ข่าว

รฟท.เพิ่ม10ขบวนรถไฟเที่ยวกลับกรุง

รฟท.เพิ่ม10ขบวนรถไฟเที่ยวกลับกรุง

02 ม.ค. 2554

รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบก เตือนประชาชนระมัดระวังการเดินทาง หลังพบว่าจำนวนผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุช่วงเทศกาลปีใหม่เริ่มสูงขึ้น ผู้ประกอบธุรกิจการท่องเที่ยวภูเก็ต ระบุปีใหม่ปีนี้ นักท่องเที่ยวหาย 10 เปอร์เซ็นต์ เผยผลกระทบจากเศรษฐกิจยุโรป-ค่าเงินบาทแข็ง แห

     บรรยากาศที่สถานีรถไฟหัวลำโพงในช่วงบ่ายไม่คึกคักมากนัก เนื่องจากยังคงเป็นวันหยุดของประชาชน แต่ทั้งนี้การรถไฟแห่งประเทศไทย หรือ รฟท. มีการเพิ่มขบวนรถเที่ยวกลับแล้ว ตั้งแต่วันนี้(2 ม.ค.) ในช่วงค่ำ 1 ขบวน โดยตลอดช่วงวันเดินทางกลับเข้ากรุงเทพฯ ทาง รฟท.ได้มีการจัดรถรองรับการเดินทาง 10 ขบวน ในเส้นทางสายเหนือและสายตะวันออกเฉียงเหนือ ส่วนเส้นทางสายใต้ สายตะวันออก ไม่ได้มีการเพิ่มขบวนรถ แต่จะมีการเพิ่มตู้รถในขบวนที่วิ่งปกติซึ่งมีอยู่ 250 ขบวน โดยเป็นรถที่วิ่งสายใต้ 64 ขบวน สายเหนือ 50 ขบวน สายตะวันออกเฉียงเหนือ 64 ขบวน สายตะวันออก 30 ขบวน และสายแม่กลอง 42 ขบวน
 
      ทั้งนี้ นายยุทธนา ทัพเจริญ ผู้ว่าการ รฟท. ยืนยันว่า สามารถรองรับผู้โดยสารไม่ให้มีการตกค้างอย่างแน่นอน โดยสามารถจัดรถรองรับผู้โดยสารได้ 150,000 คนต่อวัน

สถานีขนส่งหมอชิตใหม่เริ่มคึกคัก

 บรรยากาศบริเวณสถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพ (จตุจักร) หรือ สถานีขนส่งหมอชิตใหม่ ในช่วงเย็นวันนี้เริ่มคึกคัก ประชาชนบางส่วนเริ่มทยอยเดินทางถึงกรุงเทพมหานคร ก่อนจะสิ้นสุดวันหยุดยาวเทศกาลปีใหม่ 1 วัน โดยเที่ยวรถโดยสารส่วนใหญ่เป็นช่วงรถสายยาวจากภาคเหนือและตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งคาดว่าจะมีประชาชนหนาแน่นจนถึงช่วงเช้าของวันพรุ่งนี้ (3 ม.ค.53) ทั้งนี้ประชาชนที่เดินทางกลับ ต่างกังวลว่า หากเดินทางกลับในวันพรุ่งนี้จำนวนรถโดยสารจะมีไม่เพียงพอและการจราจรอาจติดขัดได้

 ด้านเจ้าหน้าที่ประจำชานชาลาขาเข้า บริษัท ขนส่ง จำกัด หรือ บขส. มั่นใจว่า จำนวนรถโดยสารที่จะเดินทางจากทุกภูมิภาคเพียงพอต่อการรองรับผู้โดยสารที่มีกว่า 1 แสนคนที่จะเดินทางกลับมายังกรุงเทพมหานครในวันนี้ โดยได้เตรียมรถไว้กว่า 2,000 คัน ขณะที่การจราจรโดยรอบเริ่มหนาแน่น ซึ่งทางสถานีขนส่งหมอชิตใหม่ได้ตั้งจุดรักษาความปลอดภัย เพื่อดูแลความเรียบร้อยอย่างเต็มที่

