังดำรงตำแหน่งประธานชมรมท่องเที่ยวจังหวัดสมุทรสงคราม
เพื่อสะท้อนภาพทางด้านต่างๆ

 
จุดเริ่มต้นของตลาดน้ำยามเย็นอัมพวา

ร.ท.พัชโรดม : ก่อนปี 2547 ตลาดอัมพวาเป็นเหมือนเมืองร้าง หลังจากมารับตำแหน่งนายกเทศมนตรีตำบลอัมพวา ในปี 2547 สิ่งที่ผมมอง คือทำอย่างไร ให้อัมพวามีกลไกเศรษฐกิจ ผมมองไปที่การท่องเที่ยว ที่จะทำให้ชุมชนมีรายได้จากการท่องเที่ยว และการซื้อขายสินค้าในชุมชน โดยมองที่อัตลักษณ์หรือประวัติศาสตร์ของชุมชน จึงได้มีการรื้อฟื้นตลาดน้ำขึ้นในเดือนสิงหาคม 2547 เปิดทุกวันศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ ในช่วงแรกมีนักท่องเที่ยวไม่มาก และเทศบาลจึงได้ร่วมกับสำนักนโยบายและแผนสิ่งแวดล้อมเข้าไปปรับภูมิทัศน์ริมคลองอัมพวา ซึ่งปัจจุบันเป็นร้านค้าริมคลองในตลาดน้ำยามเย็น จนได้รับรางวัลอนุรักษ์ดีเด่นจากทางเอเชียแปซิฟิกเฮอริเทรด อวอร์ด จากยูเนสโก เมื่อปี พ.ศ.2551 ทำให้กลายเป็นจุดหนึ่งที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวของประเทศไทยที่คนรู้จักและเข้ามาเที่ยว

ใช้เวลานานแค่ไหนจึงประสบผลสำเร็จ 

ร.ท.พัชโรดม : ตอนเริ่มตลาดใหม่ๆ กลุ่มลูกค้า กลุ่มนักท่องเที่ยวแรกๆ ในปีแรกๆ เป็นคนในชุมชน คนสมุทรสงคราม ออกมาอุดหนุนซื้อสินค้า และคนจังหวัดใกล้เคียงบ้างเล็กน้อย ทางเทศบาลตำบลอัมพวาก็ช่วยอุดหนุน โดยตั้งงบรับรอง เมื่อมีคนมาดูงานก็แจกคูปอง ให้คนที่มาดูงานลงไปอุดหนุนแม่ค้าเพื่อให้แม่ค้าสามารถมีรายได้ ขณะเดียวกันการปรับความเข้าใจของคนในชุมชนก็สำคัญ เพราะเดิมที จ.สมุทรสงครามไม่ใช่เมืองท่องเที่ยว ตอนแรกๆ คนไม่เข้าใจว่าอะไรคือการท่องเที่ยว ผมจึงเอาวิถีชีวิต เรื่องราวประวัติศาสตร์อัมพวา ซึ่งมีมิติด้านวัฒนธรรม สิ่งแวดล้อม ประวัติศาสตร์ ที่แข็งแรง นำมาเป็นข้อมูลนำเสนอ เป็นจุดขาย

ระยะหลังนักท่องเที่ยวเริ่มเข้ามา

ร.ท.พัชโรดม : การท่องเที่ยวคือการพักผ่อน การที่นักท่องเที่ยวมา เพราะความที่เราเป็นเมืองน้ำของอัมพวา คนอยากไปทะเลก็จะนึกถึงหัวหิน อยากไปภูเขาก็จะนึกถึงเขาใหญ่ แต่สิ่งที่เป็นอัตลักษณ์ของชุมชนของอัมพวา คือ แม่น้ำลำคลอง เป็นสิ่งที่ทำให้เขาได้มาเที่ยว นอกจากนี้ประกอบกับคนพื้นที่ มีน้ำใจไมตรี ผมเคยทำงานวิจัยสิ่งหนึ่งที่ทำให้คนอยากกลับมาทำงานท่องเที่ยว เพราะความมีอัธยาศัยไมตรี การช่วยเหลือ ให้ข้อมูลนักท่องเที่ยว ส่วนหนึ่งคนที่มาอัมพวาก็ได้บอกเล่าต่อไปให้จำนวนนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น

