ข่าว

เตรียมประเมินปราบยาฉุนพื้นที่เป็นใจ

เตรียมประเมินปราบยาฉุนพื้นที่เป็นใจ

02 ม.ค. 2554

“นายกฯ”ลั่นปี 54 รัฐกัดไม่ปล่อยแก้ปัญหายาเสพติด อบายมุข ระบุเตรียมประเมินหลังปีใหม่ หลังจี้ตร.ทุกพื้นที่เอ๊กซเรย์ รับอดไม่ได้พื้นที่ไหนปัญหายังหนักมีเจ้าหน้าที่รู้เห็นเป็นใจ ทำแก้ไขปัญหาไปไม่ถึงเป้า ระบุจับตาบางพื้นที่หลังชาวบ้านฟ้องพบเอาผ้าคุมตู้ม้า รอด

(2ม.ค.) นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงนโยบายที่ต้องเร่งแก้ไขปัญหาทางด้านสังคมในปี 54 ว่า ปัญหาที่ต้องเร่งแก้คือเรื่องของปัญหายาเสพติด อบายมุข ซึ่งขณะนี้กำลังเข้มงวดกวดขันอีกรอบหนึ่ง ส่วนสาเหตุที่ทำให้การแก้ไขปัญหาเหล่านี้ไปไม่ถึงเป้านั้น เจ้าหน้าที่รัฐเป็นส่วนสำคัญที่เป็นปัญหา แต่จะไปเจาะจงเจ้าหน้าที่ตำรวจอย่างเดียวก็ไม่ได้ แต่ว่าตำรวจก็มีความรับผิดชอบเบื้องต้นตรงนี้ แต่ว่าตนหวังจะเห็นรูปธรรมของการเปลี่ยนแปลงเรื่องนี้อย่างชัดเจน ขณะนี้ก็ยังมีเสียงร้องเข้ามา บางพื้นที่ก็ฟ้องมาว่า เอาผ้าไปคุมไว้เฉยๆ กำลังจับตาดูว่า สน.นั้นขยับหรือเปล่า แต่ขอไม่บอกว่าเป็นสน.ไหน  เวลานี้ถือว่านโยบายระดับสูงชัดเจน และที่สำคัญต้องมีการติดตามประเมินอย่างต่อเนื่อง ไม่ให้ปล่อยผ่านไป แล้วปล่อยให้ย้อนกลับเข้ามา การปฏิรูปตำรวจเน้นย้ำความใกล้ชิดกับตำรวจระดับสถานี และระบบอาสาสมัครที่เข้ามาก็หวังว่า จะเป็นตัวกระตุ้นเรื่องนี้ให้เดินไปได้ต่อเนื่อง

 เมื่อถามว่า เนื่องจากเวลานี้เราไปสนใจเกี่ยวกับปัญหาการเมืองมากเกินไปหรือไม่ จนละเลยการแก้ไขปัญหาตรงนี้ไป นายกฯ กล่าวว่า จะไปพูดอย่างนั้นเสียทั้งหมดคงไม่ได้ แต่จะเป็นปัจจัยบางกรณี แต่ต้องยอมรับว่า การละเลยการใช้กฎหมายในสังคมไทย มันก็เป็นจุดอ่อนต่อเนื่องในสังคมมายาวนาน หลายสิบปี ตอนนี้เราก็พูดชัดว่า เป็นเรื่องของหัวหน้าระดับพื้นที่ต้องรับผิดชอบ ถ้าพบว่าปัญหากลับมาอีกก็ต้องมีความรับผิดชอบกัน ซึ่งถ้าพื้นที่ไหนกลับมาก็อดสงสัยไม่ได้ว่า มีเจ้าหน้าที่ไปรู้เห็นเป็นใจด้วย เรื่องของกำหนดหรือขีดเส้นตายในการแก้ไขปัญหานั้น เขาก็มีการดำเนินการอยู่ และทุกพื้นที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคง ก็ให้กรอบเวลาที่ชัดเจน ในการพูดคุยกับผู้บังคับบัญชาตำรวจระดับสูง และหลังปีใหม่เราก็จะมาประเมินกัน

สุเทพชี้นโยบายนปราบยาเสพติดไม่เหมือนรบ.ทักษิณ

 นายสุเทพ  เทือกสุบรรณ  รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง กล่าวถึงการเพิ่มความเข้มงวดในการดำเนินนโยบายปราบปรามยาเสพติดในปี 2554หลังช่วงเทศกาลปีใหม่ว่า   ตนเข้มงวดตั้งแต่เดี๋ยวนี้แล้ว  ตนได้สอบถามทาง พล.ต.ท.จักรทิพย์ ชัยจินดา  ผบช.น.  ได้รับรายงานว่าดำเนินการทุกวันทั้งการปิดล้อม ตรวจสอบ 