เตือนประชาชนระมัดระวังการเดินทางกลับ

 นายพงษ์ไชย เกษมทวีศักดิ์ รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบก กล่าวภายหลังลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมจุดบริการตรวจรถก่อนใช้ ปลอดภัยแน่นอน และจุดตรวจรถที่หน้าปั๊มน้ำมัน ปตท.บนถนนสายชัยภูมิ - กรุงเทพฯ อำเภอเมือง จังหวัดชัยภูมิ ในบ่ายวันนี้ (2 ม.ค.54) ว่า ตลอดทั้งวันมีผู้ใช้เส้นทางเดินทางกลับเข้ากรุงเทพฯ จำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็นรถส่วนตัว หรือรถโดยสาร ซึ่งคาดว่าปริมาณรถจะหนาแน่นไปจนถึงรุ่งเช้าของวันที่ 3 มกราคม 2554 ทั้งนี้ จากการตรวจตามพื้นที่จังหวัดต่างๆ มาตั้งแต่วันส่งท้ายปี 2553 จนถึงขณะนี้ พบว่าจำนวนผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุเริ่มสูงขึ้น จึงอยากฝากให้ผู้ขับขี่รถนอกจากจะต้องตรวจสภาพรถให้พร้อมใช้งานแล้ว ผู้ขับรถควรพักผ่อนให้เพียงพอเพื่อมีความพร้อมในการขับรถอย่างเต็มที่ และไม่ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์โดยเด็ดขาด หากเกิดอาการง่วงนอน ควรจอดรถนอนพักสักครู่จึงเดินทางต่อไป

นักท่องเที่ยวภูเก็ตลด10%พิษศก.

 นายสมบูรณ์ จิรายุส นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต เปิดเผย "ผู้สื่อข่าว" ว่า สถานการณ์ท่องเที่ยวในช่วงส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ภาพรวมเริ่มดีขึ้น แต่เมื่อเปรียบเทียบช่วงเดียวกันของ 1-2 ปีที่ผ่านมา พบว่าจำนวนนักท่องเที่ยวปีนี้มีจำนวนลดลง โดยปีที่ผ่านมาอัตราการเข้าพักในช่วงปีใหม่จะอยู่ที่ประมาณ 90-100% แต่ปีนี้อัตราการเข้าพักอยู่ที่ประมาณ 80-90% เท่านั้น ทั้งๆ ที่เป็นช่วงฤดูกาลท่องเที่ยวหรือไฮซีซันด้วย สาเหตุหลักเนื่องจากปัญหาเศรษฐกิจในประเทศยุโรปและค่าเงินบาทที่แข็งตัวทำให้นักท่องเที่ยวต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นประมาณ 20-25% ทำให้พฤติกรรมของนักท่องเที่ยวเปลี่ยนไป ทั้งในเรื่องของการจองห้องพักจากเดิมที่จะมีการจองล่วงล่วง 1-2 เดือน เป็นจองในระยะเวลากระชั้นชิด เพื่อดูโปรโมชั่นที่น่าสนใจ รวมถึงในเรื่องของการจับจ่ายซื้อสินค้าก็มีความระมัดระวังเพิ่มมากขึ้นเช่นกัน

 นายสุชาติ หิรัณย์กนกกุล นายกสมาคมโรงแรมไทยภาคใต้ กล่าวในเรื่องเดียวกันว่า สถานการณ์ท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลปีใหม่ดีขึ้นตามลำดับเมื่อเทียบกับช่วงเวลาปกติ แม้ว่าจะดีไม่เท่ากับปีที่ผ่านๆ มาก็ตาม สาเหตุเนื่องจากวิกฤตเศรษฐกิจยุโรป เงินบาทแข็งตัว โดยอัตราการเข้าพักในช่วงปีใหม่อยู่ที่ 80-90% โดยกลุ่มนักท่องเที่ยวที่เข้ามาเสริมตลาดในระยะนี้ และทำให้ท่องเที่ยวภูเก็ตมีความคึกคักขึ้นได้แก่ ตลาดจีน กับรัสเซีย