จุดขายที่ทำให้เข้าถึง

ร.ท.พัชโรดม : ตัววัฒนธรรมประเพณีของชุมชนอัมพวาเอง เราต้องมองก่อนว่าอัมพวาคือวิถีชีวิตของคนไทยภาคกลาง ถ้าเรามองภาคเหนือเรานึกถึงอาหาร ภาษา วัฒนธรรม อีสาน ใต้ชัดเจน แต่ภาคกลางอยู่ตรง ซึ่งอัมพวาแสดงถึงวิถีชีวิตของคนภาคกลางที่อยู่กับแม่น้ำลำคลอง ขณะเดียวกันวิถีชีวิตเหล่านั้น เมื่อปี 2547 เรือแม่ค้าแทบจะไม่มี เราจึงสร้างกระบวนการตลาดน้ำ ซึ่งเป็นวิถีชีวิตของคนไทยภาคกลางนี่กลับเข้ามาก่อน ตลาดน้ำมันเป็นสิ่งที่เราเสนอออกไปคนนึกภาพออก เราเลยเอาเรื่องของตลาดน้ำขึ้นมาก่อน


นักท่องเที่ยวที่มาทำอะไรได้บ้าง นอกจากเที่ยวตลาดน้ำ

ร.ท.พัชโรดม :  เรามองกลุ่มคนกรุงเทพฯ ซึ่งมีฐานประชากรอยู่ 10 ล้านคน ถ้าปีหนึ่ง 10%  มาอัมพวาก็แย่แล้ว ล้านกว่าคน กรุงเทพฯ เป็นเมืองใหญ่ ต้องรีบร้อน การได้ออกมาที่นี่คือการได้พักผ่อน


จำนวนนักท่องเที่ยวในแต่ละปีมีแค่ไหน

ร.ท.พัชโรดม : นักท่องเที่ยวที่ประมาณการ โดยเราให้มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเก็บตัวเลข นักท่องเที่ยวที่เข้ามาปีที่แล้ว อยู่ประมาณ 1-1.5 ล้านคน นักท่องเที่ยวที่ใช้จ่ายต่อหัวอยู่ประมาณ 800-1,000 บาท นักท่องเที่ยวล้านคนใช้คนละพัน ก็พันล้านแล้วที่หมุนเวียนในพื้นที่
ผู้ที่ได้ประโยชน์จากตลาดน้ำมีใครบ้าง
ร.ท.พัชโรดม : วันนี้เราพยายามให้เกิดการท่องเที่ยวที่มีผู้ได้ประโยชน์โดยตรง ก็คือ พ่อค้าแม่ค้า และผู้ได้ประโยชน์ทางอ้อม ซึ่งก็คือ ผู้จำหน่ายสินค้า เพราะพ่อค้าแม่ค้าก็ต้องไปซื้อมาจากที่นั่นอีก กลุ่มที่ไปจับสัตว์น้ำ จับปลามาก็มีตลาดที่มีการรับซื้อในชุมชน กลุ่มที่พักก็มีรายได้จากนักท่องเที่ยว ซึ่งเวลาต่อเติมที่พักก็ไปซื้อวัสดุก่อสร้างในพื้นที่ ตัวเม็ดเงินก็กระจาย

ความปลอดภัยนักท่องเที่ยวดูแลอย่างไร 

ร.ท.พัชโรดม : ที่ผ่านมา 3 ปี เราทำโครงการกล้องวงจรปิด เพื่อดูเรื่องความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ปัจจุบันเราติดเกือบทั่วทั้งตลาด แล้วก็ติดตัวมอนิเตอร์ไว้ที่สถานีตำรวจ ซึ่งช่วยแก้ปัญหาเรื่องของจราจร อาชญากรรมในชีวิตและทรัพย์สิน เพราะก่อนหน้านี้ก็มีปัญหาเรื่องรถนักท่องเที่ยวหายในพื้นที่ มีกลุ่มคนล้วงกระเป๋า ซึ่งสิ่งเหล่านี้เราก็ประสานกับทางตำรวจ เพื่อดูแลให้นักท่องเที่ยวได้รับความมั่นใจถึงความปลอดภัย