ข่าว

อภิสิทธิ์วอนคนใช้รถเมา-ง่วงงดขับ

อภิสิทธิ์วอนคนใช้รถเมา-ง่วงงดขับ

02 ม.ค. 2554

"นายกฯ"วอนปชช.ใช้รถใช้ถนนอย่าประมาท โดยเฉพาะ " เมา-ง่วง " ต้องงดขับรถ"โฆษกสธ."เตือนนักดื่มควรพักผ่อนให้เพียงพอก่อนใช้ยานพาหนะ ชี้เหตุอาการหลับในมาจากร่างกายพักไม่เพียงพอ พร้อมแนะ 8 วิธีสังเกตุของการเริ่มอาการหลับใน อุบัติเหตุ 7 วันอันตรายภูเก็ตตายแล้ว 3 ร

 (2ม.ค.)นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวในรายการ " เชื่อมั่นประเทศไทยกับนายกฯอภิสิทธิ์ " ถึงการเดินทางสัญจรของประชาชนในช่วงเทศกาลปีใหม่ ว่า ในขณะนี้พี่น้องคนไทยคงกำลังอยู่ในช่วงของการเฉลิมฉลองในเทศกาลปีใหม่ ดังนั้นตนจึงขออวยพรให้พี่น้องประชาชนมีความสุขตลอดไป แต่สิ่งหนึ่งที่ตนอยากจะเน้นย้ำคือเรื่องของความปลอดภัย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของการเดินทาง เพราะในทุกปีที่ผ่านมาเรามักจะมีปัญหาในเรื่องของความสูญเสียที่ไมควรจะเกิดขึ้น สำหรับในปีนี้หน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องพยายามจะรณรงค์ในทุกๆ ด้าน โดยเฉพาะในเรื่องของการดื่มไม่ขับ เมาไม่ขับ และที่สำคัญการดูแลในเรื่องของการการใช้เส้นทางสัญจรต่างๆ ดังนั้นจึงขอความร่วมมือไปยังพี่น้องประชาชนใช้ความระมัดระวัง ขับรถโดยไม่ประมาทให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้า และที่เคารพกฎหมายอย่างเคร่งครัด เพื่อที่จะได้เดินทางโดยปลอดภัยโดยทั่วกัน

โฆษกสธ.เตือนนักดื่มควรพักผ่อนให้เพียงพอ

 นพ.สุพรรณ ศรีธรรมมา โฆษกกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า ในวันหยุดต่อเนื่องเทศกาลปีใหม่ 2554 ประชาชนมักดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เฉลิมฉลองกันมาก อาจส่งผลให้พักผ่อนไม่เพียงพอ เกิดอาการง่วงนอนซึ่งหากขับขี่ยานพาหนะอาจหลับในอย่างไม่รู้ตัว ซึ่งการหลับในจะทำให้สมองหยุดการทำงานชั่วครู่ เสมือนกับคนหูหนวก ตาบอด เป็นอัมพาต หรือหมดสติไปช่วงหนึ่ง บางครั้งการหลับในอาจเกิดร่วมกับการดื่มแอลกอฮอล์ เสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนนได้

 นพ.สุพรรณ ยังแนะวิธีการสังเกตุของการเริ่มอาการหลับใน ว่า สัญญาณเตือนที่ทำให้ผู้ขับขี่รู้สึกว่าตนเองมีอาการง่วงและนำมาสู่การหลับใน คือ ข้อสังเกตุง่ายๆ 8 ข้อ ได้แก่ หาวบ่อยและหาวต่อเนื่อง 2.ใจลอยไม่มีสมาธิ 3.รู้สึกเหนื่อยล้า หงุดหงิด กระวนกระวาย 4.จำไม่ได้ว่าขับรถผ่านอะไรมาในช่วง 2-3 กิโลเมตรที่ผ่านมา 5. รู้สึกหนักหนังตา ตาปรือ ลืมตาไม่ขึ้นมองเห็นภาพไม่ชัด 6. รู้สึกมึน หนักศีรษะ 7.ขับรถส่ายไปมา หรือออกนอกเส้นทาง และ 8.มองข้ามสัญญาณไฟและป้ายจราจร

        ดังนั้น ประชาชนที่จะต้องขับขี่ยานพาหนะเดินทางกลับหลังเทศกาลปีใหม่ ควรเตรียมตัวให้พร้อม นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพออย่างน้อย 7-9 ชั่วโมงก่อนขับขี่ วางแผนการเดินทางไกล โดยให้มีเพื่อนร่วมทางเพื่อพูดคุยและผลัดเปลี่ยนกันขับรถ หยุดพักการขับรถทุกๆ ระยะทาง 150 กิโลเมตรหรือทุก 2 ชั่วโมง ถึงแม้จะยังไม่รู้สึกว่าอ่อนล้าก็ตาม หลีกเลี่ยงการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์หรือยาที่ออกฤทธิ์ทำให้ง่วงซึม เช่น ยาแก้หวัด ยาแก้แพ้ ยาลดน้ำมูก ยาแก้ไอ ยานอนหลับยาคลายเครียด ยาแก้โรคซึมเศร้า ยากันชัก เป็นต้น และในขณะขับขี่หากรู้สึกอ่อนล้า ควรจอดรถเพื่อนอนหลับสักพักก่อนขับต่อ