แหล่งท่องเที่ยวจว.ชายแดนภาคใต้ไม่คึกคัก
 
  ผู้สื่อข่าวได้ตระเวนเที่ยวสถานที่สำคัญๆที่มีเที่ยวมากทุกปี โดยเฉพาะหาดตะโละกาโปร์ อ.ยะหริ่ง และหาดปะนาเระ อ.ปะนาเระ จ.ปัตตานี ซึ่งเป็นหาดที่มีชื่อเสียงเคยรับรางวัลประกาศเป็นสถานที่ 5 ดาวของจังหวัดชายแดนภาคใต้ เป็นชายหาดที่มีความสวยงามแบบธรรมชาติ ดีที่สุดแห่งหนึ่งของจังหวัดชายแดนภาคใต้ และมีอาหารทะเลที่สดๆ มาจำหน่ายในราคาที่ถูก และถูกขนานนามเปรียบเปรยว่า เป็นไข่มุกของอ่าวไทย ทำให้ประชาชนในพื้นที่ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ นิยมมาเที่ยวเล่นน้ำทะเลที่หาดดังกล่าว ในช่วงเทศกาล รวมทั้งวันหยุดต่างๆ เป้นจำนวนมากทุกปี ทำให้ทุกครั้งก็จะมีพ่อค้า แม่ค้า จากนอกพื้นที่ เข้าไปจับจองจำหน่ายอาหารและสินค้างต่างๆมากมาย

 แต่วันขึ้นปีใหม่ 2554 ปีนี้ ปรากฏว่าบรรดาพ่อค้า แม่ค้า ต่างผิดหวังไปตามๆกัน เพราะประชาชนมาเที่ยวน้อยมาก และมีการซื้อสินค้าน้อยเช่นกัน ขาดรายได้ไปตามๆกัน ซึ่งสาเหตุเชื่อว่าสภาพความเสียหายของหาด ที่มีต้นไม้ล้มระเนระนาด ความสกปรก ประกอบกับมีข่าวจะมี สินามิเกิดขึ้น ทำให้ประชาชนเกิดความกลัวไม่กล้ามาเที่ยว แต่คนหาที่เที่ยวที่ปลอดภัย เช่นไปเที่ยวน้ำตกแทน ทำให้การท่องเที่ยวชายทะเลซบเซา ประกอบกับเศรษฐกิจไม่ดี เนื่องจากประสบปัญหาภัยภิบัติ วาตภัย ทำให้ประชาชนไม่มีเงินซื้อ

 นางรอฮานา บือราเฮง จำหน่ายนาฬิกา เป็นครั้งแรกที่นำสินค้ามาขาย เพราะทุกปีมีคนมาเที่ยวมาก และเพื่อนที่ขายบอกว่าขายดี คนมาก จะขายอะไรก็ขายได้ จึงได้มาขายปรากฏว่า คนมาเที่ยวน้อยมาก พอขายได้บ้างไม่มาก น่าจะสาเหตุเมื่อเช้าฝนได้ตกลงมาตลอด ทำให้ประชาชนเกิดความกลัว เนื่องจากมีข่าวว่าจะเกิดสินามิ ทำให้คนจึงไม่กล้ามาเที่ยว

 นายพิเชษฐ์ เจะเล็ง คนขายเสื้อกีฬา เปิดเผยว่า ขายไม่ได้เลย เพราะว่าคนมาเที่ยวน้อยกว่าปีที่แล้ว ปีที่ผ่านมา 100 เปอร์เซ็น แต่ปีนี้มาแค่ 40 เพราะปีใหม่นี้มีข่าวว่าจะเกิดพายุหรือ สินามิ ช่วงนี้ ทำให้ชาวบ้านกลัวเพราะอยู่ใกล้ทะเล ทำให้คนไม่กล้าออกมาเที่ยว ชาวบ้านเลือกไปเที่ยวน้ำตก สวนสาธาณะสมเด็จ สวนสนุกมากกว่า วันนี้ขายได้ 2-3 ตัว เพียงพอกับใส่น้ำมันรถกลับบ้านเท่านั้น

