
"สุเทพ"คาดปี54นปช.ยังไม่หยุดป่วน
รองนายกฯมั่นคงคาดปี 54นปช. ยังไม่หยุดป่วน ชี้ ทักษิณ"ยังมีอิทธิพล เบ็ดเสร็จ สั่ง นปช. เคลื่อนไหว เชื่อ พท. ทุ่มกำลังทั้งหมด ซักฟอก รบ. เพราะ ทำให้ได้คะแนนเสียง โว เตรียม ข้อมูลรับมือแล้ว มองแง่ดีปี 54 บรรยากาศการเมืองดีขึ้น วาด ปฏิทิน ช
(2ม.ค.) นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง และเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึง การเคลื่อนไหวของ กลุ่มแนวรวมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช. ) หรือกลุ่มคนเสื้อแดง ว่า กลุ่มคนเสื้อแดงคงไม่หยุดการเคลื่อนไหว แต่เมื่อมีการพูดคุยกัน รัฐบาลก็พยายามที่จะหยิบยื่นไมตรีให้ ปฎิบัติในแนวทางที่ทำให้คนเสื้อแดงผ่อนคลายลงได้ รัฐบาลได้กำหนดวันเวลาที่จะเลือกตั้งใหม่ชัดเจน คนเสื้อแดงก็ต้องเข้าใจได้ว่าทาง ฝ่ายคนเสื้อแดงเรียกร้องให้มีการเลือกตั้งทั่วไป และเมื่อรัฐบาลกำหนดวันเวลาเลือกตั้งทั่วไปแล้ว คนเสื้อแดงจะดิ้นรนเคลื่อนไหวไปทำไม " กลุ่มคนเสื้อแดงควรเตรียมตัวมาใส่เสื้อพรรคเพื่อไทยลงสมัครรับเลือกตั้งแล้วลงไปสู้กันในสนามการเลือกตั้งจะดีกว่า ถ้าขืนเคลื่อนไหวไปมากๆตัวเองก็จะเสียคะแนน จะไปทำให้พรรคเพื่อไทยคะแนนตกไปด้วย คิดว่าเขาควรจะเพลาๆเรื่องการคเลื่อนไหวลงบ้าง และตนคงไม่กล้าฝากเตือนไปถึงกลุ่มอื่น เพราะคงไม่มีใครฟังใคร "
ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่ กลุ่มคนเสื้อแดงเตรียมจะเคลื่อนไหวในวันที่ 29 ม.ค. รองนายกฯฝ่ายความมั่นคง กล่าวว่า ใครจะเคลื่อนไหวอะไรให้คิดถึงประเทศชาติ คิดถึงส่วนรวม และประชาชนด้วย
“พี่น้องประชาชนระอาเต็มที ไม่ว่าฝ่ายไหนจะเคลื่อนไหวก็แล้วแต่ ไม่ต้องการเห็นกันทั้งนั้น พ.ต.ท.ทักษิณ ก็ยังมีอิทธิพลอยู่ในการที่จะสั่งการให้เคลื่อนไหว หรือไม่เคลื่อนไหว ยังสำคัญอยู่มาก เบ็ดเสร็จเด็ดขาดเลยก็ว่าได้” รองนายกฯฝ่ายความมั่นคง กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่า นายกฯเองก็ยืนยันว่าปี 2554 นี้ ทั้งคนเสื้อแดงและคนเสื้อเหลือง ก็ยังจะเคลื่อนไหวอยู่เช่นเดิม รองนายกฯฝ่ายความมั่นคง กล่าวว่า ตนก็จะได้ปรึกษาหารือ ในฝ่ายความมั่นคงในเรื่องการเตรียมวางแผนรับมือ เพราะหน้าที่คือดูแลให้บ้านเมืองสงบ ส่วนมาตรการในการที่จะดำเนินการก็ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ โดยจะมีการแจ้งประชาชนตลอดอย่างตรงไปตรงมา ว่าเกิดอะไรขึ้นบ้างอย่างไร