7วันอันตรายภูเก็ตตายแล้ว3ต่างชาติ2ราย
 
 นายสันติ์ จันทรวงศ์ ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า สถิติการป้องกันลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ของจังหวัดภูเก็ต ภาพรวม 4 วัน (29 ธ.ค.53- 1 ม.ค.54 ) มีอุบัติเหตุทางถนนเกิดขึ้น 46 ครั้ง มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 55 ราย เป็นชาย 43 ราย และหญิง 12 ราย มีผู้เสียชีวิต 3 ราย รายแรกชื่อนายอุทัย ไหมคง อายุ33 ปี จากการขับขี่รถจักรยานยนต์ เหตุเกิด อ.ถลาง รายที่ 2 และ 3 เป็นชาวต่างชาติ ชื่อ Miss. ARYPORN SUNTHORN อายุ 50 ปีสัญชาติแคนาดา และ Mr. KONGSENG SUNTHORN อายุ 61 ปี สัญชาติแคนาดา จากการที่รถยนต์เสียหลักเฉลี่ยชนเสาไฟฟ้าริมถนนศรีสุนทร อ.ถลาง โดยทั้งสองรายเป็นผู้โดยสาร

 อย่างไรก็ตามสาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุส่วนใหญ่มาจากเมาสุรา ขับรถเร็วเกินกำหนด และตัดหน้าในระยะกระชั้นชิด ทั้งนี้จากการดำเนินการตามมาตรการต่างๆ ทางกฎหมาย เช่น หมวกนิรภัย มอเตอร์ไซด์ไม่ปลอดภัย ไม่คาดเข็มขัดนิรภัย เมาไม่ขับ ใบขับขี่ เป็นต้น ซึ่งจากการตั้งด่านตรวจในพื้นที่ต่างๆ ทั้ง อ.เมือง ภูเก็ต อ.ถลาง และ อ.กะทู้ จำนวนรวม 9 ด่านตรวจ ผลปรากฏว่า มีการเรียกตรวจรวม 36,422 ครั้ง มีการดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดจำนวน 1,972 ราย ส่วนใหญ่ไม่มีใบอนุญาตขับขี่ รองลงมา ไม่สวมหมวกนิรภัย ไม่คาดเข็มขัดนิรภัย เมาสุรา มอเตอร์ไซด์ไม่ปลอดภัย ฝ่าฝืนสัญญาณจราจร ใช้มือถือขณะขับรถ ขับรถย้อนศร และแซงในที่คับขัน นายสันต์ กล่าว และว่า จำนวนอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นดังกล่าวถือว่ายังอยู่ในเกณฑ์ที่ไม่มากนัก ทั้งนี้เนื่องจากที่ผ่านมาได้มีการรณรงค์และประชาสัมพันธ์เพื่อสร้างความตระหนักให้กับผู้ใช้รถใช้ถนนมาอย่างต่อเนื่อง

 ขณะที่นายนิวิทย์ อรุณรัตน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า จากการที่ได้ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงตรวจเยี่ยมและให้กำลังใจการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ประจำด่านตรวจต่างๆ ในเขต อ.เมืองภูเก็ต พบว่า ในช่วงระหว่างวันที่ 29 ธันวาคม 2553 – วันที่ 1 มกราคม 2554 ส่วนใหญ่เป็นไปด้วยความเรียบร้อยดี และจำนวนอุบัติลดลงน้อยลงอยู่ในเกณฑ์ที่รับได้ แต่จริงๆ แล้วหากไม่เกิดขึ้นเลยก็จะเป็นการดีมาก

 ทั้งนี้หลังจากการปฏิบัติสิ้นเสร็จในแต่ละวันทางเจ้าหน้าที่ก็จะร่วมกันสรุปข้อบกพร่องต่างๆ ที่เกิดขึ้น และนำไปปรับปรุงแก้ไขในการปฏิบัติงานวันต่อๆ ไปด้วย อย่างไรก็ตามคงต้องขอขอบคุณเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายที่ร่วมกันปฏิบัติงานอย่างเต็มที่ แม้ว่าจะเป็นช่วงวันหยุดยาวซึ่งควรจะได้หยุดพักผ่อนกับครอบครัวก็ตาม 