 โรสนี ศรีท่าด่าน เจ้าของร้านจำหน่ายสินค้า เปิดเผยว่า มีสถานการณ์หรือข่าวพายุ ทำให้คนไม่กล้ามาเที่ยว คนจึงมาไม่มาก ปกติถ้าไม่มีสถานการณ์หรือข่าว พายุ คนมาก ขายของปีที่ผ่านมาได้ 2-3 พันแต่ ปีนี้ได้แค่เกือบ 1พัน ประกอบชายหาดไม่เรียบร้อย เพราะโดนพายุที่ผ่านมา และตอนนี้มีลม คนกลัวพายุที่กำลังจะมาด้วย นอกจากนั้น ช่วงนี้ประมงก็ไม่ได้ กรีดยางก็ไม่ได้ จึงไม่ค่อยมีคนมาซื้อ เนื่องจากหลายอย่างทำให้คนไม่มาเที่ยว

สธ.เผยพบผู้กระทำผิด191รายร้านขายเหล้า

 นางพรรณสิริ กุลนาถศิริ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า กระทรวงสาธารณสุข ได้เร่งควบคุมการจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เพื่อลดปัญหาอุบัติเหตุจราจรจากการเมาแล้วขับในช่วงเทศกาลปีใหม่นี้ โดยผลการตรวจล่าสุดใน 9 จังหวัด ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ได้แก่ เชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน ตาก มหาสารคาม ชัยภูมิ เลย มุกดาหาร สกลนคร และหนองบัวลำภู ระหว่างวันที่ 30 ธันวาคม 2553 ถึง 1 มกราคม 2554 รวม 3 วัน พบผู้กระทำผิดรวม 191 ราย ในจำนวนนี้ส่งฟ้องศาลดำเนินคดี 39 ราย คิดเป็นร้อยละ 20 ส่วนใหญ่ผิดในเรื่องการโฆษณาตามมาตรา 32 โทษสูงสุดคือจำคุกไม่เกิน 1 ปี ปรับไม่เกิน 500,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และปรับรายวันอีกวันละ 50,000 บาท จนกว่าจะเลิกโฆษณา และอีก 152 ราย ได้ตักเตือนให้แก้ไขให้ถูกต้อง เนื่องจากกระทำผิดเล็กๆ น้อยๆ

 ด้าน นายแพทย์สมาน ฟูตระกูล ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ กรมควบคุมโรค กล่าวว่า ฐานความผิดที่พบในช่วงเทศกาลปีใหม่ อันดับ 1 ได้แก่ เรื่องการโฆษณา เช่น มีการแสดงชื่อ เครื่องหมาย ตั้งป้ายโฆษณา จำนวน 131 ราย รองลงมาคือมีการส่งเสริมการขาย เช่น ลด แลก แจก แถม พบ 13 ราย และสุดท้ายการจำหน่ายให้เด็กอายุต่ำกว่า 20 ปี จำนวน 6 ราย รวมทั้งจำหน่ายในปั๊มน้ำมัน และสวนสาธารณะ ร้านขายยา ซึ่งเป็นสถานที่ห้ามจำหน่าย 6 ราย

 สำหรับกรณีผู้กระทำผิดรายใหญ่ที่พบในการออกตรวจครั้งนี้ พบที่จังหวัดเชียงใหม่ และจังหวัดแม่ฮ่องสอน ได้จับกุมร้านขายส่งรายใหญ่มีตำรวจเป็นเจ้าของ และที่ อ.แม่สอด จ.ตาก พบป้ายโฆษณาการจัดงานเฉลิมฉลองพระนเรศวรมหาราช ที่สนามกีฬาเทศบาลแม่สอด 8-18 มกราคม 2554 ซึ่งเป็นการจัดงานร่วมระหว่างเทศบาลกับบริษัทผู้จำหน่ายเบียร์ 2 ยี่ห้อ แม้งานจะยังไม่เริ่มแต่มีความผิดที่ป้ายโฆษณามีสัญลักษณ์ของบริษัทเบียร์ โดยได้ตักเตือนแล้วและหากวันงานมีการจำหน่ายหรือดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในสนามกีฬาซึ่งเป็นที่สถานที่ต้องห้าม จะร่วมกับกองปราบดำเนินการตามกฎหมายโดยไม่ละเว้น ซึ่งสำนักควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จะทำการตรวจเข้มงวดไปจนถึงวันที่ 4 มกราคม 2554