 ผู้สื่อข่าวถามว่า  การที่ยาเสพติดระบาดมากขึ้นอีก ทั้งที่เคยกวาดล้างครั้งใหญ่จนสงบไปแล้วเป็นเพราะอะไร รองนายกฯฝ่ายความมั่นคง กล่าวว่า มันมีทั้งสาเหตุภายในและภายนอกประเทศ โดยนอกประเทศเพื่อนบ้านเราก็มีการเปลี่ยนแปลง มีการสู้รบ กองกำลังที่อยู่ใกล้ชายแดนไทยทั้งหลาย เร่งรีบที่จะหาเงินทองมาจัดซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์  ก็ยิ่งเร่งส่งออกยาเสพติดเข้ามาในประเทศเรามากขึ้น และในประเทศเราเดี๋ยวนี้มีคนคิดอยากจะรวยทางลัด ด้วยความโลภโมโทสันต์มากขึ้น มักง่ายเห็นว่าเป็นทางรวยเร็วที่สุดก็เข้ามายุ่งกับยาเสพติด เราก็พยายามจะสกัดกั้นการนำเข้า ปราบปรามเส้นทางลำเลียงทั้งหลาย โดยกำหนดพื้นที่เป้าหมายชัดเจน  และพยายามทำให้ยุทธศาสตร์ 5 รั้วป้องกันได้รับการปฏิบัติ

 นายสุเทพ กล่าวว่า ทั้งนี้ในวันศุกร์ที่ 14 ม.ค. 54 นี้ ตนเชิญผวจ.ทุกจังหวัดมาซักซ้อม  เรื่องการปฏิบัติการในการเอาชนะปัญหายาเสพติด เพราะผวจ.จะได้รับอำนาจในฐานะผอ.กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน ประจำจังหวัด ( กอ.รมน.จว.)  ซึ่งสามารถจะระดมสรรพกำลังของทุกส่วนราชการมาช่วยงานนี้ได้ 

        ผู้สื่อข่าวถามว่า  หากไม่เปลี่ยนรูปแบบการปฏิบัติก็เหมือนเดิม ๆ งบประมาณก็เสียไปหลายพันล้านในแต่ละปี ก็จะไม่มีผลดีขึ้นแต่จะวนเวียนอยู่อย่างนี้เรื่อย ๆ  นายสุเทพ กล่าวว่า  ยังไม่เห็นรูปแบบอะไรที่เป็นรูปแบบใหม่ ๆ ที่คิดว่าจะได้ผล เพราะเราก็ศึกษาวิธีการที่ทำกันในประเทศอื่น ๆ ที่มีปัญหายาเสพติด ไม่ว่าในยุโรปหรืออเมริกา หรือเอเชีย เราคิดว่ายุทธศาสตร์ 5 รั้วป้องกัน น่าจะใหม่กว่าในหลายประเทศที่ทำ ซึ่งเราก็ต้องกวดขันในแนวทางนี้ต่อไป  แต่เรื่องของการปราบปราม เอาผู้เสพเข้าบำบัดรักษาจะต้องทำให้มากขึ้น เพื่อลดดีมานต์หรือความต้องการยาเสพติดลง  

 ผู้สื่อข่าวถามว่า  ปัญหาขณะนี้ต่างชาติมีการลักลอบนำเข้ายาไอซ์ ยาอีเข้ามา และภายในประเทศก็มีการขายยาไอซ์พ่วงกับยาบ้า รองนายกฯฝ่ายความั่นคง  กล่าวว่า ตนดูรายงานการจับกุมของกองบัญชาการตำรวจนครบาล ( บช.น.) ก็มีทั้งยาไอซ์และยาบ้า แต่วันนี้ตนเน้นไปถึงผู้ค้ารายเล็กด้วย  เพื่อสกัดผู้ขายตามต้นทาง  

 ผู้สื่อข่าวถามว่า ที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่เน้นมาก คือ แก้ปัญหาในพื้นที่กรุงเทพฯ  ซึ่งป็นจุดพักยาแต่พื้นที่ที่นำเข้าโดยรอบตามแนวชายแดน ดูเหมือนนโยบาย 5 รั้วป้องกันยังไม่เข้มแข็งพอ  นายสุเทพ กล่าวว่า  รั้วชายแดนเราใช้ทั้งตำรวจ ทหาร  อาสาสมัครหมู่บ้านและตำบล  ก็พยายามทำอยู่ให้เข้มข้นยิ่งขึ้น หลังปีใหม่ประชุมกันเสร็จตนกจะออกไปตรวจ  นอกจากนี้เมื่อวันที่ 29 ธ.ค.ตนยังได้หารือกับรมว.มหาดไทย  เห็นพ้องต้องกันว่าจะต้องเข้ามาร่วมมือกันให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น  ส่วนรั้วอื่น ๆ เป็นเรื่องของครอบครัว สังคม โรงเรียน ก็ต้องเอาจริงเอาจังกวดขันมากขึ้น   

 รองนายกฯฝ่ายความมั่นคง  กล่าวว่า  ทั้งนี้ยืนยันว่าไม่มีเจ้าหน้าที่รัฐ ที่เป็นอุปสรรคในการปราบปรามยาเสพติดของรัฐบาล แต่เรื่องของการสนธิกำลังระหว่างกระทรวง ทบวง กรมต่างๆ ในระดับจังหวัดหรืออำเภอยังจะต้องพัฒนาให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ส่วนสินบนนำจับก็ยังมีใช้อยู่