พระมหาสมปองอวยพรปีใหม่คนไทย

ผู้สื่อข่าวประจำจ.นครราชสีมารายงานบรรยากาศที่มูลนิธิสมเด็จพระพุฒาจารย์(โต พรหมรังสี) เมตตาบารมี อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา มีพุทธศาสนิกชนและนักท่องเที่ยวเดินทางไปนมัสการรูปหล่อหลวงปู่โต พรหมรังสี ทองคำองค์ใหญ่ที่สุดในโลก เป็นจำนวนมากนับหมื่นคนในโอกาสขึ้นปีใหม่ เพื่อเป็นสิริมงคลกับชีวิต โดยหลายคนได้อธิษฐานขอพรให้หลวงปู่โตคุ้มครองและประสบแต่ความโชคดีตลอดปีพุทธศักราช 2554นายสรพงศ์ ชาตรี ประธานมูลนิธิสมเด็จพระพุฒาจารย์(โต พรหมรังสี) เมตตาบารมีและศิลปินแห่งชาติ สาขาการแสดงได้กล่าวอวยพรปีใหม่แก่คนไทยทั่วประเทศว่าในวารดิถีขึ้นปีใหม่นี้ขออาราธนาสิ่งศักดิ์สิทธิ์พระพุทธเจ้า พระธรรมเจ้าพระสังฆเจ้า พระอริยะเจ้า ขอบารมีบูรพามหากษัตริย์ทุกพระองค์แห่งสยามประเทศจงมาปกป้องคุ้มครองรักษาพี่น้องชาวไทยให้มีความสุขกาย สุขใจ เดินทางไปที่แห่งหนไหนก็ให้แคล้วคลาดปลอดภัยจะทำการใดๆก็ให้ประสบผลสำเร็จขอให้มีความสุขความเจริญทุกๆท่าน

นายสรพงศ์ ชาตรี ประธานมูลนิธิสมเด็จพระพุฒาจารย์(โต พรหมรังสี) เมตตาบารมี เปิดเผยว่า ในช่วงเทศกาลปีใหม่นี้อยากจะขอเชิญชวนประชาชนคนไทยเดินทางมาท่องเที่ยวในจ.นครราชสีมา ไม่ว่าจะเป็นมูลนิธิสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) อ.สีคิ้ว ,อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ อ.ปากช่อง,อ.วังน้ำเขียวรวมถึงอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี อ.เมืองฯอากาศดีมากดอกไม้ก็สวยงาม โดยเฉพาะช่วงนี้ได้มีพุทธศาสนิกชนและนักท่องเที่ยวที่เดินทางกลับภูมิลำเนาในจังหวัดทางภาคอีสานได้แวะนมัสการรูปหล่อเหมือนองค์หลวงปู่โตคำทองใหญ่ที่สุดในโลกวันละประมาณ 3 หมื่นคน มีรถยนต์ทั้งรถส่วนตัวและรถนำเที่ยวที่ประชาชนใช้โดยสารเข้ามาภายในมูลนิธิฯวันละ 5 พันคัน

ทั้งนี้ทางมูลนิธิฯได้ให้การต้อนรับทั้งที่จัดจอดรถ และจัดเลี้ยงอาหารคาวหวานให้กับผู้ที่มานมัสการฟรี โดยการก่อสร้างองค์หลวงปู่โตทองคำใหญ่ที่สุดในโลกขณะนี้ตัวองค์รูปเหมือนได้ปิดทองเสร็จสมบูรณ์แล้วคงเหลือแต่วิหารครอบที่มีความก้าวหน้าไปแล้วประมาณร้อยละ 60 นอกจากนี้ทางมูลนิธิฯยังมีโครงการก่อสร้างพระพุทธไสยาสน์หรือพระนอนทองสัมฤทธิ์องค์ใหญ่และยาวที่สุดในโลกโดยมีความยาว 99 เมตร ซึ่งขณะนี้ได้มีพิธีหล่อเศียรองค์ต้นแบบและจัดเตรียมสถานที่ก่อสร้างเรียบร้อยแล้วโดยคาดว่าจะใช้งบประมาณในการดำเนินก่อสร้างประมาณ 1600 ล้านบาท และเมื่อก่อสร้างทั้งพระนอนและหลวงปู่โตองค์ใหญ่ที่สุดในโลกเสร็จสิ้นมูลนิธิสมเด็จพระพุฒาจารย์(โต พรหมรังสี) เมตตาบารมี อ.สีคิ้ว ก็จะเป็นแหล่งรวมของพุทธศาสนิกชนและเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญของจ.นครราชสีมาอีกแห่งหนึ่งด้วย

ด้านพระมหาสมปอง ตาลปุตุโต พระนักเทศนาชื่อดังของประเทศไทย จากวัดสร้อยทอง กรุงเทพฯ เทศนาอวยพรปีใหม่แก่คนไทยว่าปีเก่าผ่านไปปีใหม่มาถึงแล้วก็อยากจะเน้นเรื่องความรักความสามัคคีปีกระต่ายก็อยากจะให้เป็นปีแห่งความสุข ใครเหนื่อยใครท้อก็ขอให้ลุกขึ้นมาและก้าวไปสู่ความสำเร็จ ก้าวไปสู่ความสุข ก้าวไปสู่ความสามัคคี และขอให้ทุกคนมีพรหมวิหารต่อกันคือ มีเมตตา มีความรักกัน มีความกรุณาสงสารเห็นอกเห็นใจต่อกัน มีความยินดีต่อกัน และที่สำคัญจะต้องมีอุเบกขาคือการวางใจเป็นกลางและสุดท้ายคนไทยก็จะมีแต่ความสุขความสามัคคีและประสบผลสำเร็จเจริญก้าวหน้าพระมหาสมปองกล่าว