
พลังของวิกิลีกส์:พลังปชช.ตรวจสอบ
แม้เปิดตัวเป็นสำนักข่าวกรองประชาชนมานานนับ 4 ปี และได้เปิดโปงแบบเงียบๆ หลายเรื่องจนได้รางวัลดีเด่นด้านสื่อจากหลายองค์กร แต่เว็บไซต์ "วิกิลีกส์" ที่ก่อตั้งโดยอดีตแฮ็กเกอร์ผู้หันเหมาเป็นนักรณรงค์เพื่อความโปร่งใสอย่างนายจูเลียน อาซานจ์ ได้กลายเป็นปรากฏการณ์แ
จากการปล่อยข้อมูลจำนวนมหาศาล ที่สร้างความเสียหายแก่อภิมหาอำนาจโลกระลอกแล้วระลอกเล่า ตั้งแต่การแฉด้านมืดของสงครามอัฟกานิสถาน สงครามอิรัก และสั่นสะเทือนที่สุดคือการปล่อยโทรเลขลับกว่า 2.5 แสนชิ้น ตีแผ่ภารกิจหลังฉากของบรรดานักการทูตอเมริกัน ที่พาลสร้างความอับอายให้ผู้นำโลกหลายคน
องค์กรสื่อไร้รัฐแห่งนี้อยู่ภายใต้การกำกับของนายอาซานจ์ที่มองว่า การบริหารประเทศยุคใหม่ คือการคบคิดของผู้มีอำนาจ ที่ดำเนินการขัดกับผลประโยชน์ของผู้ถูกปกครอง การมีอยู่ของวิกิลีกส์ก็เพื่อที่จะบั่นทอนความสามารถในการสื่อสารลับๆ ของรัฐบาล ผลักดันไปสู่การเปิดกว้าง นำมาซึ่งรัฐบาลที่โปร่งใสมากขึ้น หรือกดขี่น้อยที่สุด
ผลสะท้อนจากการเคลื่อนไหวเพื่อความโปร่งใสแบบสุดขั้วของอาซานจ์ ได้สร้างความแตกแยกทางความคิดอย่างชัดเจนกว่าครั้งไหนๆ ระหว่างฝ่ายที่ต้องการให้อินเทอร์เน็ตเป็นสื่อเปิดกว้างและอิสระ กับฝ่ายที่มองว่าเป็นความเสี่ยง ยังต้องการปกป้องและควบคุม และสองฝ่ายกำลังต่อสู้กันอย่างเอาจริงเอาจังเป็นครั้งแรก
รัฐบาลสหรัฐที่ชังน้ำหน้าอาซานจ์อย่างที่สุด ตกที่นั่งลำบาก เมื่อดูเหมือนว่าความพยายามล่มเว็บไซต์วิกิลีกส์ จะกลายเป็นดาบทิ่มแทงตัวเองเพราะเมื่อไม่กี่เดือนก่อน เพิ่งวิจารณ์ประเทศในแถบอ่าวเปอร์เซียที่ขู่บล็อกบริการส่งข้อความของแบล็กเบอร์รี เพราะข้อมูลเข้ารหัส รัฐไม่สามารถเข้าถึงได้ ส่วนการสอบสวนเอาผิดทางอาญากับเว็บไซต์จอมแฉ ยังต้องก้าวข้ามอุปสรรคข้อกฎหมายจารกรรม เพราะวิกิลีกส์ถูกมองว่าเป็นองค์กรสื่อรูปแบบหนึ่ง และสหรัฐไม่เคยแตะต้องสื่อที่แพร่งพรายความลับ
นอกจากนี้แล้ว วิกิลีกส์ได้ร่วมมือกับสื่อสิ่งพิมพ์กระแสหลักในตะวันตก มาร่วมกรอง ตัดชื่อและเนื้อหาที่อาจเป็นอันตรายต่อตัวบุคคลออกก่อนทยอยเผยแพร่ข้อมูลชุดหลังสุด แสดงให้เห็นถึงการปรับกลยุทธของวิกิลีกส์ที่คำนึงถึงมาตรฐานวิชาชีพสื่อมวลชนมากกว่าเดิม
