ข่าว

ต้นแบบปลุกจิตสำนึกชุมชนช่วยฟื้นศก.ท้องถิ่นยั่งยืน

ต้นแบบปลุกจิตสำนึกชุมชนช่วยฟื้นศก.ท้องถิ่นยั่งยืน

02 ม.ค. 2554

ต้อนรับปีกระต่ายกับโต๊ะข่าวเศรษฐกิจ ที่ปีนี้อยากเริ่มต้นนำสิ่งดีๆ มาเสนอ เพราะเห็นว่าเรื่องนี้น่าจะเป็นตัวอย่างที่ดีแก่ชุมชนในท้องถิ่นต่างๆ ของไทย ที่จะได้เห็นการรวมกลุ่มของชุมชนในญี่ปุ่นที่เขาประสบความสำเร็จมาอย่างไร จนสามารถสร้างจิตสำนึกชุนชน สร้างเศรษ

 สหกรณ์ Konohama Garten ที่เมืองโอยามะ จังหวัดโออิตะ คือตัวอย่างของชุมชนเข้มแข็ง โดย Fujiwara Seizo ผู้จัดการร้านค้าจำหน่ายผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร สินค้าท้องถิ่น และร้านอาหาร ซึ่งบริหารโดยสหกรณ์ Konohama Garten ได้ถ่ายทอดแนวคิด การบริหารจัดการและแนวทางแก้ปัญหามาต่อเนื่อง จนประสบความสำเร็จ กลายเป็นชุมชนตัวอย่าง สามารถสร้างรายได้ให้แก่คนในชุมชนเพิ่มขึ้น ที่สำคัญไม่ได้พึ่งพาหรือรอความช่วยเหลือจากภาครัฐแต่อย่างใด

 เขาเล่าว่า ชุมชนโอยามะโชคดีที่มีผู้นำชุมชนที่มีความสามารถ มีวิสัยทัศน์กว้างไกลคือนายฮารูมิ ยาฮาตะ เป็นนายกเทศมนตรีของเมืองมายาวนานถึง 16 ปี และเป็นประธานสหกรณ์มานาน 33 ปีติดต่อกัน ทั้งเป็นผู้ริเริ่มโครงการปลูกต้นบ๊วย และเกาลัด แปรรูปและต่อยอดผลิตภัณฑ์จนปัจจุบันกลายเป็นสินค้าที่มีชื่อของจังหวัด จากนั้นทำการส่งเสริมให้เกษตรกรปลูกเห็ดเพื่อสร้างรายได้ให้ชุมชนตลอดทั้งปี และเริ่มต้นด้วยเห็ดเข็มทอง

 การปลูกเห็ดเข็มทองต้องปลูกในโรงงาน ไม่ต้องขึ้นอยู่กับดินฟ้าอากาศ จึงสามารถเก็บและทำรายได้ให้เกษตรกรตลอดทั้งปี แต่ก็มีปัญหาว่าจะต้องทำการเพาะเชื้อก่อนที่จะปลูก จึงได้จัดตั้งสหกรณ์และให้รับผิดชอบเพาะเชื้อเห็ดพร้อมปลูกเพื่อจำหน่ายให้แก่สมาชิก เริ่มต้นเมื่อ 40 ปีที่แล้วมีสมาชิก 150 ราย สามารถทำรายได้ให้แก่ชุมชนสูงถึง 1,600 ล้านเยนต่อปี และเมื่อมีเกษตรกรมากขึ้น ก็สามารถจัดส่งเห็ดไปขายในพื้นที่อื่นๆ ด้วยต้นทุนค่าขนส่งที่ต่ำ

 "จนปัจจุบันเกษตรกรในเมืองโอยามะปลูกเห็ด 8 ชนิด มีรายได้รวมกัน 12,600 ล้านเยนต่อปี และเมืองโอยามะจากเคยเป็นเมืองยากจนที่สุด ก็กลายเป็นเมืองรวยที่สุดในจังหวัด" นายฟูจิวาระกล่าว