ผู้สื่อข่าวถามว่า ถ้ารัฐบาลไม่สามารถเจรจากับพ.ต.ท.ทักษิณได้ กรณีการชุมนุมของคนเสื้อแดง นายสุเทพ กล่าวว่า เรื่องของ พ.ต.ท.ทักษิณ ทางฝ่ายรัฐบาลไม่ได้ติดต่อ ไม่ได้ไปเจรจาด้วย เป็นเรื่องที่พ.ต.ท.ทักษิณ และบริวาร จะต้องไปพูดคุยกันเองพ.ต.ท.ทักษิณ น่าจะตระหนักได้ว่า อะไรที่ทำให้บ้านเมืองวุ่นวายเสียหาย เป็นผลต่อตัวพ.ต.ท.ทักษิณหรือพรรคมากขึ้น ยิ่งใกล้วันเลือกตั้งพ.ต.ท.ทักษิณต้องระมัดระวังตัวมากขึ้น การเคลื่อนไหวนอกสภาก็คิดว่าน่าจะยังมีอยู่ และหากยังมีความเคลื่อนไหวที่รุนแรงยังวุ่นวาย นายกฯไปที่ไหนมีตีนตบไล่ตลอดเวลาขว้างข้าวขว้างของ ตนก็จะคัดค้านไม่ให้มีการยุบสภา ส่วนการที่คนเสื้อแดงเตรียมนัดชุมนุมวันที่ 29 ม.ค.ที่บริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยเหตุการณ์จะซ้ำรอยอีกหรือไม่นั้น สำหรับตนแล้วคิดว่าคงไม่ คือ อะไรในทางร้าย หากเขาจะเคลื่อนไหวอะไรเขาก็ต้องดูแลให้เรียบร้อย
ผู้สื่อข่าวถามว่า พรรคเพื่อไทยปีหน้าจะลดบทบาททางการเมือง อาจจะเกี่ยวโยงไปถึงเรื่องการอภิปรายไม่ไว้วางใจ นายสุเทพ กล่าวว่า พรรคเพื่อไทยจะทุ่มเทสรรพกำลังเพื่อการอภิปรายไม่ไว้วางใจ เพราะคาดหวังว่าเรื่องอภิปรายฯ เป็นเรื่องที่ทำให้พรรคเขาได้คะแนนเสียง ซึ่งรัฐบาลเองก็จะได้เตรียมตัวทำการบ้าน เพื่อใช้โอกาสในการอภิปรายได้พูดชี้แจง ส่วนงานที่ทำจะบอกไม่ได้ว่าสำเร็จมากน้อยแค่ไหนเป็นหน้าที่ที่แต่ละกระทรวงต้องไปดูว่าเรื่องของตัวเอง เรื่องไหนที่เกิดขึ้นแล้วคนสนใจก็ต้องตอบไป ในส่วนของตนก็ต้องทำการบ้านไว้เลยว่า กับนายจตุพรก็คงจะเอาเรื่องที่เกี่ยวข้องกับเรื่องเขาแพง เรื่องเหตุการณ์ เดือนพ.ค.ค่าใช้จ่ายคนเป็นคนตายคนเจ็บ อย่างรู้ข้อสอบแล้ว
ผู้สื่อข่าวถามว่า เป็นไปได้หรือไม่หลังจากเลือกตั้ง พรรคประชาธิปัตย์จะจับมือกับพรรคเพื่อไทย เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ หัวเราะและกล่าวด้วยอามรณ์ดีว่า เวลานี้ยังเป็นผู้จัดการรัฐบาลนี้อยู่ ยังไม่ได้เป็นผู้จัดการรัฐบาลหน้า ตอบไม่ได้
ผู้สื่อข่าวถามย้ำว่า หากประชาธิปัตย์กลับมาเป็นรัฐบาลอีก ปัญหาเดิมๆก็จะกลับมาอีกนายสุเทพ กล่าวว่า อย่าเพิ่งไปคิดยาวเลย ตั้งแต่วันนี้ไปจนถึงวันเลือกตั้งคิดแค่นี้ก่อนส่วนเลือกตั้งแล้วจะเป็นอย่างไรค่อยไปคิดกันอีกที ส่วนในเรื่องคดีต่างๆที่เกี่ยวกับการชุมนุมนั้น ก็คงจะมีความชัดเจนขึ้น เร่งรัดเจ้าหน้าที่ให้รีบทำ เพราะเชื่อว่าประเด็นนี้น่าจะเป็นประเด็นหนึ่งในการอภิปราย เพราะตนคงต้องเป็นผู้ที่ต้องชี้แจง
มองแง่ดีปี54บรรยากาศการเมืองดีขึ้น