แนวร่วมวิกิลีกส์ขยาย
แม้ว่าข้อมูลชุดล่าสุดที่วิกิลีกส์ได้นำมาเผยแพร่ รวมถึงสถานที่อ่อนไหวที่สหรัฐระบุว่าจะให้ผู้ก่อการร้ายล่วงรู้ไม่ได้เด็ดขาด และเกือบทุกรัฐบาลออกมาก่นประณาม โดยให้เหตุผลคล้ายกันว่าทำให้หลายชีวิตต้องตกอยู่ในความเสี่ยง แต่จนถึงขณะนี้ ก็ยังไม่มีหลักฐานว่ามีชีวิตไหนได้รับอันตรายจากการเปิดเผยความจริง ขณะที่กระแสสนับสนุนโดยเฉพาะในหมู่คนรุ่นใหม่ใช้สื่อออนไลน์มีแต่จะแผ่ขยายออกไป จำนวนมากยังปักใจเชื่อโดยไม่รอการพิสูจน์ว่า การที่นายใหญ่วิกิลีกส์ต้องมาต่อสู้คดีข้อหาล่วงละเมิดทางเพศสตรีสวีเดนสองคนอยู่ในเวลานี้นั้น มีการเมืองอยู่เบื้องหลัง
ฝ่ายสนับสนุนหลักคิดวิกิลีกส์ ได้ต่อสู้กับความพยายามสกัดกั้นการเผยแพร่เอกสารลับการทูต ด้วยการระดมเปิดเว็บไซต์สำรองกว่าพันแห่ง เรื่อยไปจนถึงการบอยคอตบริษัทอเมซอน วีซ่า มาสเตอร์การ์ด เพย์พัล และอื่นๆ ที่ตัดบริการด้านการเงินและเทคนิคแก่วิกิลีกส์ นอกจากนี้ ยังมีกลุ่มแฮ็กเกอร์ที่ใช้ชื่อ "นิรนาม" ก่อสงครามไซเบอร์ภายใต้ "ปฏิบัติการเอาคืน" กับบริษัทเหล่านี้ด้วย
แนวคิดแสวงหาความโปร่งใส ยังได้รับการขานรับจากนักเคลื่อนไหวในหลายประเทศ ที่เปิดเว็บไซต์ที่มีคำว่า leaks หรือแพร่งพราย ต่อท้ายชื่อเว็บไซต์ราวกับดอกเห็ด เพื่อตีแผ่ความไม่ชอบมาพากลของผู้มีอำนาจ แต่อาจไม่สุดโต่งแบบวิกิลีกส์ เช่น ในอินโดนีเซีย มีเว็บไซต์ อินโดลีกส์ ที่เพิ่งเผยแพร่เอกสารประวัติศาสตร์เกี่ยวกับความชั่วร้ายของกองทัพในสมัยซูฮาร์โต ที่รัสเซีย นักเคลื่อนไหวชื่อดังเตรียมเปิดเว็บไซต์เปิดโปงการคอรัปชั่น และในกลุ่มสหภาพยุโรป อดีตเจ้าหน้าที่อียู นักเคลื่อนไหวและคนทำงานด้านสื่อจำนวนหนึ่ง ใช้ทุนตัวเอง เปิดตัวเว็บไซต์ บรัสเซลส์ลีกส์ ดังนั้น ไม่ว่าเว็บไซต์จะถูกกดดันแค่ไหน นายอาซานจ์ต้องติดคุก แต่วิกิลีกส์จะยังอยู่ได้ต่อไป แถมมีพลังมากกว่าเดิม ด้วยเหตุผลเดียวคือ ทุกคนต้องการความจริง
ความลับในศตวรรษที่ 21