 เมื่อ 5 ปีที่แล้วเศรษฐกิจญี่ปุ่นเริ่มมีปัญหา สินค้าที่ผลิตออกมาก็ขายไม่หมด และทางสหกรณ์ต้องการช่วยเหลือกลุ่มสมาชิกจึงได้เปิดร้านจำหน่ายสินค้า และให้สมาชิกนำสินค้าของตัวเองไปจำหน่าย อีกทั้งยังเปิดโอกาสให้ใส่ชื่อตนเองและตั้งราคาขายเองได้ ซึ่งวิธีการนี้ไม่เคยมีใครทำมาก่อน แต่ก็ประสบความสำเร็จทีเดียวจนปัจจุบันมีร้านค้าประเภทเดียวกันนี้ทั่วประเทศญี่ปุ่น

 "สินค้าที่นำไปขายในร้านสหกรณ์นั้นจะเป็นสินค้าสดใหม่เสมอ ทำให้เป็นที่นิยมของลูกค้าจากในเมือง ชอบมาเลือกซื้อสินค้ากันมาก เพราะหาที่ไหนไม่ได้ จนปัจจุบันเราขยายสาขาไปในเมืองทั้งในโออิตะ และฟูกูโอกะรวม 7 แห่ง มียอดขาย 1,200 ล้านเยนต่อปี ส่วนร้านอาหารก็เช่นเดียวกันตั้งขึ้นมาเพื่อต้องการช่วยเหลือเกษตรกร โดยนำสินค้าที่เหลือจากการจำหน่ายมาทำเป็นอาหาร ใช้แนวคิดว่าเป็นเหมือนอาหารที่แม่ทำ ทำให้ได้รับความนิยมอย่างมาก จนปัจจุบันมีสาขารวมแล้ว 3 แห่ง ยอดขาย 50 ล้านเยนต่อปี"

 ส่วนในอนาคตจะเป็นอย่างไรนั้น ทางสหกรณ์ได้ซื้อพื้นที่เปล่าไว้ประมาณ 20 เอเคอร์ ซึ่งขณะนี้ยังไม่ได้ตัดสินใจว่าจะดำเนินการอย่างไรกับพื้นที่นี้ จะไว้ให้ลูกหลานเป็นผู้ตัดสินใจใช้ประโยชน์ต่อไป เพียงแต่ขณะนี้ได้ปลูกต้นไม้ดอก เช่น ต้นซากุระ เพื่อว่าในอีก 20-30 ปีข้างหน้าหากการขายสินค้าไม่ใช่ธุรกิจที่จะเติบโตได้อีก พื้นที่ที่เราซื้อไว้ก็อาจจะเป็นแหล่งท่องเที่ยว ไว้สำหรับนักท่องเที่ยวมาพักผ่อนหย่อนใจและนึกถึงอดีต

 ประเด็นที่น่าสนใจซึ่งนายฟูจิวาระบอกไว้นั่นคือ หมู่บ้านไม่ต้องการความช่วยเหลือทางการเงินจากรัฐบาลท้องถิ่น เพราะอาจจะมีความล่าช้า และไม่มีอิสระในการตัดสินใจ แต่หมู่บ้านแห่งนี้ก็ประสบความสำเร็จและกลายเป็นหมู่บ้านตัวอย่างของความเป็นชุมชนเข้มแข็งได้เป็นอย่างดี

 มาอีกหนึ่งตัวอย่างความสำเร็จของการเป็นชุมชนเข้มแข็ง หมู่บ้านยุฟุอิน เป็นอีกหนึ่งแหล่งท่องเที่ยวออนเซ็นที่สำคัญ Kumpei Mizoguchi ประธานหอการค้า หมู่บ้านยุฟุอิน และที่ปรึกษา Yufuin Hot Springs Hotel Association เล่าถึงหัวใจสำคัญของการเริ่มต้นสร้างให้หมู่บ้านแห่งนี้เป็นแหล่งท่องเที่ยวออนเซ็นที่มีชื่อเสียงว่า