นายสุเทพ ในฐานะเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงแนวโน้มการเมืองไทยในปี 2554 ว่า ตนมองในแง่ดี มีความคาดหวังในแง่ดีเชื่อว่าในปี 2554 การเมืองในประเทศจะมีบรรยากาศที่ดีขึ้น ทุกพรรคการเมือง ทุกกลุ่มการเมืองจะได้เตรียมตัวเข้าสู่บรรยากาศการเลือกตั้ง ทุกคนจะต้องทำเรื่องดีๆมาเสนอต่อประชาชน คิดว่าประชาชนน่าจะสบายใจได้ ส่วนในเรื่องปฏิทินการเมืองก่อนที่จะนำไปสู่การเลือกตั้งได้นั่น ก็จะเริ่มจากการเปิดสมัยประชุมของรัฐสภาจะเปิดในวันที่ 28 ม.ค.2554 ช่วงสมัยประชุมก็จะประมาณ 3 เดือน เชื่อว่ากรรมาธิการวิสามัญที่พิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ น่าจะทำงานเสร็จก่อนวันที่เปิดสมัยประชุมรัฐสภา และทันที่เปิดสมัยประชุม ก็จะมีการเสนอร่างเข้าไปได้
"ถ้าให้ผมคาดการณ์ประมาณเดือน ก.พ. ร่างรัฐธรรมนูญคงจะผ่าน หลังจากนั้น ก็เป็นในเรื่องขั้นตอนในการทำประกาศ คงอยู่ในช่วงสมัยประชุม ขณะเดียวกัน เมื่อร่างรัฐธรรมนูญผ่านวาระ 3 ไปแล้ว และอยู่ในขั้นตอนการนำขึ้นกราบบังคมทูลฯ เพื่อทรงพระปรมาภิไธยเพื่อประกาศบังคับใช้ ก็คงได้มีความร่วมมือ ในการทำกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญที่เกี่ยวข้อง กฎหมายเลือกตั้ง ก็จะได้ทำไปพร้อมๆกัน ถ้าทุกอย่างเป็นไปในทางที่ดีก็คิดว่า น่าจะทำกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญได้เสร็จ หากไม่เสร็จ ก็อาจจะต้องมีการเปิดสภาสมัยวิสามัญเพื่อพิจารณา ส่วนเวลาที่จะกำหนดหลังจากนั้นทำนายไม่ได้ ต้องรอดูที่รัฐธรรมนูญว่าเสร็จได้เมื่อไร” นายสุเทพ กล่าว
รองนายกฯฝ่ายความมั่นคง กล่าวอีกว่า เมื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญเสร็จแล้ว คงไม่สามารถยุบสภาได้ทันที เพราะเมื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญแล้ว ต้องไปแก้ไขส่วนที่เกี่ยวกับกฎหมายเลือกตั้ง ให้สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญที่แก้ไขใหม่ ส่วนการเลือกตั้งอาจจะเกิดขึ้นช่วงเดือนพ.ค. - มิ.ย. หรือไม่นั้นตรงนี้ก็มีโอกาส แต่จะใช่หรือไม่ยังไม่ชัดเจน
ผู้สื่อข่าวถามว่า มีข่าวว่ารัฐบาลจะอยู่จนถึงการจัดทำงบประมาณ ปี 2555 แล้วเสร็จก่อนหรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า ไม่มีปัญหาถึงขนาดนั้น การที่จะอยู่ต่อไปหรือไม่ คงไม่เกี่ยวกับการโยกย้ายข้าราชการ หรือ การจัดทำงบประมาณ โดยส่วนตัวแล้วอยากให้ทุกอย่างราบรื่น และทำเรื่องงบประมาณให้เรียบร้อย แต่ก็ต้องดูบรรยากาศคนอื่นจะว่าอย่างไร นายกรัฐมนตรีจะว่าอย่างไร เพราะนายกฯมีเงื่อนไข 3 ประการ หากทุกอย่างเสร็จเรียบร้อยสมบูรณ์ ท่านก็จะต้องเดินหน้าต่อไปในแนวทางของท่าน