โทรเลขการทูตอาจทำให้นักการทูตอเมริกันหน้าม้าน ทำลายความไว้ใจระหว่างกันไปมากบ้างน้อยมาก แต่ไม่ถึงกับสั่นคลอนสัมพันธภาพระหว่างประเทศ บางฝ่ายยังเชื่อด้วยซ้ำไปว่า นักการทูตจะยังคงธรรมเนียมเดิมต่อไปคือ สุภาพต่อหน้าสาธารณะ และตรงไปตรงมาไม่ยั้งเมื่อเขียนบันทึกรายงานกลับไปวอชิงตัน แต่บทเรียนสำคัญที่ได้เรียนรู้จากงานนี้คือ การขโมยข้อมูลจำนวนมหาศาลนั้น ไม่ได้ยากเกินไปนัก
กรณีข่าวกรองรั่วไหลครั้งใหญ่สุดในประวัติสหรัฐโดยวิกิลีกส์ในปีนี้นั้น เชื่อกันว่ามาจากนักวิเคราะห์ข่าวกรองที่แม้เป็นแค่ทหารชั้นผู้น้อย แต่กลับเข้าถึงระบบอินเทอร์เน็ตภายในได้ และแอบดาวน์โหลดก่อนลอบนำออกมาในรูปของซีดีเพลงเลดี้ กาก้า หากเป็นเมื่อทศวรรษก่อน ข้อมูลในจำนวนเดียวกันนี้ คงต้องใช้รถบรรทุกหลายคันมาช่วยขน ดังนั้น ความปลอดภัยของระบบสื่อสารและการเก็บรักษาบันทึกข้อมูลต่างหากที่ทุกประเทศมุ่งปรับปรุงยกระดับ จนทำให้หลายฝ่ายหวั่นว่า หรือสุดท้ายแล้ว วิกิลีกส์จะกลายเป็นตัวผลักดันไปสู่ยุคการปิดลับและควบคุมข่าวสารของรัฐแบบรัดกุมกว่าเดิม ซึ่งเป็นผลลัพธ์ที่ตรงกันข้ามกับเป้าหมายของวิกิลีกส์อย่างสิ้นเชิง
บทเรียนองค์กร-รัฐบาล
รัฐบาลได้ตระหนักแล้วถึงศักยภาพมหาศาลของสื่อใหม่โดยเฉพาะการเข้าถึงของคนรุ่นใหม่ในเครือข่ายสังคมออนไลน์ กระนั้นความซับซ้อนอืดอาดของระบบราชการบ่อยครั้ง ทำให้อีกฝ่ายซึ่งไม่ใช่รัฐ อย่างวิกิลีกส์ ขยับตัวเร็วกว่าหนึ่งก้าวเสมอ ทางเดียวที่รัฐบาลจะรับมือกับการท้าทายจากองค์กรแบบวิกิลีกส์ได้ คือการทบทวนความจำเป็นของการแบ่งปันข่าวสาร
ธรรมชาติของผู้มีอำนาจบนโลกนี้ มักจัดชั้นความลับข้อมูลให้เข้าถึงยากเท่าที่จะทำได้ ทั้งที่ข้อมูลนั้นอาจไม่ถึงขั้นต้องปิดลับจริงๆ ก็ได้ หากผู้มีอำนาจทั้งในองค์กรและรัฐ ยังไม่ทบทวนว่า ข้อมูลชุดนั้น สาธารณชนจำเป็นต้องรู้หรือไม่และรู้เมื่อไหร่ อาจจะโดนองค์กรแบบวิกิลีกส์โจมตีก่อนด้วยอาวุธร้ายแรงที่ชื่อว่า "ความจริง" แล้วต้องมานั่งสะสางความเสียหายในภายหลัง นี่ยังไม่นับรวมถึงเจตนาและการกระทำที่จะต้องทำให้น่าเชื่อถือและไว้ใจได้มากกว่าฝ่ายที่จ้องเปิดโปง