 "การวางเป้าหมายถือเป็นเรื่องสำคัญที่บอกว่าเราจะไปทางไหน เพื่อให้ชุมชนได้มีความเข้าใจร่วมกัน มีความคิดเห็นไปในแนวทางเดียวกัน เพราะหากชุมชนไม่มีความเข้าใจที่ตรงกันแล้ว ไม่ว่ารัฐบาลจะพยายามมากแค่ไหน โครงการดีแค่ไหน ก็จะไม่ประสบความสำเร็จไปได้"

 หลังจากวางเป้าหมายในเรื่องความอยู่ดีเป็นสุขของคนท้องถิ่นได้แล้ว ก็เริ่มศึกษาดูงานตามแหล่งท่องเที่ยวแห่งอื่นๆ ซึ่งเดิมที่หมู่บ้านยูฟูอินมีโรงแรมที่มีออนเซ็นอยู่แล้ว เมื่อไปศึกษาดูงานแล้วก็นำมาเปรียบเทียบ และหาความแตกต่าง จึงเป็นที่มาของกลุ่มเป้าหมายของลูกค้าคือ กลุ่มผู้หญิง รับลูกค้ากลุ่มขนาดเล็ก และเน้นเข้ามาเพื่อการผ่อนคลาย ต่างจากแห่งอื่นๆ ที่จะเน้นลูกค้าผู้ชาย เพราะญี่ปุ่นเป็นสังคมผู้ชายและเน้นการสังสรรค์ในเวลากลางคืน

 การสร้างชุมชนให้มีความเข้าใจร่วมกันได้นั้น ขึ้นอยู่กับผู้นำชุมชน คือจะต้องสร้างผู้นำชุมชนที่เป็นตัวอย่างที่ดีให้สำหรับคนอื่นๆ เพื่อสามารถถ่ายทอดประสบการณ์ความสำเร็จที่ผ่านมา ให้เป็นโนฮาว แบ่งเคล็ดลับแก่ชุมชน แม้จะมีการลอกเลียนแบบกันบ้างแต่ผู้นำก็จะสามารถพัฒนาตัวเองให้ก้าวหน้าไปได้ไกลกว่า โดยผู้นำก็ไม่จำเป็นต้องมีคนเดียว สามารถมีหลายๆ คนช่วยเหลือกันตามความถนัด และเรื่องการถ่ายถอดประสบการณ์ก็เพื่อสร้างเมืองทั้งเมืองให้ไปในทิศทางเดียวกันได้

 เมื่อสร้างให้เมืองยูฟูอินเป็นแหล่งท่องเที่ยวออนเซ็นที่มีชื่อได้แล้ว จากนั้นย่านการค้าก็เกิดขึ้นตามมา เพราะเมื่อมีนักท่องเที่ยวมากขึ้น การขายของก็จะตามมาที่หลัง

 ผู้บริหารถ่ายทอดเคล็ดลับให้ฟังด้วยว่า ทางกลุ่มทำการตลาดกันเอง โดยจัดงานอีเวนท์ต่างๆ เช่นการจัดเทศกาลภาพยนตร์ คอนเสิร์ต เพื่อคนที่อาศัยในท้องถิ่นและนักท่องเที่ยว ซึ่งเราจัดทำกันเองโดยไม่พึ่งบริษัทภายนอก จึงมีทั้งในประสบความสำเร็จและไม่สำเร็จ ส่วนที่สำเร็จก็จะใช้เป็นโนฮาว ถ่ายทอดให้รุ่นต่อๆ ไปด้วย

 จะเห็นได้ว่าหัวใจสำคัญของความสำเร็จของชุมชน นั่นก็คือ ความร่วมมือและการมีส่วนร่วมของคนในชุมชนนั่นเอง ประกอบกับความมีผู้นำที่เข้มแข็ง การสร้างความคิดที่แตกต่างและพัฒนาแก้ไขปัญหามาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งหากย่านการค้าต่างๆ ของไทยที่กระทรวงพาณิชย์กำลังให้การสนับสนุนในขณะนี้ มีองค์ประกอบเหล่านี้ได้ ก็น่าจะสร้างความสำเร็จได้ยั่งยืนเช่นเดียวกัน