ส่วนการที่นายกรัฐมนตรีออกมาระบุว่า จะมีมีการยุบสภาเลือกตั้งได้เร็วเท่าไร ก็จะปลดล๊อก ปัญหาทางการเมืองได้เร็วขึ้นนั้น รองนายกฯฝ่ายความมั่นคง กล่าวว่า ตนไม่ได้ขัดแย้งกับท่าน แต่ที่ตนกล่าว คือ เมื่อทุกอย่างได้ครบเงื่อนไขตามที่นายกฯกำหนด ท่านก็คงยุบสภาและการยุบสภาเร็วหรือช้า ทางพรรคประชาธิปัตย์จะได้เปรียบหรือไม่อย่างไรคงไม่เกี่ยวกัน ทุกคนต้องเท่ากัน เพราะทันทีที่มีการยุบสภา ทุกคนก็ต้องเข้าสู่บรรยากาศของการหาเสียง เลือกตั้งประชาชนก็จะเป็นผู้ตัดสินไม่มีใครได้เปรียบเสียเปรียบ
ผู้สื่อข่าวถามว่า กับพรรคร่วมรัฐบาล ก่อนที่จะมีการเลือกตั้งหรือลงพื้นที่หาเสียง จำเป็นที่จะต้องมีการพูดคุยกันก่อนหรือไม่อย่างไร นายสุเทพ กล่าวว่า การที่มีรัฐบาลที่มาจากการรวมพรรคการเมือง หลายพรรคเข้ามาด้วยกันต้องมีกรณีของการกระทบกระทั่งกันบ้าง ความไม่เข้าใจกันบ้าง เป็นธรรมดา ไม่ว่าประเทศไทย หรือประเทศไหนก็แบบนี้ สำหรับรัฐบาลนี้ก็ค่อยๆแก้ค่อยๆปรับ มาถึงวันนี้ตนคิดว่า บรรยากาศในพรรคร่วมรัฐบาลดูราบเรียบดี ถ้ามีปัญหา ตนก็แก้ปัญหาอีก ส่วนที่มีการกล่าวว่า หากพรรคการเมืองขนาดเล็กมีการรวมตัวกัน เป็นพรรคขนาดกลางหรือพรรคเกือบขนาดใหญ่ จะให้เสถียรภาพทางการเมืองมั่นคงขึ้นนั้น ตนมองว่า ใครจะทำพรรคการเมืองพรรคเล็กพรรคใหญ่ขนาดไหน ดำเนินการได้ทั้งนั้น แต่จะเกิดผลอย่างไรต้องดูตอนเลือกตั้งเสร็จ ถ้าไปฟังตามที่นักการเมืองหรือพรรคการเมืองพูดนั้น ตัวเลข ส.ส. ที่จะได้เกินกว่าที่มีจริงในสภาฯเป็นเท่าตัวเลย ก็ปล่อยให้พูดไป
ผู้สื่อข่าวถามว่า พรรคประชาธิปัตย์คาดหวัง ว่าจะได้เสียงส.ส.เกินครึ่งของสภาหรือไม่ เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า จะเกินครึ่งหรือไม่ พูดยาก ถ้าจะให้ตนฟันธงบอกได้เลยว่าเป็นเรื่องลำบากมาก แต่ว่าทำอย่างไรจะให้ได้คะแนนเป็นที่หนึ่งจะง่ายกว่า
“เพื่อแผ่นดิน”ชูนโยบายรัฐสวัสดิการสู้ศึกเลือก
นพ.ภูมินทร์ ลีกิจธีระประเสริฐ โฆษกวอร์รูมพรรคเพื่อแผ่นดิน เปิดเผยว่าพรรคเพื่อแผ่นดินเตรียมจะเปิดตัวนโยบายของพรรคในแนวทางรัฐสวัสดิการ ประมาณต้นเดือนกุมภาพันธ์ 2554 โดยหลังจากหลังปีใหม่คณะกรรมการกำหนดนโยบายและยุทธศาสตร์ ที่มีนายอุดร ทองประเสริฐ ส.ส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อแผ่นดินเป็นประธานจะได้หารือเพื่อสรุปอีกครั้งหนึ่ง อย่างไรก็ตามการกำหนดนโยบายของพรรคได้ทำในสถานะพรรคเพื่อแผ่นดิน ยังไม่ได้คำนึงถึงกรณีการควบรวมกับพรรครวมชาติพัฒนา เบื้องต้นตนมองว่าหากพรรคการเมืองใดที่จะทำงานร่วมกันหากได้ข้อสรุปที่ชัดเจนแล้ว เรื่องนโยบายสามารถปรับเพิ่มภายหลังได้