 ผู้สื่อข่าวถามว่า จะมีการพิจารณาเพิ่มโทษในดคียาเสพิตดอีกหรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า  บทกำหนดโทษที่มีอยู่ก็สูงสุดแล้วเท่าที่ทำได้ แต่ว่าเราต้องเพิ่มประสิทธิภาพของการทำงานของหน่วยงานต่างๆ 

 ผู้สื่อข่าวถามว่า ผู้ค้าพวกขาใหญ่ก็ยังสามารถสั่งซื้อขายยาเสพติดจากในคุกได้  รองนายกฯฝ่ายความมั่นคง   กล่าวว่า  เมื่อวันที่ 29 ธ.ค.ตนได้คุยกับนายพีระพันธุ์  สาลีรัฐวิภาค รมว.ยุติธรรมว่า  เรือนจำที่จ.ราชบุรี ได้ดำเนินการตัดสัญญาณโทรศัพท์เรียบร้อยแล้ว ส่วนไอ้ตัวสำคัญๆก็ส่งไปไว้ที่นี่ก่อน ทำอะไรไม่ได้แล้วจะดำเนินการกับทุกเรือนจำอื่นทุกแห่ง เพื่อไม่ให้สามารถใช้สัญญาณโทรศัพท์สั่งซื้อขายยาจากในคุกสะดวกสบายเหมือนแต่ก่อน   แม้จะต้องเสียงบประมาณซื้อเครื่องมือตัดสัญญาณถึง 60 ล้านบาท แต่ก็ถือว่าคุ้มขอให้ได้ผล

 ผู้สื่อข่าวถามว่า บางพื้นที่มีรายงานว่าเจ้าหน้าที่เข้าไปเกี่ยวข้อง จนไม่สามารรถสกัดกั้นได้ รวมทั้งมีนักการเมืองท้องถิ่นมีส่วนร่วมด้วย  นายสุเทพ  กล่าวว่า ใจเย็น ๆ เดี๋ยวจะได้รู้ว่ามีเจ้าหน้าที่คนใดมีส่วนเกี่ยวข้อง  ตนสั่งเอกซเรย์เต็มที่ไม่มีใครรอดกฎหมายได้ นักการเมืองท้องถิ่นจะกลัวอะไร เพราะนักการเมืองระดับชาติเรายังไม่กลัวเลย  ซึ่งนอกจากปัญหายาเสพติดแล้ว ตนยังสั่งการให้ดำเนินการปราบปรามเรื่องบ่อนพนันและตู้ม้าควบคู่ไปด้วย ตนได้กำชับผบช.น.ไปแล้วว่าครบ  30 วันในวันที่ 21 ม.ค.นี้จะต้องมีรายงานมาให้ตนเพื่อรายงานต่อนายกฯ ในความสำเร็จของการดำเนินการเรื่องนี้ 

 ผู้สื่อข่าวถามว่า คิดว่านโยบายปราบปรามยาเสพติดของรัฐบาลชุดนี้ แตกต่างจากรัฐบาลพ.ต.ท.ทักษิณ ชนวัตร อดีตนายกฯอย่างไร  รองนายกฯฝ่ายความมั่นคง  กล่าวว่า  ประการสำคัญที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน คือ เรายึดหลักกฎหมายอย่างเคร่งครัด เป็นนิติรัฐจริง ๆ ไม่มีการอุ้มฆ่าตัดตอน  ประการที่สองเราปรับยุทธศาสตร์ในการทำงาน  ทุกภาคส่วนต้องเข้ามาช่วยกันทำงาน ในยุทธศาสตร์ 5 รั้วป้องกัน  และโครงการติดตามการบำบัด วีธีการและยุทธศาสตร์การทำงานทุกคนชัดเจน แต่มีเรื่องประสิทธิภาพเท่านั้นที่ต้องปรับปรุง

 ผู้สื่อข่าวถามว่า   ตลอด 1 ปีที่ผ่านมาอะไรที่คิดว่าเป็นผลงานชิ้นโบว์แดงของตนเองและรัฐบาลที่ให้กับประชาชน  นายสุเทพ กล่าวว่า   คิดไม่ออก งานของตนจะว่าไม่มีก็พูดได้ เพราะงานของตนมีตั้งแต่ผู้ประสบภัย การปราบปรามยาเสพติด การแก้ปัญหาความไสงบเรียบร้อย มีสารพัด ป้องกันภัย อุบัติเหตุทางถนน ทำหน้าที่ไป ตนไม่ได้มักใหญ่ใฝ่สูงอะไร ว่าจะต้องได้รับการยกย่องชื่นชมว่าทำผลงานชิ้นโบว์แดง แต่ทุกอย่างทำเต็มที่ทำให้ดี เรื่องยาเสพติดมีนเสียจังหวะไปในช่วงที่ตนลาออกไปลงสมัครส.ส. กว่าจะกลับมา 2 เดือนก็ขาดตอนไป