ข่าว

"มุก"เติ้งเสี่ยวหาร

"มุก"เติ้งเสี่ยวหาร

02 ม.ค. 2554

ช่วงวันเปลี่ยนผ่านปฏิทินส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่...

 มังกรเมืองสุพรรณ "บรรหาร ศิลปอาชา" ก็ได้ฤกษ์เปิดบ้านศิลปอาชาตั้งแต่ตี 5

 ก็เพื่อจัดสถานที่และสำรับเลี้ยงดูปูเสื่อผู้มาอวยพรปีใหม่

 งานนี้ เติ้งเสี่ยวหาร ลงมาจัดแจงงานด้วยตนเองตั้งแต่ตี 5 จนถึง 10 โมง ก็ยังไม่ได้พักผ่อน

 ถึงจะออกตัวว่า อายุจริงเพียง 42 แต่ก็ยังมีเหนื่อย

 คราวรับของอวยพรจากประชาชนและคนใกล้ชิดจาก "ประภัตร โพธสุธน" เติ้งถึงกับออกอาการตำหนิว่า จะขนคนมาทำไมกันเยอะแยะ...เหนื่อย

 พอได้บ่นก็จูงมือหนูนาไปซดน้ำชากับขนมครกเจ้าอร่อย ทำให้มีแรง ก็ออกมาต้อนรับประชาชนเรือนพันต่อ

 แต่ไฮไลท์ที่ "มังกรสุพรรณ" ต้องทนเหนื่อยยืนสามขา (รวมไม้เท้า) คือ ได้พบเพื่อนเลิฟ อย่าง เสธ.หนั่น หลังเพื่อนรักไปมีตำแหน่งในรัฐบาล น้อยครั้งนักที่จะได้เจอกัน

 ที่จับตาพันธสัญญาใจของ "ผู้เฒ่าการเมือง" ทั้งสองว่าจะลงรอยกันอย่างไร

 สุดท้ายใต้บรรทัดคำอวยพร เสธ.หนั่น ก็หยอดคำหวานขอให้อยู่ร่วมสร้างความปรองดองในประเทศไทยต่อ

 ส่วนลีลา "เติ้งเสี่ยวหาร" ก็ไม่แพ้กัน คือ ขออย่าให้คนพรรคชาติไทยพัฒนา ย้ายไปซบอกพรรคการเมืองอื่นเสียก่อน...ฮิฮิ...

เสียงรำพัน"ประสพสึก"

 หลังสื่อประจำรัฐสภาได้ตั้งฉายาประจำปี 2553 ให้แก่ฝ่ายนิติบัญญัตติ เสียงวิจารณ์ก็ตามมาอย่างอื้ออึง บางคนก็บอกว่า เบาไป บางคนก็ว่า เหมาะสม

 วันก่อนปะหน้าทั่นประมุขสภาสูง “ประสพสุข บุญเดช” ซึ่งได้รับฉายาว่า "ประสพสึก" จึงปรี่เข้าสอบถามความรู้สึกของทั่น “ประสพสึก” แรกๆๆ ทั่นก็ทำหน้างงๆๆ แต่พอได้รับคำอธิบายถึงความหมายของฉายา “ลุงสุข”ของสื่อประจำสภา ก็หัวเราะหึ..หึ..บอกทันควันว่า สึกอะไรเหรอ??? พร้อมกับบอกว่า แหม...คนเราทำงานมาตั้งนาน ก็ย่อม ”สึก” กันบ้างเป็นธรรมดา เหมือนของที่ใช้แล้ว ใช้นานๆๆ มันก็สึกหรอกันไปบ้าง ฉายาก็ขำๆ ดี แต่ก็ไม่ได้คิดอะไรมาก เพราะถือเป็นเสียงสะท้อนของพวกสื่อ...

 "ทั่นประธานสภาสูง" ยังรำพึงรำพันต่อไปว่า มาเล่นการเมือง เหนื่อยมากๆๆ จากเมื่อก่อนไม่เคยอ่านหนังสือพิมพ์ที่มีข่าวเกี่ยวกับการเมือง แต่ตอนนี้ทุกๆ วันต้องหยิบหนังสือพิมพ์มาอ่านว่า ความเคลื่อนไหวของการเมืองเป็นอย่างไร เพื่อจะได้ตอบคำถามของสื่อได้ถูก ไม่เช่นนั้นก็จะแย่

 มาอยู่ในตำแหน่ง 2 ปีก็ได้รับฉายาจากสื่อทั้ง 2 ปี แสบๆ คันๆ ไม่เคยเจอแบบนี้ก็สนุกดี สื่อก็ยิงคำถามต่อไปอีกว่า แล้วทั่นจะเล่นการเมืองต่อหรือไม่ “ลุงสุข” รีบบอกแบบไม่ต้องคิดเลยว่า โอ้ยๆๆๆ ไม่เอาแล้ว แค่นี้ก็พอแล้ว หมดวาระเมื่อไร ผมก็จะกลับไปอยู่ที่เดิม ไปเป็นอาจารย์สอนหนังสือ เป็นที่ปรึกษากฎหมายของบริษัทเอกชน ดีกว่าเยอะ...

 สงสัย "ทั่นประธานสภาสูง" คงอึดอัดน่าดู ทำอะไรไม่ได้ดั่งใจนึก อยู่เป็นอาจารย์เป็นที่ปรึกษาด้านกฎหมายมีคนเคารพนับถือมากมาย มาเล่นการเมืองถูกการเมืองเล่นซะแย่...งั้นขอมอบเพลง ”น้องอ้อม" สุนิสา สุขบุญสังข์ มาร้อง "เผ่นดีกว่า ไม่อาวดีก่า"...5555 ของแบบนี้ไม่ถูกกันว่างั้น ใช่ปะ...ทั่นประธาน "ประสพสึก" 

"ตอบก็บ้า"

 งานเลี้ยงพบปะสังสรรค์ช่วงนี้มีทุกหย่อมหญ้า กระทั่งทำเนียบรัฐบาลก็มีงานเลี้ยงของสื่อมวลชน ที่ “ทศกัณฐ์กรำศึก : สุเทพ เทือกสุบรรณ” ขนอาหารทะเล หอยนางรม กุ้งตัวโต ปูม้า มาสังสรรค์กับนักข่าว ไฮไลท์ของงานคือ "นายกฯ ซีมาร์คโลชั่น" มาร่วมงานและนั่งเปิดใจต่อหน้าสุเทพ และบอกว่า “ชอบสุเทพ ที่เป็นคนใจสู้ ไม่เคยบ่นเรื่องงานเลยแม้แต่น้อย” ไม่นานนายกฯ ก็ลากลับบ้าน ปล่อยสุเทพนั่งเม้าท์กับนักข่าวบ้าง ในวงสนทนาก็มีเรื่องเม้าท์สารพัดที่เปิดอกคุยกัน

 ประโยคหนึ่งที่ทำเอาผู้จัดการรัฐบาลหัวเราะเสียงดังเมื่อถูกถามว่า “ถ้าอภิสิทธิ์ไม่ได้เป็นนายกฯ แล้วจะชูใครต่อ...ถ้าท่านไม่ได้เป็นเลขาฯประชาธิปัตย์แล้วใครจะมาเป็นแม่บ้านของพรรคต่อ” จนทั่น “ทศกัณฐ์กรำศึก” ตอบเสียงดังแบบนักเลงตัวจริงว่า “ชอบถามว่าถ้ายังงั้น ถ้ายังงี้...ถ้ากูตอบมึง...กูก็บ้าแล้ว”