“นโยบายรัฐสวัสดิการ ตามที่นายชาญชัย ชัยรุ่งเรือง หัวหน้าพรรคย้ำนั้น ไม่ใช่แนวประชานิยม แต่เป็นการให้สิทธิขั้นพื้นฐานที่ประชาชนควรได้รับตั้งแต่เกิดจนถึงตาย อย่างต่อเนื่อง แต่ต้องมีการใช้เม็ดเงินจำนวนมาก ดังนั้นต้องคำนึงถึงเรื่องรายรับ รายจ่ายด้วย” นพ.ภูมินทร์ กล่าว
ด้านนพ.วัลลภ ไทยเหนือ ส.ส. สัดส่วน พรรคเพื่อแผ่นดิน ในฐานะที่ปรึกษาประธานคณะกรรมการกำหนดนโยบายและยุทธศาสตร์พรรคเพื่อแผ่นดิน เปิดเผยถึงการกำหนดนโยบายเพื่อใช้ในการหาเสียงของพรรค ว่าขณะนี้ยังไม่ได้คุยกันในเรื่องของรายละเอียดเนื่องจากว่าต้องรอความชัดเจนในเรื่องของการทำงานร่วมกันกับพรรครวมชาติพัฒนา ของนายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ว่าจะเป็นการควบรวมพรรคการเมืองเข้าด้วยกันหรือไม่ ส่วนการกำหนดนโยบายนั้นส่วนตัวเห็นว่าจะต้องไม่ใช่นโยบายฉบับประชานิยม หรือตะพึดตะพือแจก แต่ต้องให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วม ซึ่งหากการกำหนดนโยบายของพรรคเป็นในลักษณะประชานิยมตนอาจต้องพิจารณาถอนตัวจากวงการ เพราะขัดต่อความรู้สึก
ปชช.หนุนปฏิรูปตร.หนักใจปัญหาการเมือง
สำนักวิจัยเอแบคโพลล์ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ สำรวจความคิดเห็นประชาชนในกรุงเทพมหานคร ปริมณฑล ข้าราชการตำรวจ และผู้ปฏิบัติระดับสถานีตำรวจ ทั่วประเทศ จำนวน 2,156 คน ระหว่างวันที่ 10 -31 ธันวาคม 2553 ว่าด้วยแนวทางปฏิรูประบบงานตำรวจ โดยรัฐบาล สรุปผลได้ดังนี้ คือ ประชาชน 76.4 % เห็นด้วยที่ต้องปฏิรูประบบงานตำรวจ ขณะที่ประชาชน 23.6 % ไม่เห็นด้วย
จากการสำรวจสาเหตุสำหรับความรู้สึกหนักใจมากที่สุดในการเข้ารับราชการตำรวจ ในช่วง 12 เดือน ที่ผ่านมา พบว่า 43.7 % ได้แก่ ม็อบทางการเมือง และความแตกแยกของคนในชาติ รองลงมาคือ 21.3 % ได้แก่ นโยบายของฝ่ายการเมืองกับความเป็นจริง ไม่
สอดคล้องกัน ในขณะที่ 20.6 % ระบุ ยังคงมีตั๋วเด็กฝาก และรองลงมาคือ การทุจริต คอร์รัปชั่น เงินค่าตอบแทน ตกไม่ถึงมือตำรวจชั้นผู้น้อย เจอคดีที่เกี่ยวข้องกับผู้มีอิทธิพลและนักการเมือง และอื่นๆ เช่น การเก็บเกี่ยวผลประโยชน์ให้นาย ความขัดแย้งกับเพื่อนร่วมงานและชีวิตส่วนตัว



